ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สื่อสหรัฐฯ เผย "อิหร่าน" เร่งขุดขีปนาวุธจากใต้ซาก รับมือหากสงครามปะทุ
    .
    สำนักข่าวเอ็นบีซี นิวส์ของสหรัฐฯ (NBC News) รายงานว่า อิหร่านกำลังขุดค้นขีปนาวุธและอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ที่เคยซ่อนไว้หรือถูกฝังอยู่ภายใต้ซากปรักหักพังจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของกองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอล เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ที่การสู้รบจะกลับมาปะทุขึ้นอีก
    .
    รายงานของ "เอ็นบีซี นิวส์" ที่อ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ไม่เปิดเผยชื่อ และแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถืออีก 2 แห่งที่ระบุว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทางการเตหะรานได้เตรียมความพร้อมรับมือกับความเป็นไปได้ที่ข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐฯ และอิสราเอลด้วยการเพิ่มความพยายามในการขุดค้นขีปนาวุธและกระสุนยุทโธปกรณ์อื่น ๆ ที่ถูกซ่อนไว้ใต้ดินหรือถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง
    .
    รายงานยังระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เชื่อว่า อิหร่านต้องการฟื้นฟูขีดความสามารถด้านโดรนและขีปนาวุธของประเทศให้กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว เพื่อให้สามารถเปิดฉากการโจมตีทั่วภูมิภาคตะวันออกกลางได้ หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ตัดสินใจกลับมาดำเนินปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง
    .
    กระแสข่าวดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์คาดว่าจะตัดสินใจภายในไม่กี่วันข้างหน้าว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป หลังจากได้รับฟังการบรรยายสรุปจาก “แบรด คูเปอร์” ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (CENTCOM) เกี่ยวกับแผนการใหม่ ของปฏิบัติการทางทหารที่อาจเกิดขึ้นต่ออิหร่าน
    .
    "ทรัมป์" ส่งสัญญาณว่าสงครามกับอิหร่านยังคงเป็นไปได้ โดยระบุว่า ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่จะเริ่มสงครามอีกครั้ง พร้อมอ้างว่า ผู้นำอิหร่าน ต้องการทำข้อตกลงอย่างมาก พร้อมเสริมว่าไม่มีใครรู้ว่าการเจรจาเป็นอย่างไร นอกจากตนและเจ้าหน้าที่อีก 2 - 3 คน ผู้นำสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกันรายนี้ประกาศขยายระยะเวลาการหยุดยิงกับอิหร่านออกไปอย่างไม่มีกำหนด เปิดทางให้มีการเจรจาสันติภาพ ยุติสงครามที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
    .
    #อิหร่าน #ขีปนาวุธ #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36

    https://www.facebook.com/share/1TRuy3Gj5N/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ◉ CLIMATECHANGE: กระแสน้ำ AMOC มีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลงมากกว่า 50% ภายในสิ้นศตวรรษนี้ การจำลองที่ ‘มองโลกในแง่ร้าย’ กำลังกลายเป็นจริงเพราะความจริงนั้นเลวร้ายยิ่งกว่าแบบจำลอง
    .
    กระแสน้ำหมุนเวียนในมหาสมุทรแอตแลนติก หรือที่รู้จักกันในชื่อ AMOC นั้นทำหน้าที่เหมือนสายพานลำเลียงขนาดใหญ่ มันขนส่งความร้อน ความเค็ม และน้ำจืดผ่านมหาสมุทร แถมยังมีอิทธิพลต่อสภาพภูมิอากาศ สภาพอากาศ และระดับน้ำทะเลทั่วโลก
    .
    งานวิจัยหลายปีที่ผ่านมาจำนวนมากชี้ให้เห็นว่ากระแสน้ำนี้กำลังอ่อนแอลงท่ามกลางภาวะโลกร้อนจากมนุษย์ บางการศึกษาระบุว่ามันอาจล่มสลายเร็วสุดในทศวรรษหน้า ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนยังไม่เห็นด้วยเต็มร้อยเปอร์เซ็น แต่ก็เห็นพ้องต้องกันว่ากระแสน้ำกำลังอ่อนแอลงจริง
    .
    ปัจจุบันงานวิจัยใหม่ 2 ชิ้น ชิ้นหนึ่งมุ่งไปที่อนาคตของกระแสน้ำและอีกชิ้นหนึ่งสนใจสถานการณ์ปัจจุบัน (อัตราการอ่อนแอลงของกระแสน้ำ) โดยทั้งคู่ให้หลักฐานใหม่ที่น่ากังวลอย่างยิ่งและหากแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไป แอฟริกา ยุโรป และทวีปอเมริกาคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงหายนะได้
    .
    “เมื่อพิจารณาถึงผลกระทบมหาศาล ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมีโอกาสมากกว่า 50% แล้ว การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงและน่าตกใจที่สุดที่เราเห็นในรอบ 100,000 ปีที่ผ่านมาของประวัติศาสตร์โลก เกิดขึ้นเมื่อระบบ AMOC เปลี่ยนสถานะไปเป็นอย่างอื่น” ศาสตราจารย์ Stefan Rahmstorf จากสถาบันวิจัยผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งพอตส์ดัม ประเทศเยอรมนี กล่าว
    .
    เมื่อรวบรวมข้อมูลสังเกตการณ์มหาสมุทรทั้งหมดในโลกความจริงมาผสมกับแบบจำลองที่ละเอียดและเข้มงวดที่สุด ทีมวิจัยก็พบว่าอัตราการไหลลงของ AMOC จะอยู่ที่ประมาณ 42% ถึง 58% ในปี 2100 ซึ่งเป็นระดับที่เกือบจะแน่นอนว่าจะนำไปสู่การล่มสลาย
    .
    แบบจำลองดังกล่าวเป็นแบบจำลองในสภาพที่มองโลกในแง่ร้าย แต่ศาสตราจารย์ Rahmstorf กล่าวว่า “น่าเศร้าที่มันเป็นแบบจำลองที่สมจริง” เพราะมนุษย์กำลังเร่งภาวะโลกร้อนให้รุนแรงขึ้นอย่างน่าตกใจและไม่มีท่าทีจะชะลอมันลงเลย ทำให้ AMOC เดินทางไปสู่จุดวิกฤตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “โดยพื้นฐานแล้วไม่สามารถหยุดได้อีกต่อไป" เขากล่าว
    .
    แล้วมันจะส่งผลยังไง?
    กระแสน้ำ AMOC (Atlantic Meridional Overturning Circulation) คือระบบการหมุนเวียนของกระแสน้ำในมหาสมุทรแอตแลนติกที่นำน้ำอุ่นจากเขตร้อนไหลขึ้นไปทางเหนือสู่ยุโรปและอาร์กติก และหมุนเอาน้ำเย็นลงมาทางทิศใต้ ซึ่งนั่นหมายความว่าหากวันหนึ่งที่การหมุนเหล่านี้หยุดลงยิ่งส่งผลต่ออากาศที่เปลี่ยนไป ขั้วหนึ่งเย็นลง อีกขั้วหนึ่งร้อนขึ้น พื้นที่อย่างยุโรปและอเมริกาเหนืออากาศจะเย็นลงเพราะความร้อนจากมหาสมุทรลดลง ส่วนพื้นที่แถบร้อนใกล้เส้นศูนย์สูตรจะกักเก็บความร้อนมากขึ้น นำไปสู่ลานีญาที่รุนแรงและยาวนาน
    .
    ที่มา
    https://www.science.org/doi/10.1126/sciadv.adx4298

    https://edition.cnn.com/2026/04/16/climate/atlantic-ocean-circulation-collapse-update

    https://www.theguardian.com/environ...ficantly-more-likely-to-collapse-than-thought
    https://www.facebook.com/share/p/1Cs8VVsrxp/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    บุกจับ ‘โรงเรียนยิว ต่างชาติไร้ใบอนุญาต’ บน ;เกาะพะงัน' พบเด็กเกือบร้อยคน เปิดซ้ำหลายครั้ง เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบเข้ม”

    2 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานในพื้นที่ #เกาะพะงัน จังหวัด #สุราษฎร์ธานี เข้าตรวจสอบสถานที่ซึ่งถูกระบุว่าเป็น “#โรงเรียนต่างชาติที่ไม่มีใบอนุญาต” ในพื้นที่หมู่ 3 หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่และการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อออนไลน์
    .
    เพจสื่อเถื่อน รายงานว่าจากการเข้าตรวจสอบ พบ #เด็กนักเรียนชาวต่างชาติ รวมกว่า 80 คน ส่วนใหญ่เป็น #ชาวอิสราเอล และ #ยุโรป กำลังอยู่ในกิจกรรมการเรียนการสอนภายในสถานที่ดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อมูล ตรวจสอบเอกสาร และประสานหน่วยงานด้านการศึกษาเพื่อพิจารณาความถูกต้องตามกฎหมาย
    .
    ข่าวในพื้นที่ระบุว่า สถานที่แห่งนี้เริ่มเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2563 และ #เคยถูกตรวจสอบ และ #สั่งระงับการดำเนินการมาแล้วหลายครั้ง แต่กลับมาเปิดใหม่ซ้ำ โดยอ้างรูปแบบเป็นกิจกรรมเสริมทักษะหรือการเรียนรู้ทางเลือก ซึ่งอยู่ใน “#พื้นที่สีเทาทางกฎหมาย” ระหว่างการศึกษาในระบบและนอกระบบ
    .
    ชาวบ้านในพื้นที่บางส่วนสะท้อนว่า การดำเนินกิจการลักษณะนี้ส่งผลกระทบต่อชุมชน ทั้งในด้านการจราจร ความปลอดภัย และ #พฤติกรรมของผู้ปกครองบางราย ที่ #ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    .
    ด้านเจ้าหน้าที่ภาครัฐชี้แจงว่า การจัดตั้งสถานศึกษาในประเทศไทยต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมาย และต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากพบว่ามีการเปิดดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเข้าข่ายความผิดและถูกสั่งปิด รวมถึงดำเนินคดีตามขั้นตอน
    .
    กรณีนี้ยังสะท้อนประเด็นที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับ “โรงเรียนทางเลือกสำหรับชาวต่างชาติ” ในพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามจำนวนครอบครัวต่างชาติที่เข้ามาพำนักระยะยาว โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวอย่าง เกาะพะงัน และ เกาะสมุย
    .
    ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาให้ความเห็นว่า ประเทศไทยควรมีกรอบกฎหมายที่ชัดเจนรองรับ “การศึกษาแบบนานาชาติขนาดเล็ก” หรือ community school เพื่อให้สามารถควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยได้ พร้อมลดปัญหาการลักลอบเปิดโดยไม่ขออนุญาต
    .
    ล่าสุด เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย และจะติดตามอย่างใกล้ชิดว่ามีการกระทำผิดซ้ำหรือไม่ ขณะที่ชุมชนในพื้นที่เรียกร้องให้ภาครัฐบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/1GgW1Z89YM/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อินเดียค้านแผนสกุลเงินร่วม BRICS ของรัสเซีย-จีน ชี้ต้องรักษาสมดุลกับชาติตะวันตกและพันธมิตร ปัดลดบทบาทดอลลาร์สหรัฐฯ หวั่นเศรษฐกิจตัวเองเสี่ยง–ไม่ยอมให้จีนถือไพ่เหนือโครงสร้างการเงินกลุ่ม
    World Update ย้อนภาพการประชุม BRICS ปลายเมษายนว่าเป็นครั้งแรกที่อินเดียแสดงท่าที “ยืนหยัดชัดเจน” ต่อเพื่อนร่วมกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นต่ออิหร่าน รัสเซีย หรือจีน โดยเฉพาะในสองมิติสำคัญคือ วิกฤตฉนวนกาซาและอนาคตสถาปัตยกรรมการเงินของกลุ่ม ในประเด็นกาซา อินเดียเลือกใช้ถ้อยคำประณามปฏิบัติการของอิสราเอลแบบระมัดระวัง หลีกเลี่ยงภาษาแข็งกร้าว แตกต่างจากจุดยืนของอิหร่านและรัสเซียที่ต้องการคำประณามที่ชัดและแรงกว่า – ท่าทีนี้สะท้อนยุทธศาสตร์ “เล่นหลายขั้ว” ของนิวเดลีที่ต้องทำงานบนเส้นบางระหว่างการมีสัมพันธ์ด้านพลังงานกับอิหร่าน–อ่าวเปอร์เซีย ความร่วมมือด้านยุทโธปกรณ์กับรัสเซีย ความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับจีน และบทบาทหุ้นส่วนยุทธศาสตร์กับสหรัฐฯ–ยุโรป พร้อมกัน

    ในมิติการเงินระหว่างประเทศ อินเดียส่งสัญญาณแข็งกร้าวยิ่งกว่าเดิมด้วยการปฏิเสธแนวคิด “เร่งลดบทบาทดอลลาร์” ผ่านสกุลเงินร่วม BRICS หรือการบังคับให้หันมาชำระการค้าระหว่างกันด้วยสกุลท้องถิ่นเป็นหลัก อินเดียย้ำว่าตน “ไม่เห็นด้วย” กับแผนสกุลเงินร่วม และเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากธนาคารกลาง–กระทรวงการต่างประเทศเคยระบุชัดว่าแนวคิดดังกล่าว “แทบเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ” ด้วยเหตุผล 3 ประการ: หนึ่ง อินเดียต้องการรักษาอธิปไตยด้านนโยบายการเงิน ไม่ผูกอนาคตเข้ากับกรอบที่จีนมีน้ำหนักสูงเกินไป สอง เศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศของอินเดียยังผูกกับดอลลาร์ลึก การเร่งเปลี่ยนไปใช้โครงสร้างใหม่ในกรอบ BRICS เสี่ยงสร้างความผันผวนต่อค่าเงินรูปีและเสถียรภาพภายใน และสาม การยอมรับสกุลเงินร่วมจะทำให้พื้นที่การปรับนโยบายตามวัฏจักรในประเทศแคบลง

    เมื่อลองมองผ่าน “ตัวเลขเศรษฐกิจ” จะเห็นเหตุผลว่าทำไมเสียงของอินเดียถึงมีน้ำหนักมากในโต๊ะ BRICS จีนยังคงเป็นเศรษฐกิจใหญ่สุดของกลุ่ม ด้วย GDP ตามราคาปัจจุบันที่ราว 19.2–20.85 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่อินเดียตามมาห่างๆ ในฐานะเศรษฐกิจใหญ่ลำดับถัดไปที่ราว 4.15–4.51 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้อินเดียเป็นอีก “เสาหลัก” ของ BRICS คู่กับจีน ส่วนสมาชิกรายอื่น เช่น บราซิล (2.13–2.64 ล้านล้านดอลลาร์) รัสเซีย (2.08–2.66 ล้านล้านดอลลาร์) อินโดนีเซีย (1.43–1.55 ล้านล้านดอลลาร์) UAE (0.55–0.60 ล้านล้านดอลลาร์) แอฟริกาใต้ (ราว 0.48 ล้านล้านดอลลาร์) อียิปต์ (0.35–0.40 ล้านล้านดอลลาร์) อิหร่าน (0.34–0.38 ล้านล้านดอลลาร์) และเอธิโอเปีย (0.12–0.13 ล้านล้านดอลลาร์) ล้วนมีบทบาทสำคัญในภูมิภาคของตน แต่ยังไม่สามารถคานอำนาจเชิงเศรษฐกิจในกลุ่มได้เท่าอินเดีย

    ในบริบทนี้ เมื่ออินเดียเลือก “พูดว่าไม่” ต่อข้อเสนอสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ถ้อยคำประณามอิสราเอลที่แข็งแรงกว่าที่ผ่านมา หรือการสร้างกลไกลดบทบาทดอลลาร์ผ่านสกุลเงินร่วม BRICS สัญญาณที่ส่งออกไปจึงไม่ได้กระทบแค่ด้านการเมืองการทูต แต่ยังท้าทาย “ความฝันด้านการเงิน” ของค่ายรัสเซีย–จีน–อิหร่าน ที่หวังใช้ BRICS เป็นฐานสร้างระบบชำระเงินใหม่คู่ขนานกับดอลลาร์ ความท้าทายใหญ่สำหรับนิวเดลีในฐานะเศรษฐกิจอันดับสองและประธานหมุนเวียนของ BRICS ปีนี้ จึงอยู่ที่การรักษาสมดุลระหว่างการยืนหยัดในเส้นทางของตนเอง กับการประคองเอกภาพของกลุ่มท่ามกลางแรงดึงจากวอชิงตัน ปักกิ่ง มอสโก และเตหะรานที่เข้มข้นขึ้นทุกขณะ #imctnews รายงาน

    https://www.facebook.com/share/p/1EBSE24hh7/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อินโดนีเซียเขย่าดุลอำนาจอาเซียนด้วยการปิดดีลประวัติศาสตร์จัดซื้อฝูงบินรบจากจีนท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาค

    จาการ์ตาลงนามคำสั่งซื้อเครื่องบินขับไล่ J-10C จากจีน 42 ลำ มูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท เตรียมประจำการปี 2026

    กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียภายใต้การนำของนาย Sjafrie Sjamsoeddin ยืนยันการบรรลุข้อตกลงมูลค่า 6.5 หมื่นล้านหยวน หรือประมาณ 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ Chengdu J-10C จำนวน 42 ลำจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ถือเป็นการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ทางการบินครั้งใหญ่ที่สุดจากปักกิ่งในรอบทศวรรษ เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการอากาศให้ทันสมัยตามแผนยุทธศาสตร์ Perisai Trisula Nusantara

    การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนถึงนโยบายต่างประเทศแบบ "อิสระและกระตือรือร้น" (Free and Active) ของอินโดนีเซียที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากผู้ผลิตยุทโธปกรณ์ฝั่งตะวันตก หลังจากความไม่แน่นอนในการเจรจาสั่งซื้อ F-15EX จากสหรัฐฯ โดย J-10C ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ยุค 4.5 จะเข้ามาทดแทนฝูงบิน F-16A/B และ Su-27SK ที่ล้าสมัย ทำให้อินโดนีเซียกลายเป็นชาติที่สองต่อจากปากีสถานที่มีเครื่องบินรุ่นนี้ประจำการ

    อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าความเคลื่อนไหวนี้อาจสร้างแรงกดดันต่อความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ และพันธมิตรในภูมิภาค ขณะที่รัฐมนตรีคลังระบุว่าได้อนุมัติงบประมาณผูกพันสำหรับปีงบประมาณ 2026 เรียบร้อยแล้ว โดยกระบวนการหลังจากนี้จะเข้าสู่การกำหนดตารางการส่งมอบและการฝึกอบรมบุคลากรทางการบินในระยะถัดไป

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: การอนุมัติงบประมาณ 9 พันล้านดอลลาร์สำหรับการจัดหาเครื่องบินขับไล่ในแผนปี 2026 และการยืนยันความสนใจใน J-10C โดยรัฐมนตรีกลาโหม
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: กำหนดการส่งมอบลำแรกเข้าสู่จาการ์ตา และรายละเอียดการถ่ายทอดเทคโนโลยีในสัญญา
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การยกเลิกโครงการสั่งซื้อเครื่องบินขับไล่ Rafale จากฝรั่งเศสเพื่อมาเน้นเพียง J-10C

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – รัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีคลังอินโดนีเซียแถลงยืนยันการจัดสรรงบประมาณและแผนการจัดซื้อต่อสาธารณะ

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Reuters / Bloomberg / TURDEF

    https://www.facebook.com/share/1L7NzxxGYA/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "หายแปลกใจไหม! ทำไม สว. สหรัฐฯ ถึงโหวตหนุนสงคราม?
    ลูกสาว สว. สหรัฐฯ แฉพ่อ "ขายวิญญาณ" รับเงินทริปโฆษณาชวนเชื่ออิสราเอล!
    กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่สั่นสะเทือนทั้งวงการการเมืองและสถาบันครอบครัวในสหรัฐฯ ครับ เมื่อ Maddie Block หญิงสาววัย 28 ปี ผู้เป็นลูกสาวแท้ๆ ของ Jay Block สมาชิกวุฒิสภารัฐนิวเม็กซิโกจากพรรครีพับลิกัน ออกมาโพสต์คลิปประณามพ่อของตัวเองผ่าน TikTok จนมียอดวิวถล่มทลายกว่า 1.6 ล้านครั้ง

    เกิดอะไรขึ้น? ทำไมลูกสาวถึงต้องออกมาแฉพ่อ?
    ชนวนเหตุสำคัญมาจากทริปการเดินทางของคณะผู้แทนสมาชิกรัฐสภาจาก 50 รัฐทั่วสหรัฐฯ ที่เดินทางไปอิสราเอลเพื่อเข้าพบกับนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ ยังคงสนับสนุนอิสราเอลอย่างเป็นเอกฉันท์
    Maddie ได้ตั้งคำถามที่จี้จุดและรุนแรงใส่กล้องว่า!
    "พ่อของฉันและพวกนักการเมืองไร้ความสามารถหลายคนจากนิวเม็กซิโกไปหาเนทันยาฮูทำไม? ฉันนึกไม่ออกเลยว่าพวกเขามีเรื่องสำคัญอะไรต้องคุยกัน แล้วการไปยืนถ่ายรูปกับเนทันยาฮูมันช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่นิวเม็กซิโกดีขึ้นตรงไหน?"
    เธอยังเรียกทริปนี้ว่าเป็น "ทริปโฆษณาชวนเชื่อ" และกล่าวหาว่าพ่อของเธออาจยอมรับเงินหรือผลประโยชน์เพื่อแลกกับการเป็นกระบอกเสียงให้ต่างชาติ

    ทางด้าน สว. Jay Block ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาของลูกสาว โดยยืนยันว่าเขาไม่ได้ใช้เงินภาษีประชาชน และไม่ได้ถูกติดสินบนหรือรับค่าตอบแทนใดๆ จากอิสราเอลในการเดินทางครั้งนี้
    แต่จุดที่น่าสนใจคือ!ข้อมูลนี้ดูจะย้อนแย้งกับสิ่งที่เขาเคยพูดไว้ก่อนหน้า โดยหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น Rio Rancher Observer ระบุว่า Jay Block เคยให้สัมภาษณ์เองว่าทริปนี้ "รัฐบาลอิสราเอลเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด" ซึ่งนี่คือประเด็นที่ Maddie มองว่าเป็นการรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับการทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียง

    กรณีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องดราม่าครอบครัว แต่มันสะท้อนภาพ ความแตกแยกในสังคมอเมริกันที่รุนแรงถึงขีดสุด!
    ช่องว่างระหว่างวัย ของคนรุ่นใหม่อย่าง Maddie เริ่มตั้งคำถามกับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลมากขึ้น (ปัจจุบันมีชาวอเมริกันสนับสนุนการส่งอาวุธให้อิสราเอลเพียง 32% เท่านั้น)

    การที่นักการเมืองระดับท้องถิ่นรับเงินจากรัฐบาลต่างชาติเพื่อเดินทางไปดูงาน เป็นเรื่องที่ถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและเจตนาแฝงเสมอ
    เมื่อการพูดคุยในบ้านไม่ได้ผล ลูกสาวจึงเลือกใช้ TikTok เป็น "ศาลเตี้ย" เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือทางการเมืองของพ่อตัวเอง

    เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าในยุคที่อุดมการณ์ทางการเมืองต่างกันสุดขั้ว แม้แต่สายเลือดก็อาจไม่สามารถรักษาความสัมพันธ์ไว้ได้ หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกว่า "ความถูกต้อง" สำคัญกว่า "ความเป็นครอบครัว"
    source: Teen Vogue, Jerusalem Post และ Rio Rancher Observer
    #MaddieBlock #JayBlock #NewMexico #USPolitics #IsraelGaza #โฆษณาชวนเชื่อ #ดราม่าครอบครัว #การเมืองสหรัฐ

    https://www.facebook.com/share/v/1JNKg7q81t/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    FB_IMG_1777715731486.jpg
    JPMorgan ระบุว่า สินค้าคงคลังทั่วโลกจะลดลงถึง “ระดับขั้นต่ำเชิงปฏิบัติการ (Operational Floor)” ภายในเดือนกันยายน
    “Operational Floor” = ระดับต่ำสุดที่จำเป็นต่อการทำให้ระบบยังคงดำเนินต่อไปได้
    ต่ำกว่านั้น — ท่อส่งจะสูญเสียแรงดัน เทอร์มินัลจะปิด โรงกลั่นจะหยุดทำงาน
    ไม่ใช่แค่การขาดแคลน
    แต่มันคือการล้มเหลวแบบลูกโซ่

    การล้มเหลวแบบลูกโซ่ไม่ได้ดูเหมือนแค่น้ำมันหมด
    แต่มันจะเป็นแบบนี้:
    วันที่ 1: โรงกลั่นหยุด — ไม่มีวัตถุดิบป้อน
    วันที่ 3: สินค้าขาดแคลนที่คลังเก็บ
    วันที่ 7: ปันส่วนน้ำมันที่ปั๊ม
    วันที่ 14: ห่วงโซ่อุปทานพังทลาย
    วันที่ 30: ระบบกระจายอาหารล่ม
    มันเริ่มจากน้ำมัน
    แต่มันจบที่ทุกอย่าง

    ทุกวิกฤตในอดีตมี “กันชน” รองรับ:
    1973 → ซาอุดีอาระเบียมีกำลังการผลิตสำรอง
    1990 → ซาอุดีเพิ่มกำลังการผลิต
    2022 → รัสเซียเปลี่ยนเส้นทางไปเอเชีย
    2026 → ไม่มีสำรอง ไม่มีการเปลี่ยนเส้นทาง ไม่มีตัวกันชน

    กำลังการผลิตสำรองของ OPEC+ วันนี้: 0.3 ล้านบาร์เรล/วัน
    ช่องว่างอุปทาน: 13.7 ล้านบาร์เรล/วัน
    ตัวเลขมันไม่สมเหตุสมผล

    สิ่งเดียวที่จะหยุดการล้มเหลวแบบลูกโซ่ได้คือ:
    การแทรกแซงของรัฐบาล

    — การปันส่วนน้ำมันภาคบังคับ
    — การห้ามส่งออก
    — การควบคุมราคาฉุกเฉิน
    — การจำกัดการเดินทางแบบช่วงโควิด

    ไม่ใช่เพื่อกอบกู้เศรษฐกิจ
    แต่เพื่อรักษาโครงสร้างพื้นฐานเอง

    นี่คือสิ่งที่ไม่มีใครอยากพูดออกมาดัง ๆ:
    ในไตรมาส 4 ปี 2026 คำถามจะไม่ใช่ “ราคาน้ำมันเท่าไร?”
    แต่จะเป็น “คุณมีน้ำมันใช้หรือไม่?”

    เมื่อไม่มีน้ำมันอยู่จริง ราคาแทบไม่มีความหมาย

    J.P. Morgan เรียกสิ่งนี้ว่า “ภาพลวงตาแห่งความอุดมสมบูรณ์” (The Illusion of Plenty)
    ภาพลวงตานี้จะจบลงในเดือนกันยายน

    ทุกประเทศมีคลังสำรองน้ำมัน — วัดเป็นจำนวนวัน
    คุณรู้ไหมว่าประเทศของคุณมีสำรองกี่วัน?

    https://x.com/AlaliQasem/status/2050298694788939853

    https://www.facebook.com/share/1DZQBv3FLL/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯอนุมัติการขายอาวุธมูลค่า 8.6 พันล้านดอลลาร์ให้กับประเทศในตะวันออกกลาง

    • กาตาร์: ระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออตมูลค่า 4.01 พันล้านดอลลาร์ รวมถึงและระบบชี้เป้าด้วยเลเซอร์สำหรับจรวด Hydra (APKWS) มูลค่า 992 ล้านดอลลาร์

    • คูเวต: ระบบควบคุมการรบมูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์

    • อิสราเอล: APKWS มูลค่า 992 ล้านดอลลาร์

    สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์: APKWS มูลค่า 147 ล้านดอลลาร์

    02/05/2026

    https://www.facebook.com/share/p/17YGf7YWef/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้เนรเทศชาวปากีสถานนิกายชีอะห์หลายหมื่นคน ไม่เพียงแค่ขับไล่ออกนอกประเทศเท่านั้น แต่ยังยึดทรัพย์สินทั้งหมดของพวกเขา ทั้งเงินในบัญชีธนาคารและทรัพย์สินที่หามาอย่างยากลำบาก และส่งพวกเขากลับไปยังปากีสถานโดยแทบไม่มีอะไรติดตัวเลย https://x.com/BalochNadir5/status/2050281531076383184

    https://www.facebook.com/share/1R5MNCD36Z/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เปิดเงามืด ‘ทองคำโลก’ เชื่อมเหมืองเถื่อน – เครือข่ายยาเสพติด แม้ทองคำสหรัฐก็ไม่พ้นข้อกังขา

    2 พฤษภาคม 2569 ประเด็นความโปร่งใสของ #ตลาดทองคำโลก ถูกจับตาอีกครั้ง หลังรายงานสืบสวนของ The New York Times เปิดเผยว่า “ทองคำ” ซึ่งถูกมองว่าเป็น #สินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven) ในยามวิกฤติ อาจมีเบื้องหลังที่เชื่อมโยงกับ #กิจกรรมผิดกฎหมาย ตั้งแต่ #เหมืองเถื่อนในแอฟริกา และ #ลุ่มน้ำอเมซอน ไปจนถึง #เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
    .
    รายงานดังกล่าวโดย นายจัสติน เช็ค ผู้สื่อข่าวสายสืบสวน ชี้ให้เห็นว่า ในหลายพื้นที่ห่างไกลของโลก #การทำเหมืองทองคำผิดกฎหมาย กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบทั้งสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยเฉพาะ #การใช้สารปรอทที่ปนเปื้อนแหล่งน้ำ #ตัดไม้ทำลายป่า และ #บีบบังคับแรงงาน ในชุมชนยากจน
    .
    สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ รายได้จากทองคำเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำไปพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น แต่กลับกลายเป็นแหล่งทุนของเครือข่ายอาชญากรรม ตั้งแต่แก๊งค้ายาไปจนถึง #กลุ่มติดอาวุธที่ใช้เงินทุนดังกล่าว ในการ #ขยายอิทธิพล
    .
    “ทองคำอเมริกัน” กับคำถามเรื่องที่มา ประเด็นร้อนอยู่ที่การตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานใน #สหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะบทบาทของ United States Mint หรือ #โรงกษาปณ์สหรัฐ ซึ่งตามกฎหมายต้องใช้ทองคำจากภายในประเทศ
    .
    การตรวจสอบพบว่า บริษัทซัพพลายเออร์บางรายมี #การนำเข้าทองคำ จากต่างประเทศ ก่อนนำไป #หลอมรวมกับทองคำในประเทศ ทำให้ไม่สามารถแยกแยะที่มาที่แท้จริงได้อย่างชัดเจน เมื่อเข้าสู่กระบวนการผลิต ทองคำเหล่านี้จึงถูกนับเป็น “ทองคำอเมริกัน” อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แม้แหล่งที่มาบางส่วนอาจมาจากพื้นที่เสี่ยง
    .
    รายงานยังอ้างถึงข้อมูลจากหน่วยตรวจสอบภาครัฐในปี 2567 (2024) ที่ระบุว่า โรงกษาปณ์สหรัฐไม่ได้ตรวจสอบแหล่งที่มาของทองคำจากซัพพลายเออร์อย่างเข้มงวดมานานกว่า 20 ปี ส่งผลให้เกิดช่องว่างด้านความโปร่งใสในระบบ
    .
    เส้นทางทองคำสู่เครือข่ายอาชญากรรม ...การสืบสวนภาคสนามนำไปสู่เมืองเหมืองทองในประเทศโคลอมเบีย ซึ่งถูกควบคุมโดยกลุ่มติดอาวุธอย่าง Clan del Golfo ที่สหรัฐฯ จัดเป็น #องค์กรก่อการร้าย กลุ่มดังกล่าวใช้ทองคำเป็นแหล่งรายได้หลักควบคู่กับการค้ายาเสพติด
    .
    ในพื้นที่เหล่านี้ คนงานเหมืองต้องจ่าย “ค่าคุ้มครอง” ให้ #กลุ่มอิทธิพล ก่อนที่ทองคำจะถูกส่งต่อผ่าน #พ่อค้าคนกลาง ไปยัง #โรงหลอมในต่างประเทศ ซึ่งเป็นจุดที่ “ลบประวัติ” ของทองคำ ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
    .
    ความรับผิดชอบที่ยังไม่ชัดเจน ...เมื่อประเด็นถูกเปิดเผย หน่วยงานต่าง ๆ ในสหรัฐต่างชี้แจงในทิศทางที่แตกต่างกัน โดย กระทรวงการคลัง สหรัฐ ระบุว่า ระบบโดยรวมยังเป็นไปตามกฎหมาย และไม่มีหลักฐานชัดเจนของปัญหาเชิงโครงสร้าง
    .
    ภายหลังแรงกดดันจากสังคม โฆษกกระทรวงการคลังสหรัฐยืนยันว่า กำลังอยู่ระหว่างทบทวนมาตรฐานการจัดซื้อทองคำ และเตรียมปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบให้เข้มงวดขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าทองคำที่ใช้มีแหล่งที่มาที่โปร่งใส
    .
    มุมมองใหม่ของ “สินทรัพย์ปลอดภัย” นักวิเคราะห์มองว่า กรณีนี้อาจเปลี่ยนมุมมองของนักลงทุนทั่วโลกต่อทองคำ จากเดิมที่เน้น “ความปลอดภัยทางการเงิน” ไปสู่การพิจารณา “ความโปร่งใสของที่มา” มากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการลงทุน
    .
    ในระยะสั้น ราคาทองคำยังคงได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ในระยะยาว ประเด็นเรื่อง “ทองคำสกปรก” อาจกลายเป็นแรงกดดันใหม่ที่ตลาดต้องเผชิญ
    .
    .
    #Thaitribune
    https://www.facebook.com/share/1CQ9tgUtrA/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สะเทือนโลก ‘ทรัมป์’ บ้าเลือด เปรยสหรัฐ อยากเข้า 'ควบคุมคิวบา' จุดกระแสวิจารณ์เดือด

    2 พฤษภาคม 2569 #โดนัลด์ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ สร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองระหว่างประเทศ เมื่อกล่าวในเวทีพบผู้สนับสนุนและให้สัมภาษณ์สื่อ เมื่อ วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี., ว่า สหรัฐอเมริกา “อาจเข้าควบคุม” #คิวบา ได้ “เกือบจะในทันที” หากสถานการณ์จำเป็น United States will be taking control of Cuba almost immediately
    .
    ถ้อยแถลงดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นในหลายภูมิภาค โดยทรัมป์ไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงนโยบายหรือแผนปฏิบัติการอย่างเป็นทางการ ทำให้เกิดคำถามตามมาว่าเป็น “การส่งสัญญาณเชิงการเมือง” หรือเพียงถ้อยคำในเชิงวาทศิลป์
    .
    คำพูดดังกล่าวถูกวิจารณ์อย่างรวดเร็วจากนักวิเคราะห์และฝ่ายการเมือง โดยมองว่า ...
    - กระทบความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับประเทศในลาตินอเมริกา
    - เสี่ยงละเมิดหลักอธิปไตยของรัฐ
    - ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ หากมีการดำเนินการจริง
    .
    ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศชี้ว่า การ “เข้าควบคุมประเทศอื่น” ต้องอาศัยกระบวนการทางกฎหมายและการเมืองที่ซับซ้อน รวมถึงการอนุมัติจากสภาคองเกรสและแรงสนับสนุนจากประชาคมโลก ซึ่งในทางปฏิบัติ “แทบเป็นไปไม่ได้” ในบริบทปัจจุบัน
    .
    บริบทประวัติศาสตร์ ..ความสัมพันธ์ระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ คิวบา มีความตึงเครียดมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ยุคสงครามเย็น โดยเฉพาะเหตุการณ์ วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา ที่เกือบจุดชนวนสงครามนิวเคลียร์ระหว่างมหาอำนาจโลก
    .
    แม้ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จะมีความพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูต แต่ความขัดแย้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจยังคงดำรงอยู่
    .
    ถ้อยแถลงของทรัมป์อาจเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางการเมืองภายในประเทศ เพื่อแสดงจุดยืนแข็งกร้าวด้านนโยบายต่างประเทศ โดยเฉพาะต่อประเทศที่สหรัฐมีความขัดแย้งเชิงอุดมการณ์
    .
    .
    #วิกฤตตะวันออกกลาง
    #ไฟสงคราม
    #อ่าวเปอร์เซีย
    #ภูมิรัฐศาสตร์
    #วิกฤตพลังงานโลก
    #ความขัดแย้งอิสราเอล
    #อิหร่าน #สหรัฐอเมริกา
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1b3LhkS8yL/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "ทรัมป์ฟิวส์ขาด!" — เมื่อสงคราม 60 วันกลายเป็นบ่วงรัดคอ และศัตรูที่น่ากลัวที่สุดคือ "สื่อและพันธมิตร"

    ดูเหมือนว่าวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมาจะเป็นวันที่ "#ปรอทแตก" สำหรับประธานาธิบดีโดนัลด์ #ทรัมป์ เมื่อเขาเลือกใช้วิธีเปิดหน้าชกกับทุกคนที่มองว่าเขา "แพ้" ใน #สงครามอิหร่าน

    1. สงครามกับสื่อ: "นี่คือการปลุกปั่นให้ขัดขืนอำนาจ!"

    ทรัมป์แสดงความโกรธแค้นอย่างรุนแรงต่อ CNN และ New York Times (NYT) ที่นำเสนอข่าวความล้มเหลวของสหรัฐฯ ในอิหร่าน:

    ข้อหาหนัก: ทรัมป์ประณาม NYT ว่ารายงานข่าวในลักษณะ "Insurrection" (การปลุกปั่นให้เกิดการกบฏ/ขัดขืนอำนาจ) เพียงเพราะพวกเขามองว่าอิหร่านกำลังเป็นฝ่ายชนะ

    สงครามจิตวิทยา: ขณะที่ทรัมป์อ้างว่า "#เรากำลังบดขยี้อิหร่าน" แต่ CNN กลับสวนกลับด้วยภาพถ่ายความเสียหายของ #ฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางที่ถูกถล่มพินาศ ซึ่งเป็นการตบหน้าคำอ้างของทรัมป์อย่างจัง

    2. กฎหมาย 60 วัน: ช่องว่างที่ทรัมป์พยายามซิกแซก

    ตามกฎหมาย War Powers Act 1973 ประธานาธิบดีมีอำนาจสั่งการรบได้เพียง 60 วันหากไม่ได้รับอนุมัติจาก #สภาคองเกรส:

    เทคนิคศรีธนญชัย: ทีมงานของทรัมป์อ้างว่า "นาฬิกาหยุดเดินแล้ว" ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายนที่มีการประกาศหยุดยิงชั่วคราว ดังนั้นจึงไม่ต้องขออำนาจสภาต่อ

    บทเรียนจากอดีต: ทรัมป์พยายามอ้างความชอบธรรมจากเคสของโอบามา (ลิเบีย) และคลินตัน (ยูโกสลาเวีย) ที่เคยรบเกินกำหนดโดยไม่ต้องรอสภาเช่นกัน

    3. หยาม (Shaming) พันธมิตรยุโรป: "เยอรมนีมันไร้น้ำยา!"

    ทรัมป์ไม่เก็บอาการกับ นายกฯ ฟรีดริช แมร์ซ (Friedrich Merz) ของเยอรมนีที่บังอาจมาตั้งคำถามถึงยุทธศาสตร์ของเขา:

    ด่ากราด: ทรัมป์บอกว่าแมร์ซ "#ไร้ความสามารถ" ในการแก้ปัญหาในประเทศตัวเองทั้งเรื่องผู้อพยพและพลังงาน และขู่จะถอนทหารสหรัฐฯ ออกจาก #เยอรมนี

    ขู่ตัดสัมพันธ์: ไม่ใช่แค่เยอรมนี แต่สเปนและอิตาลีก็โดนขู่เช่นกัน ถึงขั้นมีอีเมลหลุดว่าสหรัฐฯ อาจหาทางระงับสถานะสมาชิก NATO ของสเปนเลยทีเดียว

    4. เดิมพันของนักเสี่ยงโชค: ชนะหรือพัง?

    ผู้เชี่ยวชาญมองว่าทรัมป์กำลังตกอยู่ในสภาวะ "ถอยไม่ได้":

    แบรนด์เนมคือ "ชัยชนะ": หากทรัมป์ยอมยุติสงครามตอนนี้เท่ากับยอมรับความพ่ายแพ้ ซึ่งจะส่งผลหายนะต่อการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึง

    หนทางสุดท้าย: ทรัมป์อาจเลือก "ยกระดับความรุนแรง" (Escalation) เพื่อหวังปาฏิหาริย์แห่งชัยชนะในตอนจบ แทนที่จะยอมเจรจาอย่างสันติ

    ตอนนี้ทรัมป์เหมือนนักมวยที่กำลังเมาหมัด ในขณะที่เขาพยายามโพสต์รูปเปลี่ยนชื่อ '#ช่องแคบฮอร์มุซ' เป็น '#ช่องแคบทรัมป์' เพื่อเรียกขวัญกำลังใจ แต่โลกความเป็นจริงคือเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังสั่นคลอนและพันธมิตรเริ่มตีตัวออกห่าง... การที่เขาออกมาด่าสื่อว่า '#กบฏ' มันสะท้อนว่าเขากำลัง 'จนแต้ม' และหวาดกลัวต่อความจริงที่สื่อนำเสนอ

    สงครามครั้งนี้ไม่ใช่แค่การรบกับอิหร่าน แต่มันคือการรบเพื่อรักษา 'หน้าตา' และ 'อำนาจ' ของทรัมป์เอง... และดูเหมือนว่าศัตรูที่เขากลัวที่สุดไม่ใช่ขีปนาวุธของอิหร่าน แต่คือ 'ปากกา' ของสื่อมวลชนที่จ้องจะเขียนว่า 'ทรัมป์พ่ายแพ้' นั่นเอง

    #ChinaFocus

    Ref.: CNN/Reuters/NYT Cr. ภาพจาก Donald J. Trump ใน Truth Social

    https://www.facebook.com/1000758264...jmabyUaQrYMagCowDU7bWenXnYhl/?mibextid=NOb6eG
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "คณิตศาสตร์สีเลือด" — นักวิชาการ 2,300 คนจาก 80 ประเทศ ประกาศ "โนโหวต" สหรัฐฯ ในงานประชุมระดับโลก!

    รายงานจากเซาท์ไชนามอร์นิ่งโพสต์ระบุว่า เกิดการรวมตัวครั้งใหญ่ของ #นักคณิตศาสตร์ ทั่วโลกเพื่อต่อต้านการจัดงาน International Congress of Mathematicians (ICM) 2026 ซึ่งเปรียบเสมือน "ฟุตบอลโลกของชาวคณิตศาสตร์" โดยเรียกร้องให้ย้ายสถานที่จัดออกจาก #สหรัฐอเมริกา

    1. เหตุผลเบื้องหลังคำว่า "ไม่ปลอดภัย"

    เหล่านักวิชาการนำโดย อิลา วาร์มา จากมหาวิทยาลัยโตรอนโต ระบุเหตุผลหลักที่ต้องบอยคอตครั้งนี้:

    การเลือกปฏิบัติทางวีซ่า: นโยบายของ #สหรัฐฯ ที่เข้มงวดและมีอคติต่อกลุ่มประเทศเฉพาะ เช่น #อิหร่าน #คิวบา และโดยเฉพาะนักวิจัยจาก #จีน

    ความรุนแรงและสวัสดิภาพ: มีการอ้างถึงคำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ที่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสถานะคนเข้าเมืองโดยพิจารณาจากรูปลักษณ์ภายนอกหรือภาษา ซึ่งเสี่ยงทำให้นักวิชาการต่างชาติเผชิญกับการคุกคามหรือความรุนแรง

    จริยธรรมทางการเมือง: กลุ่มผู้ประท้วงประณามการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในต่างแดน รวมถึงการคว่ำบาตรน้ำมันและเหตุการณ์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้เด็กเสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งมองว่าขัดต่อจิตวิญญาณแห่งความสามัคคีของงาน ICM

    2. "จีน" คือตัวแปรตัดสิน (The Game Changer)

    วาร์มาเน้นย้ำว่า จีน อยู่ในสถานะที่ "มีอิทธิพลสูงสุด" ในครั้งนี้:

    พลังทางวิทยาศาสตร์: จีนคือ #มหาอำนาจด้านวิทยาศาสตร์ ที่ถูกสหรัฐฯ เพ่งเล็งและใช้มาตรการจำกัดอยู่ฝ่ายเดียว

    ข้อเรียกร้อง: หากสมาคมคณิตศาสตร์ของจีนประกาศคว่ำบาตร หรือจัดงานคู่ขนานขึ้นมาแทน จะเป็นการส่งสัญญาณที่รุนแรงต่อสถาบันที่ยังคงยึดตามนโยบายของสหรัฐฯ

    ความกังวลของนักวิจัยรุ่นใหม่: นักศึกษาจากจีนหลายคนเริ่มรู้สึกว่า "แค่สมการอย่างเดียวไม่พอ" แต่ต้องส่งเสียงในฐานะพลเมืองโลก เพราะความเสี่ยงที่จะถูกกักตัวหรือส่งกลับทันทีที่เหยียบแผ่นดินสหรัฐฯ นั้นมีอยู่จริง

    3. สองมาตรฐานของ IMU?

    ประเด็นที่เจ็บแสบที่สุดคือท่าทีของ #สหพันธ์คณิตศาสตร์ระหว่างประเทศ (IMU):

    ปี 2022: IMU เคยสั่งย้ายงานจาก #เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (#รัสเซีย) ทันทีหลังเกิดความขัดแย้งใน #ยูเครน โดยใช้เวลาตัดสินใจเพียงไม่กี่วัน

    ปี 2026: แม้จะมีคนลงชื่อคัดค้านมากกว่าจำนวนคนลงทะเบียนเข้างานจริง และสถาบันคณิตศาสตร์จากบราซิลและฝรั่งเศสบางส่วนจะประกาศถอนตัวไปแล้ว แต่ IMU ยังคงยืนยันจะจัดที่ฟิลาเดลเฟียตามเดิม โดยอ้างเรื่องเสรีภาพทางวิทยาศาสตร์

    งานนี้มันสะท้อนให้เห็นว่า 'วิทยาศาสตร์ไม่มีพรมแดน แต่มีกำแพง' การที่นักวิชาการถึง 2,300 คนออกมาลงชื่อประท้วง มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้ว มันคือการบอกว่าสหรัฐฯ ไม่ใช่สถานที่ที่ต้อนรับคนทั้งโลกอย่างเท่าเทียมอีกต่อไป... ยิ่งถ้าพี่ใหญ่อย่างจีนขยับตัวด้วยการจัดงานคู่ขนานหรือบอยคอตอย่างเป็นทางการ งานที่ฟิลาเดลเฟียอาจจะกลายเป็นงาน 'เหงาๆ' ที่มีแต่คนหน้าเดิมๆ

    ตอนนี้โลกวิชาการกำลังตั้งคำถามถึง 'ความยุติธรรม' และ 'ความเท่าเทียม' หาก IMU ยังคงยืนกรานจัดงานในที่ที่คนครึ่งโลกเข้าไม่ได้... ความศักดิ์สิทธิ์ของงาน ICM ก็อาจจะหายไปตลอดกาล

    #ChinaFocus

    Ref.: SCMP/The Daily Pennsylvanian
    https://www.facebook.com/share/p/1BMDds11a6/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สื่อ #กัมพูชา รายงาน อุทยานโบราณสถาน #นครวัด (Angkor Wat) อันโด่งดังของกัมพูชามีนักท่องเที่ยวต่างชาติไปเยือน 322,004 คนในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2026 ลดลง 32.1% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

    แหล่งมรดกโลกของ UNESCO แห่งนี้ ทำรายได้จากค่าเข้าชมประมาณ 15.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน ลดลง 30.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตามรายงานของบริษัท อังกอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ

    ทอง เมงดาวิด รองผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาจีน-อาเซียน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์กัมพูชา กล่าวว่า การลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะเกิดจากภาวะเศรษฐกิจโลกและภูมิภาคที่ชะลอตัว ปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ ความขัดแย้งชายแดนกับไทย และราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น

    ที่มา: ขแมร์ไทม์ส

    https://www.facebook.com/share/18NBZ2wvQs/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โดนัลด์ ทรัมป์ แจ้งอย่างเป็นทางการต่อสภาคองเกรสผ่านทางไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า ปฏิบัติการทางทหารทั้งหมดต่ออิหร่านได้ยุติลงแล้ว
    FB_IMG_1777725583230.jpg
    "เรียน ท่านประธานสภา:

    ข้าพเจ้าเขียนจดหมายฉบับนี้เพื่อแจ้งให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงในท่าทีของกองกำลังสหรัฐฯ ในพื้นที่ความรับผิดชอบของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (AOR) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของข้าพเจ้าในการแจ้งให้สภาคองเกรสทราบอย่างครบถ้วน สอดคล้องกับมติให้อำนาจในการทำสงคราม (Public Law 93-148)

    เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2026 ข้าพเจ้าได้รายงานต่อสภาคองเกรสว่า เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 กองกำลังของสหรัฐฯได้เริ่มต้น Operation Epic Fury และเริ่มดำเนินการโจมตีแบบแม่นยำต่อระบอบของ Iran ข้าพเจ้าได้สั่งการปฏิบัติการดังกล่าวตามความรับผิดชอบของข้าพเจ้าในการปกป้องชาวอเมริกันและผลประโยชน์ของสหรัฐฯทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเพื่อสนับสนุนผลประโยชน์ด้านความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ

    เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2026 ข้าพเจ้าได้สั่งให้มีการหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ และตั้งแต่นั้นมาก็ได้มีการขยายระยะเวลาหยุดยิงออกไป ไม่มีการปะทะกันระหว่างกองกำลังของสหรัฐฯและอิหร่านตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2026 เป็นต้นมา ความเป็นปรปักษ์ที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ได้สิ้นสุดลงแล้ว

    แม้จะประสบความสำเร็จจากปฏิบัติการของสหรัฐฯต่อระบอบอิหร่าน และความพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน ภัยคุกคามจากอิหร่านต่อสหรัฐฯและกองกำลังติดอาวุธของเรายังคงมีนัยสำคัญ ดังนั้นกระทรวงกลาโหมยังคงปรับปรุงการวางกำลังในพื้นที่ความรับผิดชอบในบางประเทศ ตามความจำเป็นและความเหมาะสม เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากอิหร่านและกองกำลังตัวแทนของอิหร่าน และเพื่อปกป้องสหรัฐฯรวมถึงพันธมิตรและหุ้นส่วนของเรา การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีรายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ในภาคผนวกที่เป็นความลับของจดหมายฉบับนี้

    ข้าพเจ้าได้และจะยังคงสั่งการกองกำลังติดอาวุธของสหรัฐฯอย่างสอดคล้องกับความรับผิดชอบของข้าพเจ้า และตามอำนาจตามรัฐธรรมนูญของข้าพเจ้าในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดและฝ่ายบริหารสูงสุด"

    02/05/2026

    https://www.facebook.com/share/p/1BHZFcsioZ/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "ของขวัญจากปูติน" — เมื่อ Leopard 2 และ M1 Abrams กลายเป็นตำราเล่มใหม่ของกองทัพเกาหลีเหนือ!

    เกิดแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในวงการอาวุธระดับโลก เมื่อมีรายงานว่า #รัสเซีย ได้ส่งมอบ "ของสมนาคุณ" สุดล้ำค่าให้กับ #เกาหลีเหนือ เพื่อตอบแทนความร่วมมือทางการทหารใน #สมรภูมิยูเครน โดยของขวัญชิ้นนี้ไม่ใช่กระสุนหรือน้ำมัน แต่เป็นรถถังระดับท็อปของนาโต้อย่าง Leopard 2A4 ของเยอรมนี และ M1A1 SA Abrams ของสหรัฐฯ ที่ยึดมาได้จากแนวหน้า

    1. ยุทธการ "แกะเสือดาวเขี้ยวเหล็ก": เมื่อเกาหลีเหนือได้ของจริงไปชำแหละ

    ความสำคัญของการส่งมอบครั้งนี้ไม่ใช่การนำรถถังเหล่านี้ไปออกรบ แต่คือการทำ "#วิศวกรรมย้อนกลับ" (Reverse Engineering) เพื่อยกระดับรถถังตระกูล "ชอนมา-โฮ" และรุ่นใหม่ๆ ของเกาหลีเหนือ:

    เจาะลึกระบบเกราะ: เกาหลีเหนือจะได้ศึกษาความลับของ "เกราะคอมโพสิต" (Composite Armor) และระบบความปลอดภัยของพลประจำรถ ซึ่งเป็นสิ่งที่รถถังสายโซเวียตดั้งเดิมทำได้ไม่ดีเท่า

    ถอดรหัสระบบควบคุมการยิง: หัวใจหลักของรถถังตะวันตกคือความแม่นยำขณะเคลื่อนที่ การได้ชำแหละระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมการยิงและกล้องตรวจการณ์ความร้อน จะช่วยให้เกาหลีเหนืออุดช่องโหว่ด้าน "ความแม่นยำ" ที่เป็นจุดอ่อนมานาน

    2. บทเรียนราคาแพงจากสมรภูมิโดรน

    M1A1 SA ที่ส่งถึงมือคิม จอง อึน ไม่ใช่เวอร์ชันจากโรงงาน แต่เป็นเวอร์ชันที่ผ่านการดัดแปลงในยูเครนเพื่อรับมือกับภัยคุกคามสมัยใหม่:

    #เกราะกันโดรน (Anti-drone Cages): การดัดแปลงโครงเหล็กด้านบนป้อมปืนเพื่อป้องกันโดรน FPV และลูกระเบิดจากมุมสูง

    #การเพิ่มเกราะปฏิกิริยา (ERA): วิธีการติดตั้งเกราะเสริมในจุดที่เปราะบางที่สุดของรถถังตะวันตก

    ประสบการณ์ทางอ้อม: เกาหลีเหนือจะได้เห็นว่า "เขี้ยวเล็บนาโต้" พลาดท่าให้กับการโจมตีแบบไหน และจะนำมาปรับใช้ในการป้องกันรถถังของตนเองได้อย่างไร

    3. นัยทางการเมือง: สัมพันธภาพที่มากกว่าคำพูด

    การส่งมอบยุทโธปกรณ์ระดับ "ความลับสุดยอด" ของตะวันตกให้เกาหลีเหนือ เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนจากเครมลินว่า:

    มิตรแท้ในยามยาก: รัสเซียพร้อมจะจ่ายค่าตอบแทนให้เกาหลีเหนือด้วย "เทคโนโลยี" ไม่ใช่แค่ปัจจัยพื้นฐาน

    ฝันร้ายของกรุงโซล: สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่รถถังของตนเองอาจถูก "แก้ทาง" ได้ในอนาคตอันใกล้ หากเกาหลีเหนือสามารถผลิตอาวุธที่ถอดรหัสจุดอ่อนของนาโต้มาได้สำเร็จ

    งานนี้เปียงยางยิ้มกว้างเลย เพราะปกติการจะเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ต้องใช้งบวิจัยมหาศาลและใช้เวลาหลายสิบปี แต่นี่รัสเซียยก 'ข้อสอบพร้อมเฉลย' มาให้ถึงหน้าบ้านเลยสิ่งที่น่าจับตาคือ หลังจากนี้รถถังเกาหลีเหนือรุ่นถัดไป อาจจะมีการจัดวางป้อมปืนที่เปลี่ยนไป หรือมีเซนเซอร์ที่ฉลาดขึ้นอย่างก้าวกระโดด... แม้จะไม่สามารถเลียนแบบได้ 100% แต่การรู้ว่า 'เขามีอะไร' ก็เพียงพอที่จะทำให้อีกฝ่ายหนาวสั่นได้แล้ว

    #ChinaFocus
    https://www.facebook.com/share/1M329FHTHM/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีนได้ออกคำสั่งทางกฎหมายเพื่อปกป้องโรงกลั่นน้ำมันของจีน 5 แห่ง จากมาตรการคว่ำบาตรใหม่ของสหรัฐที่เรียกว่า "เขตอำนาจศาลระยะไกล" (long-arm jurisdiction)
    FB_IMG_1777738554767.jpg
    บริษัทที่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรจากข้อกล่าวหาว่ามีการซื้อน้ำมันจากอิหร่าน ได้แก่:
    Hengli Petrochemical (Dalian) Refinery
    Shandong Jincheng Petrochemical Group
    Hebei Xinhai Chemical Group
    Shouguang Luqing Petrochemical
    Shandong Shengxing Chemical

    การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็น “การตอบโต้โดยตรง” ของจีน เพื่อปกป้องความมั่นคงด้านพลังงานของตนเอง ท่ามกลางความตึงเครียดจากสงครามที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน

    จีนอาศัยกรอบกฎหมายต่อต้านการคว่ำบาตรต่างประเทศ (Anti-Foreign Sanctions Law) ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี 2021 โดยกฎหมายนี้เปิดทางให้รัฐบาลจีน “ปกป้อง” บริษัทในประเทศจากมาตรการคว่ำบาตรของต่างชาติ

    สาระสำคัญคือ
    บริษัทจีน “ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม” มาตรการของสหรัฐฯ
    และหากเลือกทำตามคำสั่งของวอชิงตัน ก็อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายของจีนเอง

    อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้ทำให้บริษัทจีนตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก เพราะหาก “ทำตามสหรัฐฯ” ก็อาจผิดกฎหมายจีน แต่ถ้า “ไม่ทำตาม” ก็เสี่ยงโดนตัดออกจากระบบการเงินของสหรัฐฯ

    https://www.facebook.com/share/p/17XcN8JPct/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิหร่านกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า “การปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ไม่ได้ปิดเกมได้จริง” อย่างที่ทรัมป์ประกาศ

    แม้สหรัฐจะเพิ่มแรงกดดันขึ้นเรื่อยๆ แต่เตหะรานได้ปรับตัวอย่างเป็นระบบ โดยเรือบรรทุกน้ำมันจำนวนหนึ่งถูกใช้เป็น “คลังลอยน้ำ” ในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อเก็บน้ำมัน รอจังหวะส่งออกเมื่อข้อตกลงบรรลุผล

    ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า อิหร่านยังมีขีดความสามารถในการกักเก็บน้ำมันได้มากถึง 22 วัน ซึ่งช่วยยืดเวลาและเพิ่มทางเลือกในการบริหารสถานการณ์

    นอกจากนี้ โครงสร้างพลังงานของอิหร่านเองก็ทำให้ “ไม่ถูกบีบ” จากสหรัฐโดยง่าย

    ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า น้ำมันราว 70% จะถูกใช้ภายในประเทศ ขณะที่อีก 30% สำหรับการส่งออก และส่วนที่ส่งออกนั้น “ไม่จำเป็นต้องออกทะเลอย่างเดียว”

    อิหร่านมีแผนรองรับที่เปลี่ยนเส้นทางได้ คือ “เครือข่ายรถไฟและเส้นทางบก” ที่เชื่อมกับจีน ภายใต้โครงการ Belt and Road Initiative (BRI) ซึ่งเชื่อมอิหร่านเข้าสู่เส้นทางรถไฟยูเรเชีย เช่น China–Europe Railway Express

    เส้นทางเหล่านี้ช่วยให้อิหร่านสามารถส่งสินค้าและพลังงานออกไปยังเอเชียกลาง จีน หรือแม้แต่ยุโรป โดยไม่ต้องพึ่งพาเส้นทางทะเลที่ถูกจับตา

    แม้ว่าปริมาณการขนส่งทางบกยังเทียบไม่ได้กับการส่งออกทางเรือ แต่ภาพมันสะท้อนชัดว่า อิหร่าน “ไม่ได้ถูกปิดตาย” อย่างที่ทรัมป์พยายามทำให้ทุกฝ่ายเชื่อ

    ขณะเดียวกัน เส้นทางขึ้นเหนือผ่านทะเลแคสเปียน ก็เปิดช่องให้อิหร่านเชื่อมต่อกับรัสเซียผ่านโครงข่าย International North–South Transport Corridor (INSTC) ซึ่งเป็นอีกหนึ่ง “เส้นเลือดเศรษฐกิจ” ที่อยู่นอกการควบคุมของกองทัพเรือสหรัฐฯ

    และนี่คือข้อจำกัดสำคัญของมาตรการปิดล้อม
    เพราะต่อให้สหรัฐฯ คุมทะเลได้ ก็ไม่สามารถควบคุม “ทั้งแผ่นดินยูเรเชีย” ได้

    ภาพที่เกิดขึ้นจึงชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ อิหร่านไม่ได้ “ฝ่าปิดล้อม” แบบเผชิญหน้า แต่กำลัง “ค่อยๆ เลี่ยงมัน” ผ่านเครือข่ายใหม่ที่เชื่อมทั้งจีน รัสเซีย และภูมิภาคโดยรอบ และนั่นอาจเป็นสิ่งที่ทำให้การปิดล้อมของสหรัฐฯ เริ่มสูญเสียความหมายลงทีละน้อย
    https://www.facebook.com/share/p/1ENXF8gnwE/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    PR #Cambodia Government ซึ่งเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ ของรัฐบาล #กัมพูชา ตั้งคำถาม เพื่อวิเคราะห์ว่า

    ทำไม อนุทิน นายกรัฐมนตรี ของไทย ถึงอยากยกเลิก MOU กัมพูชา

    https://www.facebook.com/share/v/14cwVN4FGPq/

    อ้างอิงข่าว จาก เพจ PR Cambodia Government
    FB_IMG_1777767773320.jpg
    #ducknews #เขมร

    https://www.facebook.com/share/p/1Bd3zSYEmB/
     

แชร์หน้านี้

Loading...