ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ตลาดน้ำมันดิบโลกยังไม่ถูกกระทบเต็มสูบจากสงครามอิหร่าน บริษัทพลังงานใหญ่สุดในโลกเตือนราคาน้ำมันดิบสูงต่อเนื่องในระยะยาว หากเปิดช่องแคบฮอร์มุส ใช้เวลา 1-2 เดือนกว่ากลับสู่ปกติ BTimes

    May 2, 2026 แพงไม่สุด! ตลาดน้ำมันดิบยังไม่ถูกกระทบเต็มที่จากสงครามอิหร่าน ซีอีโอเอ็กซ์ซอน โมบิล ชี้ราคาน้ำมันดิบสูงต่อในระยะยาว คืนสภาพปกติใช้เวลา 1-2 เดือนหากเปิดช่องแคบฮอร์มุส

    นายดาร์เรน วู้ดส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ เอ็กซ์ซอน โมบิล ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานและผลิตน้ำมันดิบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และของสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกในปัจจุบันนั้นยังไม่ส่งผลกระทบอย่างเต็มที่ต่อตลาดโลก ซึ่งมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งรุนแรงที่นำไปสู่การทำสงครามเกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ยังส่งผลให้เกิดภาวะปริมาณน้ำมันดิบในตลาดโลกสะดุดหยุดลงมาเป็นเวลาต่อเนื่องจากการควบคุมและปิดกันช่องแคบฮอร์มุสอย่างไม่มีสัญญาณสิ้นสุด

    ตลาดน้ำมันดิบโลกในทุกวันนี้ได้รับผลกระทบที่ลดลงมาจากการเร่งขนส่งน้ำมันดิบออกจากตะวันออกกลางในช่วงเดือนมีนาคม น้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศขนาดใหญ่ และน้ำมันสำรองของเอกชนขนาดใหญ่ถูกปล่อยเข้าสู่ตลาดโลก ช่องแคบฮอร์มุสถูกปิดยืดเยื้อต่อไปจะส่งผลต่อปริมาณสำรองน้ำมันดิบทางเชิงยุทธศาสตร์และสำรองจากเอกชนชั้นนำขนาดใหญ่เหือดหายลง

    นั่นหมายความว่า ไม่ว่าจะเป็นทั้งน้ำมันดิบสำรองเชิงยุทธศาสตร์และน้ำมันดิบสำรองของเอกชนจะต้องมีการสั่งนำเข้ามาเพื่อเติมปริมาณน้ำมันดิบดังกล่าวเป็นลำดับความสำคัญแรก ท่ามกลางความต้องการบริโภคน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปที่มีต่อเนื่องในปัจจุบัน ดังนั้น ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะเพิ่มสูงขึ้นในระยะยาวต่อเนื่อง

    ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ เอ็กซ์ซอน โมบิล คาดการณ์ว่าปริมาณน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางที่จะผ่านช่องแคบฮอร์มุส จะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งถึงสองเดือน จึงจะกลับคืนสู่ภาวะปกติในกรณีที่ช่องแคบฮอร์มุสสามารถกลับมาเปิดได้อย่างอิสระเหมือนก่อนที่จะเกิดสงครามอิหร่าน

    ทั้งนี้ กำลังการผลิตน้ำมันดิบของบริษัทเอ็กซ์ซอน โมบิล ที่อยู่ในตะวันออกกลางลดลงถึงวันละ 750,000 บาร์เรล ถ้าหากความขัดแย้ง และการปิดช่องแคบฮอร์มุส ยังคงดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นไตรมาสที่สองนี้ ในขณะที่กำลังการผลิตในภาพรวมได้รับผลกระทบถึง 15% จากการปิดช่องแคบฮอร์มุส

    #น้ำมันดิบ #สหรัฐ #อังกฤษ #เศรษฐกิจ #ราคาน้ำมันวันนี้ #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1KdUsjaDgU/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทั่วโลกเซ็ง ราคาน้ำมันดิบโลกป่วนโลกยาว ธนาคารบาร์เคลย์ส ปรับขึ้นราคาเป้าหมายแตะ 100 ดอลลาร์ในปี 2026 เพิ่มขึ้นเกือบ 20% จากเป้าหมายเดิม BTimes

    May 2, 2026 จ่ายแพงยาว! ราคาน้ำมันดิบโลกป่วนโลกยาว ธนาคารบาร์เคลย์ส ปรับขึ้นราคาแตะ 100 ดอลลาร์ในปี 2026 เพิ่มขึ้นเกือบ 20% จากเป้าหมายเดิม

    ธนาคารบาร์เคลย์ส ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ชื่อดังระดับโลกจากสหราชอาณาจักร เปิดเผยว่าได้ปรับขึ้นแนวโน้มราคาน้ำมันดิบตลาดโลกแตะที่ระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขึ้นอีก 15 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือ +17.6% เมื่อเปรียบเทียบจากเดิมที่เคยคาดการณ์ว่าอยู่ที่ระดับ 85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในปี 2026 นี้

    สาเหตุจากถึงแม้อิหร่านจะยื่นข้อเสนอใหม่ให้กับสหรัฐอเมริกาในขณะที่สหรัฐอเมริกาส่งสัญญาณการให้โอกาสเจรจามากกว่าที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหม่แต่สิ่งดังกล่าวไม่มีผลต่อการผ่อนคลายความตึงเครียดของมาตรการควบคุมและปิดช่องแคบของแต่ละฝ่ายนอกจากนี้ทั้งอิหร่านและสหรัฐอเมริกากับใช้กระแสข่าวในการตอบโต้ซึ่งกันและกัน ซึ่งส่งผลต่อจิตวิทยาของนักลงทุนในตลาดน้ำมันดิบทั่วโลก

    ธนาคารดังกล่าวคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำมันดิบในตลาดโลกจะลดต่ำลงมากกว่าความต้องการผู้บริโภคทั่วโลกที่วัละ 6.6 ล้านบาร์เรล ตัวเลขดังกล่าวมีแนวโน้มสูงที่จะเพิ่มสูงมากขึ้นเมื่อช่องแคบฮอร์มุสยังคงถูกควบคุม และปิดกั้นทำให้ปริมาณน้ำมันดิบไม่สามารถเข้าสู่ตลาดโลกได้เหมือนเดิมเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงครามอิหร่าน

    สำหรับประเทศสหรัฐ อาหรับ เอมิเรตส์ หรือยูเออี ตัดสินใจถอนตัว และยุติการเป็นสมาชิกของกลุ่มโอเปก และกลุ่มโอเปกพลัสที่อยู่มานานถึง 60 ปีนั้น มีความเป็นไปได้สูงที่จะส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของยูเออีไม่สามารถเติมเต็มความต้องการผลิตน้ำมันดิบของตลาดโลกได้จากผลกระทบของความเสียหายในแหล่งผลิต และท่าเรือขนส่งน้ำมันดิบของยูเออี ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการซ่อมแซมและฟื้นฟูข้ามปี

    #น้ำมันดิบ #สหรัฐ #อังกฤษ #เศรษฐกิจ #ราคาน้ำมันวันนี้ #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1BDHm7eyj1/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “สหรัฐอาจเข้าควบคุมคิวบาแบบทันทีหลังจบสงครามอิหร่าน แค่ส่งเรือรบเราวนไปเยี่ยมระหว่างทางกลับมาจากอิหร่าน พวกเขาก็ยอมแพ้แล้ว“

    ทรัมป์ กล่าว

    https://www.facebook.com/share/p/1KkkYntqLH/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ... >>อินเดียเพิ่งนำทองคำสำรองกลับประเทศไปแล้ว 77%!...

    ===

    ธนาคารกลางอินเดียได้นำทองคำกลับประเทศเกือบ 680 ตันภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2026!

    นี่เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มทั่วโลกที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ของธนาคารกลางต่างๆ ในการนำทองคำกลับประเทศ:
    อินเดีย — นำกลับประเทศไปแล้วประมาณ 77%!

    ฝรั่งเศส — นำกลับประเทศเสร็จสมบูรณ์แล้ว -> จากสหรัฐอเมริกา!

    เยอรมนี — มีแรงผลักดันอย่างมากในการนำกลับประเทศ!

    ประเทศอื่นๆ (โปแลนด์ ตุรกี ฯลฯ) ก็เร่งการจัดเก็บในประเทศเช่นกัน!

    ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังลดการพึ่งพาคลังเก็บทองคำในต่างประเทศ (โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา/สหราชอาณาจักร) ท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์!

    นี่คือเหตุผลว่าทำไมทองคำและเงินแท่งที่คุณถือครองไว้เองจึงมีความสำคัญมากกว่าที่เคย

    ประเทศแห่งกุ้งและปู: เมื่อประเทศต่างๆ กำลังนำทองคำกลับประเทศ… คุณกำลังทำเช่นเดียวกันหรือไม่?

    แสดงความคิดเห็นของคุณ!
    *ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน โปรดรักษาสุขภาพให้ดี!
    https://www.facebook.com/share/p/17EyV87AfK/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ยูเครนเริ่มส่งโดรน "Khmarynka" ล็อตแรก 150 ลำลงสู่สมรภูมิเพื่อทำลายระบบป้องกันทางอากาศของรัสเซีย

    ยูเครนเปิดตัวโดรนกามิกาเซ่รุ่นใหม่ "Khmarynka" เน้นต้นทุนต่ำเพื่อการผลิตจำนวนมาก หวังใช้ปริมาณกดดันระบบป้องกันทางอากาศรัสเซียให้ล้มเหลว

    บริษัท General Cherry ของยูเครนเริ่มส่งมอบโดรนพลีชีพ "Khmarynka" (แปลว่า เมฆน้อย) จำนวน 150 ลำแรกให้แก่กองกำลังป้องกันตนเองเพื่อทดสอบการใช้งานจริงในสมรภูมิ โดยโดรนรุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้มีราคาถูกและผลิตได้ง่ายในระดับอุตสาหกรรม เพื่อใช้เป็นอาวุธหลักในการทำสงครามบั่นทอนกำลัง (War of Attrition) ต่อต้านโครงสร้างพื้นฐานและคลังแสงของรัสเซีย

    มีรายงานว่าโดรน Khmarynka มีขีดความสามารถในการบรรทุกระเบิดได้สูงสุด 7 กิโลกรัม รัศมีทำการ 50 กิโลเมตร และทำความเร็วได้ถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยใช้การปล่อยตัวจากแท่นยิง (Catapult) ซึ่งช่วยให้เคลื่อนย้ายและติดตั้งได้รวดเร็วในพื้นที่แนวหน้า ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการออกแบบดังกล่าวได้รับอิทธิพลมาจากโดรนรุ่น "Molniya" ของรัสเซีย เพื่อใช้ตอบโต้ยุทธวิธีเดียวกันในเขตพื้นที่สีเทา (Gray Zone)

    เป้าหมายหลักของการนำ Khmarynka มาใช้จำนวนมากคือการบีบให้ระบบป้องกันทางอากาศของรัสเซียต้องใช้กระสุนหรือขีปนาวุธราคาแพงในการยิงสกัดโดรนราคาถูกเหล่านี้ ซึ่งจะส่งผลให้ทรัพยากรด้านการป้องกันของรัสเซียลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง เปิดช่องให้ยูเครนสามารถโจมตีเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญกว่าได้ในอนาคต

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: บริษัท General Cherry ผลิตโดรน Khmarynka ล็อตแรก 150 ลำ และมีสเปกบรรทุก 7 กก. ระยะทาง 50 กม.

    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: ประสิทธิภาพในการเจาะทะลวงระบบป้องกันทางอากาศรุ่นใหม่ของรัสเซียในสถานการณ์จริง

    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: จำนวนสายการผลิตรวมทั้งหมดที่ตั้งเป้าไว้ในปี 2026

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – มีการเปิดตัวและยืนยันสเปกจากผู้ผลิตและสื่อด้านความมั่นคงหลายแห่ง (Militarnyi, Defense Express)

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม

    Source: Reuters / Militarnyi

    https://www.facebook.com/share/p/1AziWsQzt2/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ประธานาธิบดี โดนัลด์ #ทรัมป์ ออกมาพูดเปรียบเปรยเมื่อวันศุกร์ (1 พ.ค.) ว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ กำลังทำตัว "เหมือน #โจรสลัด" ในการดำเนินการปิดล้อมทางทะเลของวอชิงตันต่อท่าเรืออิหร่าน ระหว่างสงครามที่สหรัฐฯ และอิสราเอลทำกับอิหร่าน

    ทรัมป์ กล่าวเช่นนั้นขณะบรรยายถึงการยึดเรือโดยกองกำลังสหรัฐฯ เมื่อไม่กี่วันก่อน

    "เรายึดเรือ เรายึดสินค้า เรายึดน้ำมัน มันเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้มาก" ทรัมป์ กล่าวในคำแถลงเมื่อเย็นวันศุกร์ (1) "เราเหมือนโจรสลัด ทำนองเดียวกับโจรสลัด แต่เราไม่ได้มาเล่นๆ"

    เรือบางลำของเตหะรานถูกสหรัฐฯ ยึดหลังจากออกจากท่าเรืออิหร่าน รวมไปถึงพวกเรือบรรทุกสินค้าที่ถูกคว่ำบาตร และเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านในน่านน้ำเอเชีย

    อิหร่านได้ปิดกั้นเรือเกือบทั้งหมดที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ยกเว้นเรือของตนเองนับตั้งแต่เริ่มสงคราม จากนั้น ทรัมป์ ได้กำหนดมาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านแยกต่างหาก

    สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดศึกโจมตีอิหร่านเมื่อ วันที่ 28 ก.พ. ทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีอิสราเอลและประเทศในอ่าวเปอร์เซียที่มีฐานทัพสหรัฐฯ ตั้งอยู่ การโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอล รวมถึงการโจมตีเลบานอนของอิสราเอล ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปหลายพันคน และและหลายล้านคนต้องพลัดถิ่นฐาน

    สงครามครั้งนี้ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น และนำไปสู่การปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 20% ของโลก

    ทรัมป์ ซึ่งเสนอช่วงเวลาและเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ สำหรับสงครามที่คนอเมริกันส่วนใหญ่ไม่เห็นดีเห็นงามด้วย และถูกประณามอย่างกว้างขวางจากการแสดงความคิดเห็นของเขาเกี่ยวกับความขัดแย้ง รวมถึงเมื่อเขาขู่ว่าจะทำลายอารยธรรมทั้งหมดของอิหร่านเมื่อเดือนที่แล้ว

    ผู้เชี่ยวชาญของสหรัฐฯ หลายคนกล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า การโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ อาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม หลังจากที่ ทรัมป์ ขู่ว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน

    ที่มา: รอยเตอร์
    https://www.facebook.com/share/p/1CdJ8KQNEw/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทีมทนายความเตรียมเข้าพบหารือกับอองซานซูจีสุดสัปดาห์นี้
    .
    .
    รอยเตอร์ - ทีมทนายความของอองซานซูจีวางแผนที่จะเข้าพบเธอสุดสัปดาห์นี้ หลังจากเธอถูกย้ายไปกักบริเวณในบ้านพักในเมืองหลวงโดยรัฐบาลที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ ตัวแทนคนหนึ่งกล่าววันนี้ (1)
    .
    อองซานซูจี ผู้ชนะรางวัลโนเบล ถูกควบคุมตัวนับตั้งแต่กองทัพโค่นล้มรัฐบาลพลเรือนของเธอในการรัฐประหารในเดือนก.พ. 2564 การรัฐประหารได้จุดชนวนสงครามกลางเมืองที่รุนแรง ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ และที่อยู่ของเธอก็ยังคงไม่ชัดเจน
    .
    “อองซานซูจียังคงอยู่ในกรุงเนปีดอ” สมาชิกคนหนึ่งของทีมกฎหมายของซูจีกล่าวกับรอยเตอร์ และยืนยันว่าซูจีถูกย้ายไปกักบริเวณในบ้านพักคืนวานนี้ (30)
    .
    เมื่อวันพฤหัสฯ (30) สื่อของรัฐรายงานว่าซูจีจะถูกย้ายไปกักบริเวณในบ้านพัก แต่ไม่ได้ระบุว่าที่ใด และสื่อของรัฐยังได้เผยแพร่ภาพถ่ายของซูจีที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้พร้อมกับเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ 2 คน ที่ถือเป็นภาพถ่ายแรกของซูจีที่เปิดเผยต่อสาธารณะในรอบหลายปี
    .
    ทีมทนายความของซูจีวางแผนที่จะเข้าพบหญิงชราวัย 80 ปีในวันอาทิตย์ (3) เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ของเธอและนำสิ่งของจำเป็นไปให้
    .
    “สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว ผมคิดว่ามันจะไม่ใช่แค่การเยี่ยมในเรือนจำตามปกติอีกต่อไป แต่จะเป็นการประชุมที่ทีมทนายความจะไปหารือเรื่องต่างๆ กับเธอ” ตัวแทนทางกฎหมาย กล่าว
    .
    หลังจากการพิจารณาคดีที่ยืดเยื้อยาวนานหลังจากการรัฐประหาร ซูจีถูกตัดสินจำคุก 33 ปี หลังจากถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาต่างๆ ตั้งแต่การทุจริต การยุยงปลุกปั่น การโกงเลือกตั้ง ไปจนถึงการละเมิดกฎระเบียบการรักษาความลับของรัฐ ซึ่งพันธมิตรของเธอยืนยันว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้มีแรงจูงใจทางการเมืองและมีเป้าหมายเพื่อกีดกันเธอ
    .
    โทษจำคุกของซูจีถูกลดลงเหลือ 27 ปี และลดลงอีก 1 ใน 6 ส่วนจากการนิรโทษกรรมในวันปีใหม่พม่าเมื่อวันที่ 17 เม.ย. ที่ วิน มี้น อดีตประธานาธิบดี พันธมิตรและจำเลยร่วมของเธอได้รับการปล่อยตัว
    .
    เมื่อวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา โทษจำคุกของเธอถูกลดลงอีก 1 ใน 6 ส่วน จากการนิรโทษกรรมให้นักโทษในเรือนจำของพม่า ก่อนที่จะมีการประกาศย้ายซูจีไปกักบริเวณในบ้าน
    .
    มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารที่ขึ้นเป็นประธานาธิบดีของพม่า ที่เป็นผู้นำการรัฐประหาร เผชิญกับแรงกดดันจากนานาชาติอย่างต่อเนื่องให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองนับตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งล่าสุด รวมถึงจากอาเซียน ซึ่งเขาพยายามที่จะกลับมามีส่วนร่วมกับกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากอาเซียนห้ามพม่าเข้าร่วมการประชุมสุดยอดที่เป็นผลจากการรัฐประหาร
    .
    ซูจี ถูกกักบริเวณในบ้านเป็นเวลาทั้งหมด 15 ปี ภายใต้รัฐบาลทหารชุดก่อน ที่บ้านพักของครอบครัวริมทะเลสาบอินยาในย่างกุ้ง สถานที่ที่ทำให้เธอมีชื่อเสียงอย่างมากจากการกล่าวสุนทรพจน์ต่อฝูงชนผู้สนับสนุนเหนือประตูเหล็กของบ้านหลังดังกล่าว.

    https://www.facebook.com/share/p/18cNxN45gx/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    CNN เปิดรายงาน ฐานทัพสหรัฐฯ อย่างน้อย 16 แห่งในตะวันออกกลางถูกอิหร่านถล่มยับระดับที่"ไม่เคยเห็นมาก่อน"
    #Nippononline

    CNN เผยรายงานการสืบสวนพบว่า ฐานทัพสหรัฐฯ อย่างน้อย 16 แห่งในตะวันออกกลางได้รับความเสียหายจากการโจมตีของอิหร่าน ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ของจุดประจำการของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ โดยความเสียหายรวมถึงเป้าหมายสำคัญที่มีมูลค่าสูง ทั้งเครื่องบิน เรดาร์ และระบบสื่อสาร โดยบางฐานแทบใช้งานไม่ได้ และสร้างความเสียหายเชิงยุทธศาสตร์อย่างหนัก จนก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับบทบาทและการวางกำลังของสหรัฐฯ ในพื้นที่

    รายงานระบุว่า ฐานทัพเหล่านี้กระจายอยู่ใน 8 ประเทศ และถูกโจมตีเพื่อตอบโต้ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอล

    “ผมไม่เคยเห็นความเสียหายระดับนี้มาก่อน… นี่เป็นการโจมตีที่รวดเร็วและแม่นยำ โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง” แหล่งข่าวเผย

    หนึ่งในเป้าหมายหลักคืออากาศยานราคาสูง เช่น ที่ฐานทัพ Prince Sultan ในซาอุดีอาระเบีย เครื่องบินตรวจการณ์ Boeing E-3 Sentry ของสหรัฐฯ ถูกทำลาย ซึ่งมีมูลค่าเกือบ 500 ล้านดอลลาร์ และเลิกผลิตไปแล้ว

    นอกจากนี้ ระบบสื่อสารสำคัญก็ได้รับความเสียหาย เช่น ที่ค่าย Camp Arifjan ในคูเวต ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นว่า โดมป้องกันจานดาวเทียม (ray dome) ถูกทำลายเกือบทั้งหมด

    ระบบเรดาร์ถือเป็นทรัพยากรที่เสียหายแล้วยากต่อการทดแทนมากที่สุด เนื่องจากมีราคาสูงและมีจำนวนจำกัดในภูมิภาค

    ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ฐานทัพสหรัฐฯ ถึง 13 แห่งไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ จนกำลังพลต้องไปทำงานจากโรงแรมหรือสำนักงานชั่วคราว และในช่วงสองสัปดาห์แรกของสงคราม ความเสียหายจากการโจมตีของอิหร่านมีมูลค่าประมาณ 800 ล้านดอลลาร์ ตามการประเมินของ Center for Strategic and International Studies และการวิเคราะห์ของ BBC

    ขณะเดียวกัน ในการประชุมคณะกรรมาธิการด้านกองทัพของสภาผู้แทนราษฎร เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมเปิดเผยว่า ปฏิบัติการทางทหารของ ประธานาธฺบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีค่าใช้จ่ายราว 25,000 ล้านดอลลาร์ แต่ยังไม่รวมค่าซ่อมแซมความเสียหายของฐานทัพ ขณะที่จากการประเมินภายในของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่รายงานโดยสำนักข่าว CBS News และสื่อต่างประเทศหลายแห่ง พบว่าต้นทุนที่แท้จริงของปฏิบัติการ Epic Fury มีมูลค่าสูงเกือบ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.7 ล้านล้านบาท)

    อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังคงยืนยันว่า สหรัฐฯ ได้ทำลายศักยภาพทางทหารของอิหร่านไปเกือบทั้งหมด แม้รายงานหลายฉบับจะชี้ว่าไม่เป็นเช่นนั้น

    ที่มา CNN

    https://www.facebook.com/share/18gyrWsJvu/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โดรน Molniya-2 ของรัสเซียสามารถหลบเลี่ยงระบบป้องกันโดรนของกองทัพยูเครนได้ (Forbes, สหรัฐอเมริกา)

    Forbes: กองทัพยูเครนรับมือกับโดรน Molniya-2 ของรัสเซียไม่ได้

    Forbes เขียนว่า โดรนราคาไม่แพงของรัสเซียที่มีการออกแบบที่เรียบง่ายและยุทธวิธีที่ยืดหยุ่น กลับกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับระบบป้องกันโดรนของยูเครนอย่างไม่คาดคิด ประสิทธิภาพของมันเปลี่ยนกฎของเกมและแสดงให้เห็นว่าสงครามเทคโนโลยีมุ่งไปในทิศทางใด

    วิกรม มิตทัล

    โดรนและระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์มีบทบาทสำคัญในสนามรบรัสเซีย-ยูเครน ปัจจุบัน รัสเซียกำลังขยายการใช้โดรนอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน ระบบการรบของยูเครนก็กำลังขยายตัวและมีความซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงการใช้โดรนสกัดกั้นอย่างแพร่หลาย เพื่อตอบโต้ รัสเซียจึงเพิ่มการผลิตโดรน Molniya-2 และใช้งานอย่างกว้างขวางมากขึ้น ระบบนี้มีต้นทุนต่ำ แต่ได้รวมเอาโซลูชันที่เรียบง่ายและเทคโนโลยีขั้นสูงจำนวนมากไว้ด้วยกัน ทำให้สามารถต้านทานวิธีการป้องกันของศัตรูได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    โดรน Molniya-2

    Molniya-2 เป็นระบบไร้คนขับปีกคงที่ของรัสเซีย ออกแบบมาให้เป็นแพลตฟอร์มขนาดใหญ่และราคาประหยัดสำหรับการปฏิบัติภารกิจโจมตีและลาดตระเวน ผลงานชิ้นเอกของ Atlant Aero นี้ ผลิตจากวัสดุราคาประหยัด (โฟม ไม้อัด พลาสติก และวัสดุคอมโพสิตน้ำหนักเบา) และมีราคาเพียง 300 ดอลลาร์สหรัฐ

    ในขณะเดียวกัน ปีกของโดรนมีขนาดกว้าง 1.5 เมตร และรับน้ำหนักบรรทุกได้ 5 กิโลกรัม ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าและมีความเร็วสูงสุดประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระยะเวลาการใช้งานประมาณ 40 นาที และระยะการบินตั้งแต่ 40 ถึง 60 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับการกำหนดค่า

    รุ่นแรกๆ ใช้เครื่องยนต์เดียวและกล้องสำหรับการควบคุม ในขณะที่รุ่นล่าสุดได้รับเครื่องยนต์สองตัว ลำตัวที่ออกแบบใหม่ และระบบอิเล็กทรอนิกส์การบินที่ได้รับการอัพเกรดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในแง่ของน้ำหนักบรรทุก

    Molniya-2 ได้รับการออกแบบมาสำหรับการประกอบและการใช้งานแบบกระจายศูนย์ใกล้แนวหน้า เมื่อถอดประกอบแล้ว โดรนจะถูกบรรจุในกระเป๋าเป้สะพายหลังเพื่อความสะดวกในการขนส่งไปยังจุดปล่อย เมื่อเดินทางมาถึง ทีมงานสามคนจะประกอบตัวถัง ติดตั้งปีก ติดตั้งระบบขับเคลื่อนและระบบควบคุม และเตรียมบรรทุกสัมภาระ

    โดยปกติแล้ว โดรนจะถูกปล่อยโดยใช้เครื่องยิงแบบใช้ลม จากนั้นการควบคุมจะถูกส่งต่อไปยังผู้ควบคุมผ่านกล้องมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (FPV) ระบบนี้ได้รับการออกแบบมาสำหรับการใช้งานจำนวนมาก และช่วยให้ทีมงานสามารถปล่อยยานจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น

    นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2024 แพลตฟอร์ม Molniya ได้มีการพัฒนาอย่างมาก โดยมีการดัดแปลงหลายแบบสำหรับภารกิจต่างๆ รุ่นโจมตีมาตรฐานคือโดรนกามิกาเซ่ ในขณะที่กระสุนแบบเจาะเกราะ ทุ่นระเบิดต่อต้านรถถัง และระเบิดเพลิงสามารถใช้เป็นหัวรบได้ ในรุ่น Molniya-2P สำหรับการลาดตระเวน หัวรบได้ถูกแทนที่ด้วยเซ็นเซอร์แสงแบบเสถียรและอุปกรณ์บนเครื่องสำหรับตรวจสอบและระบุเป้าหมาย การดัดแปลงอีกอย่างหนึ่งคือ "อากาศยานบรรทุกโดรน" สำหรับการส่งและปล่อยโดรนขนาดเล็กให้เข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น เพิ่มระยะทำการที่มีประสิทธิภาพ ปัจจุบันมีการพบเห็นโดรนรูปแบบต่างๆ เหล่านี้ในสนามรบเป็นประจำ และการใช้งานก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

    Molniya-2 ต่อต้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์แบบไม่ใช้กำลัง

    ยูเครนได้สร้างระบบป้องกันโดรนหลายระดับที่ผสมผสานระบบแบบใช้กำลังที่ทำลายโดรนทางกายภาพ และระบบแบบไม่ใช้กำลังที่ทำให้โดรนใช้งานไม่ได้ทางอิเล็กทรอนิกส์ มาตรการแบบไม่ใช้กำลังนั้นอาศัยสงครามอิเล็กทรอนิกส์เป็นอย่างมาก ซึ่งจะตัดการเชื่อมต่อระหว่างโดรนและผู้ควบคุม โดยปกติแล้ว โดรนจะถูกควบคุมในช่วงความถี่วิทยุที่กำหนด และสัญญาณจะอ่อนลงเมื่อระยะทางไกลขึ้น เพื่อรบกวนการสื่อสารอย่างถาวร ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์จะส่งสัญญาณที่ทรงพลังกว่าในช่วงความถี่เดียวกัน เพื่อกดสัญญาณควบคุมเดิม หากสำเร็จ โดรนจะหยุดรับคำสั่ง และการบินจะหยุดชะงักหรือเปลี่ยนเป็นโหมดอัตโนมัติที่ทนต่อความผิดพลาดได้

    ในบางรุ่นของ Molniya-2 มีการใช้สายเคเบิลใยแก้วนำแสงในการส่งสัญญาณควบคุม ซึ่งช่วยป้องกันการรบกวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็มีราคาแพงกว่าและยังลดน้ำหนักบรรทุกด้วย ดังนั้น รัสเซียจึงใช้วิธีที่ง่ายกว่าในการต่อต้านระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ของยูเครน แทนที่จะทำงานบนความถี่เดียว โดรน Molniya-2 ถูกปรับให้ทำงานบนหลายย่านความถี่ โดรนจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วทั้งสเปกตรัม และมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ทำงานในช่วงความถี่เฉพาะ ผู้ควบคุมชาวรัสเซียยังเลือกความถี่ที่ไม่ถูกรบกวนอย่างจริงจัง ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ของยูเครนปล่อยสัญญาณที่ทรงพลังและสังเกตได้ง่าย ทำให้เข้าใจได้ง่ายว่าพวกเขากำลังกำหนดเป้าหมายไปที่ย่านความถี่ใด

    ด้วยเหตุนี้ การป้องกันของยูเครนจึงเผชิญกับปัญหาเรื่องขนาด ในการต่อต้านโดรนที่ทำงานบนหลายความถี่ ระบบรบกวนต้องครอบคลุมสเปกตรัมที่กว้างขึ้น และเนื่องจากกำลังการรบกวนกระจายไปในหลายช่วงความถี่ ระดับสัญญาณในแต่ละช่วงจึงลดลง ทำให้ระยะการใช้งานที่มีประสิทธิภาพลดลง การครอบคลุมอย่างมีประสิทธิภาพในช่วงความถี่กว้างต้องใช้กำลังและการประสานงานที่มากกว่าอย่างมาก

    โดรน Molniya-2 ต่อต้านอุปกรณ์ป้องกันแบบจลน์

    ยูเครนยังใช้อุปกรณ์ป้องกันแบบจลน์หลายรูปแบบในแนวรบทางยุทธวิธี โดยผสมผสานระบบภาคพื้นดินเข้ากับคลังแสงโดรนสกัดกั้นที่กำลังเติบโต ระบบ Gepard และ Skynex ถูกใช้ต่อต้านโดรนบินต่ำ โดยได้รับการสนับสนุนจากระบบเคลื่อนที่ เช่น FIM-92 Stinger ปืนกลหนักให้การป้องกันในพื้นที่ ขณะที่ปืนไรเฟิลพร้อมกระสุนแตกกระจายและปืนลูกซองใช้ในระยะใกล้มาก

    อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ ยูเครนได้นำโดรนสกัดกั้นแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่งมาใช้มากขึ้น รวมถึงการพัฒนา Wild Hornets ("Wild Hornets") ซึ่งไล่ล่าและทำลายโดรนข้าศึกกลางอากาศ

    Molniya-2 ทำงานแตกต่างจากควอดโรคอปเตอร์ขนาดเล็กแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่งและโดรนทิ้งระเบิด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเป้าหมายของระบบป้องกันภาคพื้นดิน เนื่องจากเป็นระบบปีกคงที่ เครื่องบินรุ่นนี้จึงทำความเร็วได้ตั้งแต่ 90 ถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และปฏิบัติการในระดับความสูงต่ำเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ซึ่งลดประสิทธิภาพของอาวุธปืนขนาดเล็กและจำกัดขอบเขตการยิง ระยะทำการนี้ช่วยให้สามารถปล่อยตัวจากตำแหน่งที่ลึกกว่าได้ ในขณะที่ระบบนี้มักถูกใช้กับเป้าหมายที่ไม่สำคัญมากนักหรือกระจายตัวอยู่โดยไม่มีระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ชัดเจน ในสภาวะเช่นนี้ โดรนสกัดกั้นจึงเป็นภัยคุกคามหลัก

    บล็อกเกอร์ด้านการทหารของรัสเซียรายหนึ่งรายงานว่า ผู้ควบคุมเครื่องบิน Molniya-2 ใช้กลยุทธ์ง่ายๆ หลายอย่างเพื่อลดประสิทธิภาพของโดรนสกัดกั้นของยูเครน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบินจะดำเนินการในเส้นทางอ้อมเพื่อหลีกเลี่ยงตำแหน่งป้องกันที่เปิดเผย นอกจากนี้ เส้นทางการบินเองก็เปลี่ยนแปลงไปเพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูคำนวณวิถีการบินปกติได้ ระดับความสูงจะถูกปรับเปลี่ยนตลอดการบิน แต่โดยปกติจะอยู่ในระดับต่ำจนกระทั่งบินขึ้นตรงหน้าเป้าหมาย ในช่วงสุดท้ายของการบิน ผู้ควบคุมจะทำการบินแบบผิดปกติและไม่เป็นเส้นตรงเพื่อทำให้การสกัดกั้นทำได้ยากขึ้น นอกจากนี้ พวกเขายังหลีกเลี่ยงการบินเหนือป่าหรือพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น ซึ่งอาจถูกผู้สังเกตการณ์และพยานพบเห็นได้ การพรางตัวช่วยลดโอกาสในการถูกตรวจจับได้มากยิ่งขึ้น พื้นผิวด้านบนของโดรนจะมีสีตามภูมิประเทศ ในขณะที่ด้านล่างจะมีสีอ่อนเพื่อกลมกลืนกับท้องฟ้า ซึ่งจะลดการมองเห็นทั้งจากด้านบนและด้านล่าง ทำให้ศัตรูตรวจจับและติดตาม Lightning 2 ได้ยาก

    การดำเนินการของยูเครนต่อต้าน Molniya-2

    ยูเครนยังคงต้องปรับปรุงขีดความสามารถด้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์และการป้องกันทางกายภาพเพื่อรับมือกับระบบเช่น Molniya-2 บล็อกเกอร์ด้านการทหารของยูเครนรายหนึ่งแนะนำว่าเคียฟควรนำขีดความสามารถที่คล้ายกับระบบ Shtora ของรัสเซียมาใช้ ซึ่งจะรบกวนการส่งสัญญาณวิดีโอจากโดรนและทำให้ผู้ควบคุมควบคุมได้ยากในช่วงสุดท้ายของการบิน ยูเครนกำลังพัฒนาระบบดังกล่าว แต่การนำไปใช้งานนั้นยากเพราะต้องเข้าถึงแนวสายตาของผู้ควบคุมและพลังงานที่เพียงพอในการสร้างการรบกวนในระยะไกล

    การป้องกันทางกายภาพก็จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มจำนวนโดรนสกัดกั้นในระดับยุทธวิธี พวกมันยังคงมีบทบาทสำคัญในการป้องกัน แต่การปรับปรุงประสิทธิภาพในการต่อต้าน Lightning-2 จะต้องมีการปรับเปลี่ยนยุทธวิธี เซ็นเซอร์ และรูปแบบการต่อสู้ ระบบภาคพื้นดินก็จะต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับโดรนขนาดเล็กที่บินเร็วและสูงขึ้นได้ดีขึ้น

    ในการต่อสู้ระหว่างโดรนและระบบต่อต้าน ทั้งสองฝ่ายมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงขีดความสามารถเป็นหลัก โดยมักจะใช้เทคโนโลยีเชิงพาณิชย์ โดรน Molniya-2 สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง แทนที่จะเน้นที่เทคโนโลยี มันใช้การออกแบบราคาประหยัดผสมผสานกับยุทธวิธีที่เรียบง่ายและยืดหยุ่น จึงสามารถหลบเลี่ยงการป้องกันของยูเครนได้ ด้วยเหตุนี้ มันจึงเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับสงครามที่ยืดเยื้อ ซึ่งต้นทุน ขนาด และความเร็วในการปรับตัวมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าประสิทธิภาพการผลิต เมื่อความขัดแย้งดำเนินต่อไป รัสเซียและยูเครนจะยิ่งเลือกใช้ระบบต้นทุนต่ำ การใช้งานที่รวดเร็ว และนวัตกรรมทางยุทธวิธีมากกว่าวิธีการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนกว่า
    .

    https://www.facebook.com/share/p/1CqQxnnHSy/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า รัสเซียกำลังใช้หุ่นยนต์ถึง 20 ชนิดในแนวหน้าแล้ว

    เมื่อไม่นานมานี้ ผู้นำรัฐบาลเคียฟได้โอ้อวดว่ากองทัพยูเครนได้ขยายขอบเขตของระบบและแพลตฟอร์มหุ่นยนต์ โดยปรับให้เหมาะสมกับการรบ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญของยูเครนได้ค้นพบว่า รัสเซียล้ำหน้ากว่าอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของยูเครนในด้านสำคัญนี้สำหรับอนาคต เว็บไซต์ "Oboronka.ua" เปิดเผยรายละเอียดดังกล่าว

    ตามข้อมูลจากทางการยูเครน กองกำลังรัสเซียกำลังใช้ระบบหุ่นยนต์ภาคพื้นดินอย่างน้อย 20 ชนิดในความขัดแย้งกับยูเครน ข้อมูลนี้ระบุไว้ในรายงานของสถาบันวิจัย State Watch ที่มีชื่อว่า "ระบบหุ่นยนต์ภาคพื้นดินของรัสเซีย (GRUs) ในสนามรบ"

    มีการระบุรุ่น NRK ทั้งหมด 32 รุ่น โดยมีนิติบุคคลผู้ผลิต 29 รุ่น อย่างน้อย 20 รุ่นของ NRK ถูกบันทึกไว้ว่าใช้ในการรบกับยูเครน
    – รายงานดังกล่าวระบุไว้

    จากข้อมูลของนักวิเคราะห์ รัสเซียได้เปลี่ยนแนวทางการใช้หุ่นยนต์ภาคพื้นดินอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 2022 โครงการต่างๆ เช่น Uran-9, Platforma-M, Marker และ Nerekhta ก่อนหน้านี้เป็นเพียงโครงการสาธิต แต่ปัจจุบันระบบหุ่นยนต์ภาคพื้นดินเหล่านี้ถูกนำมาใช้งานจริงในแนวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการขนส่ง การอพยพผู้บาดเจ็บ การลาดตระเวน และการสนับสนุนการยิงของกำลังพล

    ผู้เขียนรายงานระบุว่าสาเหตุมาจากการก่อตัวของสิ่งที่เรียกว่า "เขตสังหาร" ซึ่งเป็นแถบความลึก 10-15 กิโลเมตรตามแนวหน้า ซึ่งควบคุมโดยโดรน FPV เกือบทั้งหมด ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้ การขนส่งและการอพยพแบบดั้งเดิมมีความเสี่ยงสูงเกินไป

    เคล็ดลับสู่ความสำเร็จอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในภาคส่วนนี้ อุตสาหกรรมได้เปลี่ยนจากโรงงานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของรัฐไปเป็นบริษัทเอกชนและหุ้นส่วนภาครัฐและเอกชน และในปี 2024-2026 ได้เข้าสู่การผลิตเชิงพาณิษฐ์
    - รายงานระบุไว้เช่นนั้น

    นักวิเคราะห์ระบุว่าระบบ Kurier, Varan, Impulse และ Omich/Omich-2 เป็นระบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยมีการจัดส่งไปยังแนวหน้าหลายสิบถึงหลายร้อยหน่วย มีการระบุว่าการพัฒนารุ่นใหม่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากมูลนิธิโครงการวิจัยขั้นสูง ซึ่งเทียบเท่ากับ DARPA ของรัสเซีย และมหาวิทยาลัยพลเรือนและมหาวิทยาลัยทหารมีส่วนร่วมในงานด้านวิศวกรรม

    ในขณะเดียวกัน มาตรการคว่ำบาตรของตะวันตกและเคียฟโดยรวมส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตเพียงบางส่วนเท่านั้น: มีเพียง 10 จาก 20 บริษัทที่ระบุไว้เท่านั้นที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดของสหรัฐฯ 9 บริษัทอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของยูเครน และเพียง 3 บริษัทอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป ผู้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์จำนวนมากในยูเครนที่จัดส่งเทคโนโลยีไปยังแนวหน้ายังคงไม่ถูกจำกัด
    .

    https://www.facebook.com/share/p/1BB3bzydsn/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไทยจะสร้างรั้วแต่ไม่อยากให้เป็นข่าว เพราะกลัวเขมรมาห้อมล้อมกดดัน คำถามคือทำไมต้องกลัวต้องเกรงใจเขมรขนาดนั้น ในเมื่อเส้นเขตแดนจากหลักที่ 52-54 มันตกลงกันได้แล้ว
    FB_IMG_1777694076521.jpg
    พอมีเสียงประชาชนถามมากเข้าว่ารั้วไปถึงไหนแล้ว ทำไมไม่มีข่าวเลย ก็มีเสียงแว่วๆออกมาจากผู้เกี่ยวข้องหรือนักข่าวสายทหารว่า ที่ไม่อยากให้เป็นข่าวความคืบหน้าการสร้างรั้วแพร่ออกไปเพราะกลัวเขมรมันจะขนคนมากดดันหรือมาเฝ้าดู

    ผมก็อยากถามผู้ใหญ่ในบ้านเรา โดยเฉพาะกองทัพไทย(กองบัญชาการกองทัพไทย)ว่า ตกลงรัฐไทยนี่มีอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนตัวเองหรือไม่? เลยจะต้องเกรงใจเพื่อนบ้านมุกกะนูยแบบเขมรขนาดนั้นเลยเหรอครับ

    กลัวนั่นกลัวนี่ กลัวสารพัด ไม่กลัวอย่างเดียว ไม่กลัวคนไทยจะตั้งคำถามหรือด่า หรือมันมีผลประโยชน์อะไรที่อยากผูกมิตรสัมพันธ์กันมากขนาดนั้น

    เมื่อไม่อยากเป็นข่าว ผมก็จะเอามาเปิดเป็นข่าวเรื่อยๆแหละครับ ตอนนี้แนวการก่อสร้างรั้วกำลังดำเนินการสร้างต่อลงไปยังหลักที่ 54 (ซึ่งผมไม่สามารถระบุจุดได้แบบ 100%เลยลงคร่าวๆ)

    หลังจากเดือนสองเดือนที่ผ่านมามีข่าวการก่อสร้างรั้วชายแดนก็เริ่มมีรูปร่างมากขึ้นแต่ถ้ามองจากดาวเทียมงานอาจจะเป็นไปได้ช้า ไม่ทราบว่าติดปัญหาอะไรหรือไม่

    ไม่มีมวยล้มต้มคนดูอีกต่อไปแล้วครับ ปีนี้ไม่ใช่ 2554 ครับ ปีนี้ 2569 ประชาชนมีช่องทางในการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตามชายแดน ถึงแม้จะไม่ยอมให้ประชาชนเข้าไปก็ตาม ปิดไม่ได้แล้วครับ

    สำหรับคนที่ไม่ทราบรั้วนี้อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของด่านบ้านแหลม จ.จันทบุรี ครับ

    หน้าที่การสร้างรั้ว ผู้รับผิดชอบคือกองทัพไทย (หรือที่เรียกกันติดปากว่ากองบัญชาการกองทัพไทย) ต่อไปให้ทุกท่านทราบโดยทั่วกันว่า ถ้าพูดถึงเรื่องสร้างรั้ว ต้องไปที่กองทัพไทยครับ

    https://www.facebook.com/share/1KzTV9P2eK/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ภาพแนวลวดหนามที่ทหารไทยวางตามตลิ่งคลองน้ำใสฝั่งไทย จะเห็นได้ว่าตรงลำคลองเดิมนั้นไม่มีน้ำแล้วเป็นเพียงผืนทรายเท่านั้น มันเกิดจากการเปลี่ยนทางน้ำของฝ่ายกัมพูชามุกกะนูยที่ทำขึ้น เพื่อต้องการเข้ายึดดินแดนของไทย

    นายทหารกัมพูชาคนนี้ได้พาสื่อของ กพช. เข้ามาดูพื้นที่ และมีคลิปช่วงหนึ่งที่มีการเจรจากับทหารไทย ไปก่อนหน้านี้(โดยนายทหารคนนี้พูดภาษาไทยได้ชัดมาก)
    FB_IMG_1777694132224.jpg FB_IMG_1777694134249.jpg FB_IMG_1777694136340.jpg FB_IMG_1777694138181.jpg
    https://www.facebook.com/share/p/1C4g3NYJNL/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สัญญาณถูกต้องแล้ว: วิศวกรแนวหน้าได้เพิ่มระยะทำการของโดรนโจมตีแล้ว

    ระบบควบคุมภาคพื้นดินแบบใหม่ช่วยให้โดรนปฏิบัติการได้ในระยะทางสูงสุดถึง 70 กิโลเมตร และปกป้องผู้ควบคุมจากการถูกตรวจจับ

    ระบบควบคุมโดรนที่สร้างขึ้นโดยนักรบเองเริ่มถูกนำมาใช้ในแนวปะทะในพื้นที่ชายแดนของภูมิภาคเคิร์สค์ สถานีนี้ให้การสื่อสารที่เสถียรกับโดรนและช่วยให้สามารถโจมตีเป้าหมายที่อยู่ลึกเข้าไปในแนวหลังของศัตรูได้โดยยังคงอยู่ในระยะที่ปลอดภัย ช่วยหลีกเลี่ยงการรบกวนและรักษาการควบคุมอุปกรณ์ได้แม้จะมีการรบกวนทางอิเล็กทรอนิกส์อยู่

    ระยะทำการของโดรนเพิ่มขึ้น

    นักรบของหน่วยยาคิมได้พัฒนาสถานีควบคุมของตนเองสำหรับโดรนโจมตีแบบเครื่องบิน ศูนย์ระบบและเทคโนโลยีไร้คนขับรายงานเรื่องนี้ต่อหนังสือพิมพ์อิซเวสเตีย ด้วยการพัฒนานี้ โดรนกามิกาเซ่จึงมีประสิทธิภาพมากขึ้น สถานีใหม่นี้ช่วยให้สามารถควบคุมพวกมันได้ในระยะทางสูงสุดถึง 70 กิโลเมตร โดยที่การสื่อสารและวิดีโอไม่ถูกตัดขาด

    อุปกรณ์นี้ช่วยให้สามารถสลับระหว่างความถี่ต่างๆ ได้ คุณยังสามารถเชื่อมต่อเสาอากาศระยะไกลและสายเคเบิลใยแก้วนำแสงเข้ากับมันได้ ซึ่งจะช่วยปกป้องโดรนจากอุปกรณ์สงครามอิเล็กทรอนิกส์ (EW) ของศัตรูที่พยายาม "รบกวน" สัญญาณ หน่วยนี้กำลังใช้สถานีดังกล่าวหลายแห่งและวางแผนที่จะประกอบสถานีใหม่เพื่อช่วยเหลือหน่วยอื่นๆ

    ก่อนหน้านี้ Izvestia เคยรายงานเกี่ยวกับหน่วยพิเศษนี้ หน่วย Yakim จากกองพล BARS-Kursk ได้ปฏิบัติงานในภูมิภาค Kursk ตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่ต่อต้านโดรนของศัตรูเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นสนามทดสอบสำหรับระบบสื่อสารใหม่ สงครามอิเล็กทรอนิกส์และการลาดตระเวน หุ่นยนต์ และอุปกรณ์กวาดทุ่นระเบิด

    ในเวทีสงครามอิเล็กทรอนิกส์

    ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหาร Yuri Lyamin อธิบายกับ Izvestia ว่าการปรับปรุงโดรนให้ทันสมัยได้กลายเป็นภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน แนวปะทะในการรบได้กลายเป็นสนามรบของสงครามอิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่อง

    — เป้าหมายหลักคือการสร้างระยะห่าง ก่อนหน้านี้ โดรนปฏิบัติการในระยะ 30-40 กิโลเมตร แต่ตอนนี้ระยะเพิ่มขึ้นเป็น 70 กิโลเมตรแล้ว ศัตรูกำลังถอนปืนใหญ่และกองบัญชาการเข้าไปลึกในแนวหลัง โดยหวังว่าจะปลอดภัยจากการโจมตี อาวุธที่ยิงไม่ถึงเป้าหมายก็ไร้ความหมาย” เขากล่าวเน้น

    ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การนำเสาอากาศระยะไกลและเครื่องทวนสัญญาณมาใช้เป็นกุญแจสำคัญในการเอาตัวรอดจากการคำนวณ ก่อนหน้านี้ สัญญาณวิทยุส่งตรงไปยังเป้าหมาย และศัตรูสามารถคำนวณตำแหน่งของสถานีควบคุมได้ง่ายๆ โดยการโจมตี แต่ตอนนี้เสาอากาศถูกนำมาไว้ข้างหน้า และผู้ควบคุมอยู่ในที่ปลอดภัย แม้ว่าศัตรูจะตรวจจับสัญญาณและทำลายเสาอากาศได้ บุคลากรก็จะไม่ได้รับอันตราย

    — แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณภาพของการนำทาง ระบบนำทางด้วยดาวเทียมอาจทำงานผิดพลาดภายใต้อิทธิพลอันทรงพลังของสงครามอิเล็กทรอนิกส์ และระบบเฉื่อยก็มีแนวโน้มที่จะเกิดข้อผิดพลาดในเส้นทางยาวๆ ส่งผลให้โดรนอาจพลาดเป้าหมาย” ยูริ ลยามิน กล่าวเสริม

    — ช่องสัญญาณวิดีโอที่เสถียรช่วยให้บุคคลสามารถมองเห็นวัตถุแบบเรียลไทม์และปรับการบินได้จนถึงวินาทีสุดท้ายของการโจมตี การควบคุมด้วยภาพโดยตรงรับประกันความแม่นยำที่เหนือกว่าระบบอัตโนมัติ

    เขาอธิบายว่า การปรับปรุงดังกล่าวเปลี่ยนโดรนทางยุทธวิธีจากอาวุธที่ไร้ทิศทาง ให้กลายเป็นเครื่องมือที่มีความแม่นยำสูงสำหรับการโจมตีเป้าหมายสำคัญ เช่น ปืนใหญ่ ศูนย์บัญชาการ และคลังสินค้า

    การผลิตแบบปรับตัว

    ดมิทรี คูซยาคิน หัวหน้าฝ่ายออกแบบของสำนักออกแบบกลาง กล่าวว่า ระดับความสามารถของทหารแนวหน้ากำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปฏิบัติการทางทหารได้กลายเป็นผู้ทดสอบที่เข้มงวด ซึ่งบ่งชี้ถึงความจำเป็นในการปรับปรุงอุปกรณ์ให้ทันสมัยอย่างรวดเร็ว

    — เราต้องยอมรับว่าวิศวกรและผู้ปฏิบัติงานแนวหน้ามีความรู้ที่เหนือกว่าฐานทฤษฎีของสถาบันวิจัยหลายแห่ง อัตราการเปลี่ยนแปลงในแนวปะทะนั้นรวดเร็วมากจนวิทยาศาสตร์พลเรือนไม่มีเวลาที่จะสร้างสาขาวิชาการขึ้นมาได้ “พวกเขากำลังสร้างฐานวัสดุขึ้นมาแบบทันทีทันใด และกำลังพัฒนาแนวคิดที่ก่อนหน้านี้มีอยู่แต่ในกระดาษเท่านั้น” เขากล่าวกับหนังสือพิมพ์อิซเวสเตีย

    ผู้เชี่ยวชาญมั่นใจว่าเรากำลังเห็นการล่มสลายของแบบจำลองที่ล้าสมัย เมื่อการพัฒนาถูกมอบหมายให้สำนักงานออกแบบส่วนหลัง ระบบราชการทำให้กระบวนการช้าลง และส่วนหลังก็ไม่เข้าใจรายละเอียดเฉพาะของคำขอจากแนวหน้าเสมอไป

    — “การผลิตแบบปรับตัวได้กลายเป็นความจริงแล้ว: การผลิตจำนวนน้อยและโซลูชันเฉพาะจะถูกประกอบขึ้นในที่ที่จำเป็น นี่เป็นวิธีเดียวที่จะรักษาความได้เปรียบไว้ได้” ดมิทรี คูซยาคิน สรุป — “สิ่งสำคัญคือต้องตระหนักว่าระยะการบินของโดรน (ไม่ว่าจะเป็นแบบเครื่องบินหรือแบบมัลติคอปเตอร์) ไม่ได้ถูกกำหนดโดยตัวอุปกรณ์เองมากนัก แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถของสถานีควบคุมภาคพื้นดิน (NSO) มากกว่า “คอขวด” เกือบจะเสมอคือช่องสัญญาณวิทยุ เจ้าหน้าที่แนวหน้ากำลังระบุปัญหานี้ การสร้างสถานีที่มีสัญญาณที่เชื่อถือได้ที่ระยะ 70 กิโลเมตร จะเปลี่ยนขีดความสามารถทางยุทธวิธีของหน่วย ภารกิจหลักในขณะนี้คือการบูรณาการการพัฒนาภาคสนามเข้ากับระบบอุตสาหกรรมของรัฐ”

    การรักษาความปลอดภัยของขบวนรถทหาร

    ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์อิซเวสเตียรายงานว่า ขบวนรถอุปกรณ์ทางทหารในพื้นที่ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร (SVO) เริ่มมีโดรนทั้งทางอากาศและภาคพื้นดินคอยติดตาม โดรนสี่ใบพัดสองลำพร้อมกล้องวิดีโอจะบินนำหน้าขบวนรถเพื่อตรวจสอบพื้นถนนและข้างทาง เมื่อตรวจพบวัตถุระเบิด ขบวนรถจะหยุด และระบบหุ่นยนต์ภาคพื้นดิน (NRTC) พร้อมแขนกลจะถูกนำลงมาจากรถพ่วงคันหนึ่ง

    ผู้ควบคุมอุปกรณ์จะพิจารณาข้อมูลจากโดรนสี่ใบพัด และพบวัตถุต้องสงสัย จากนั้นหุ่นยนต์จะใช้แขนกลวางระเบิดไว้เหนือวัตถุนั้น แล้วเคลื่อนตัวออกไปยังระยะที่ปลอดภัย จากนั้นจะจุดระเบิดและทำลายวัตถุที่ตรวจพบ ผู้ให้ข้อมูลกล่าว

    ยุทธวิธีนี้กำลังถูกนำมาใช้แล้วในเขตปฏิบัติการพิเศษ
    .
    FB_IMG_1777694370460.jpg FB_IMG_1777694372764.jpg FB_IMG_1777694374575.jpg FB_IMG_1777694376752.jpg FB_IMG_1777694378530.jpg FB_IMG_1777694380374.jpg
    https://www.facebook.com/share/p/1AZ8xbCci6/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จับตาความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในน่านน้ำยุทธศาสตร์ เมื่อกองทัพเรือพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านประกาศกร้าวคุมเข้มชายฝั่ง 2,000 กิโลเมตร หวังเปลี่ยนอ่าวอาหรับและช่องแคบฮอร์มุซให้เป็นเขตอิทธิพลสมบูรณ์แบบ

    อิหร่านประกาศกฎเหล็กคุมเข้มช่องแคบฮอร์มุซและชายฝั่งอ่าวอาหรับ อ้างสร้างความมั่นคงภูมิภาคท่ามกลางความตึงเครียดกับสหรัฐฯ

    กองทัพเรือแห่งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) แถลงการณ์บังคับใช้กฎระเบียบใหม่ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร ตลอดแนวอ่าวอาหรับและช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่ามาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเปลี่ยนน่านน้ำยุทธศาสตร์แห่งนี้ให้เป็น "บ่อเกิดแห่งความมั่นคงและความมั่งคั่งของภูมิภาค" ท่ามกลางการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดจากนานาชาติ

    ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเปราะบางระหว่างการหยุดยิงในสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิอิหร่านที่ดำเนินมานานกว่า 9 สัปดาห์ ขณะที่รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงดำเนินมาตรการปิดล้อมทางทะเลในอ่าวโอมานอย่างเข้มงวด ส่งผลให้อิหร่านสูญเสียรายได้จากการส่งออกน้ำมันมูลค่ามหาศาล และมีรายงานว่าทรัมป์ได้ปฏิเสธข้อเสนอทางการทูตล่าสุดจากกรุงเตหะรานไปเมื่อเร็วๆ นี้

    นักวิเคราะห์มองว่าการขยายอิทธิพลทางทะเลของ IRGC ในครั้งนี้ เป็นการตอบโต้แรงกดดันทางเศรษฐกิจและพยายามสร้างอำนาจต่อรองเหนือน่านน้ำที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในตลาดพลังงานโลกและเส้นทางการเดินเรือพาณิชย์ หากเกิดการเผชิญหน้าขึ้นอีกครั้งในพื้นที่ดังกล่าว

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: IRGC ประกาศบังคับใช้กฎใหม่ครอบคลุมชายฝั่ง 2,000 กม., สหรัฐฯ ยังคงมาตรการปิดล้อมอ่าวโอมาน
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: ผลกระทบในทางปฏิบัติของกฎระเบียบใหม่ต่อเรือสินค้าของชาติสมาชิก NATO
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การเตรียมการเผชิญหน้าทางทหารโดยตรงในช่องแคบฮอร์มุซจากฝั่งพันธมิตร

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – รายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์สและอัลจาซีราตรงกันเกี่ยวกับคำแถลงของ IRGC

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Reuters / Al Jazeera
    https://www.facebook.com/share/17JyHp3mcK/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิหร่านยื่นคำตอบล่าสุดต่อสหรัฐฯ ต่อร่างข้อตกลงสันติภาพ สหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านให้คำมั่นว่าจะไม่เคลื่อนย้ายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะออกจากสถานที่นิวเคลียร์
    Axios รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในภูมิภาคว่า อิหร่านได้ส่ง “คำตอบล่าสุด” ต่อร่างแผนยุติสงครามที่สหรัฐฯ แก้ไขใหม่ไปแล้ว โดยใช้ปากีสถานเป็นตัวกลางถ่ายทอดข้อความเมื่อวันพฤหัสบดี การตอบกลับครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากสุดสัปดาห์ก่อน อิหร่านเพิ่งเสนอกรอบแผนของตนที่เน้นการเปิดช่องแคบฮอร์มุซและยุติสงครามก่อน แล้วเลื่อนการเจรจาเรื่องนิวเคลียร์ไปไว้ในระยะต่อไป ท่าทีดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าสงครามอาจถูก “แยกขาด” จากปัญหาโครงการนิวเคลียร์ ขณะที่สหรัฐฯ ต้องการผูกทั้งสองเส้นเข้าด้วยกันในกรอบเดียว

    ในวันจันทร์ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษจากทำเนียบขาวได้ส่งชุดข้อแก้ไขของสหรัฐฯ กลับไปยังอิหร่าน โดยดึงประเด็นนิวเคลียร์กลับเข้าไปเป็นหัวใจของร่างข้อตกลงอีกครั้ง แหล่งข่าวที่ได้รับรู้เนื้อหาระบุว่า หนึ่งในข้อเรียกร้องสำคัญคือให้อิหร่านให้ “คำมั่นผูกพัน” ว่าจะไม่พยายามเคลื่อนย้ายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะออกจากสถานที่นิวเคลียร์ที่ถูกโจมตี และจะไม่เริ่มดำเนินกิจกรรมใหม่ใด ๆ ในไซต์เหล่านั้น ตราบใดที่กระบวนการเจรจากำลังดำเนินอยู่ เงื่อนไขนี้สะท้อนความกังวลของสหรัฐฯ ว่า หลังจบศึกในสนามรบ อิหร่านอาจ “ซ่อน” ยูเรเนียมเข้มข้นหรือฟื้นสายการผลิตในเงามืด ขณะที่เตหะรานเองกล่าวหาตรงกันข้ามว่าคือทรัมป์ต่างหากที่ “ต้องการดีลอย่างหนัก” เพื่อลดแรงกดดันจากสงครามและราคาพลังงาน

    ประธานาธิบดีทรัมป์ให้สัมภาษณ์ในห้องทำงานรูปไข่เมื่อวันพฤหัสบดีว่า “ไม่มีใครรู้ว่าการเจรจาเป็นอย่างไร นอกจากผมและอีกไม่กี่คน พวกเขาต้องการข้อตกลงอย่างมาก เรามีปัญหาเพราะไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าใครคือผู้นำ” ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการตั้งคำถามต่อศูนย์ตัดสินใจในฝั่งเตหะราน ขณะที่ฝ่ายอิหร่านตอบโต้ผ่านสื่อของรัฐว่า ฝ่ายสหรัฐฯ โดยเฉพาะทรัมป์ต่างหากที่กำลังมองหาทางลงจากสงครามอย่างเร่งด่วน แอนนา เคลลี่ โฆษกทำเนียบขาวตอบคำถาม Axios ด้วยท่าทีระมัดระวัง โดยระบุเพียงว่า สหรัฐฯ ไม่เปิดเผยรายละเอียดการทูตลับ แต่ยืนยันว่าทรัมป์ย้ำชัดเจนมาตลอดว่า “อิหร่านจะต้องไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์” และการเจรจายังคงเดินหน้าต่อไปเพื่อปกป้องความมั่นคงของสหรัฐฯ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

    ในเช้าวันเดียวกัน ทรัมป์ยังเรียกประชุมทีมความมั่นคงแห่งชาติระดับสูงที่ห้องสถานการณ์ของทำเนียบขาว ใช้เวลาหารือกันราว 45 นาที ผู้เข้าร่วมประกอบด้วยรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ รัฐมนตรีต่างประเทศมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกลาโหมพีท เฮกเซธ ผู้อำนวยการ CIA จอห์น แรตคลิฟฟ์ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และที่สำคัญคือสายงานทหารนำโดยพลเรือเอกแบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการ CENTCOM และพลเอกแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม แหล่งข่าวในสหรัฐฯ ระบุว่าคูเปอร์และเคนได้บรรยายสรุป “แผนใหม่สำหรับความเป็นไปได้ในการใช้กำลัง” ต่ออิหร่าน ซึ่งสอดคล้องกับรายงานก่อนหน้านี้ที่เปิดเผยว่า CENTCOM กำลังเตรียมชุดตัวเลือกตั้งแต่การโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน การยึดบางส่วนของช่องแคบฮอร์มุซ ไปจนถึงปฏิบัติการพิเศษยึดคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ หากการเจรจาล้มเหลว

    ภาพรวมจึงสะท้อนสมการ “บีบสองทาง” ของวอชิงตัน: ด้านหนึ่งเปิดทางการทูตผ่านปากีสถาน ปรับร่างสันติภาพให้ผูกกับข้อผูกพันนิวเคลียร์อย่างเข้มงวด แต่อีกด้านยังคงมาตรการปิดล้อมทางเรือและขยับวางทางเลือกใช้กำลังรอบใหม่ในกระเป๋า เพื่อสร้างแรงกดดันบนโต๊ะเจรจา ขณะที่ฝ่ายอิหร่านก็ใช้การตอบรับ–ปฏิเสธบางส่วนของกรอบสันติภาพ รวมถึงการตีความว่าฝ่ายใด “ต้องการดีลมากกว่า” เป็นเครื่องมือโยกอำนาจต่อรองในสนามการเมืองภายในของทั้งสองประเทศเช่นกัน #imctnews รายงาน

    https://www.facebook.com/share/18bjWmehhL/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ปัญญาประดิษฐ์ในสนามรบ
    FB_IMG_1777696601966.jpg
    บริษัทในเครือ Rostec State Corporation กำลังสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในด้านการป้องกันโดรน

    ในการสัมภาษณ์กับ Krasnaya Zvezda รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจของ JSC Scientific Research Institute Vector (ส่วนหนึ่งของ Rosel ในเครือ Rostec State Corporation) ได้พูดคุยเกี่ยวกับงานและความสำเร็จในด้านนี้ Natalia Kotlyar กล่าว

    ปัจจุบัน Rosel Holding ผลิตระบบป้องกันโดรนแบบใดบ้าง?

    – บริษัท Vector Research Institute ในเครือ Rosel Holding ของ Rostec State Corporation ได้สั่งสมประสบการณ์ที่น่าประทับใจในด้านการผลิตอุปกรณ์ตรวจจับและต่อต้านโดรน รวมถึงนวัตกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น เรดาร์ 3 มิติแบบพาสซีฟโคฮีเรนต์ 3 แกน ซึ่งช่วยให้ตรวจจับวัตถุที่บินต่ำและไม่เด่นชัดได้ ผลิตภัณฑ์นี้จะบันทึกสัญญาณที่สะท้อนจากเป้าหมาย แต่ไม่ได้ปล่อยออกมาจากเครื่องส่งสัญญาณของสถานีเรดาร์เอง แต่มาจากเครื่องส่งสัญญาณภายนอก กล่าวคือ ระบบจะดักจับสัญญาณจากเครื่องส่งสัญญาณวิทยุและโทรทัศน์ จากนั้นวิเคราะห์เฟสและแอมพลิจูด เพื่อให้ได้พิกัดที่แน่นอนของแหล่งที่มาของอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ระบบนี้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมทางวิทยุที่ซับซ้อน

    อีกระบบหนึ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าคือ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Serp บางรุ่นผสมผสานวิธีการระงับและตรวจจับเข้าด้วยกัน มีรุ่นที่มุ่งเน้นเฉพาะการระงับโดรน โดยใช้ร่วมกับวิธีการตรวจจับอื่นๆ บริษัทหลายแห่งเลือกใช้ระบบ Sickle ในการออกแบบระบบป้องกันของตน

    หนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของระบบรักษาความปลอดภัยต่อต้านโดรนในปัจจุบันคือ บัสเชื่อมต่อ ซึ่งช่วยให้สามารถรวมอุปกรณ์ทั้งหมดจากผู้ผลิตที่แตกต่างกันเข้าไว้ในศูนย์ควบคุมความปลอดภัยเดียว Rosel นำเสนอการพัฒนาจากสถาบันวิจัย Vector ซึ่งทำให้สามารถรวมอุปกรณ์ได้มากถึง 30 ชิ้น และสร้างศูนย์สถานการณ์เดียว

    ปัจจุบัน บริษัทในเครือ Rostec State Corporation ผลิตชุดระบบและสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจรสำหรับการจัดระบบป้องกันสถานที่แบบหลายชั้น

    ผลิตภัณฑ์อีกอย่างหนึ่งของเราคือ PRE-VM ออกแบบมาเพื่อปกป้องยานพาหนะใดๆ ที่เคลื่อนที่ในพื้นที่อันตรายที่อาจเกิดขึ้น อุปกรณ์ขนาดกะทัดรัดนี้ติดตั้งบนหลังคารถยนต์นั่งส่วนบุคคลได้อย่างง่ายดาย และควบคุมได้จากอุปกรณ์เคลื่อนที่ ด้วยระบบตรวจจับแบบพาสซีฟ มันสามารถตรวจจับสัญญาณวิทยุในช่วงความถี่กว้างภายในรัศมี 360 องศา และในขณะเดียวกันก็ช่วยพรางตัวจากการตรวจจับด้วยเรดาร์

    การป้องกันแบบหลายชั้นของสิ่งก่อสร้างที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของระบบป้องกันโดรนในปัจจุบันเป็นอย่างไร? องค์ประกอบต่างๆ เข้ากันอย่างไร?

    – ผมขอเน้นว่าองค์ประกอบและโครงสร้างของการป้องกันสิ่งอำนวยความสะดวกเฉพาะนั้นถูกกำหนดโดยลูกค้า ปัจจุบันมักจะเป็นโซลูชันป้องกันโดรนแบบเฉพาะเจาะจงที่มีประสิทธิภาพภายในขีดความสามารถของมัน

    การแยกส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างแนวป้องกันหลายแนวที่สิ่งอำนวยความสะดวก นี่คือการผสมผสานที่ได้รับการพิสูจน์ทางเทคนิคแล้วของวิธีการตรวจจับและต่อต้านโดรนที่หลากหลาย ซึ่งช่วยให้องค์ประกอบของระบบสามารถตรวจจับโดรนประเภทต่างๆ ได้อย่างน่าเชื่อถือและประกันซึ่งกันและกันเมื่อเผชิญหน้ากับพวกมัน นอกจากนี้ แนวโน้มในการติดตั้งอุปกรณ์ไม่เพียงแต่สำหรับการระงับ แต่ยังรวมถึงการทำลายเป้าหมายที่อาจเป็นอันตรายด้วยแรงกระแทกก็เพิ่มขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้

    อุปกรณ์ทั้งหมดนี้ถูกรวมเข้าไว้ในโครงสร้างพื้นฐานเดียวผ่านสิ่งที่เรียกว่าบัสบริการและซอฟต์แวร์ทั่วไป อินเทอร์เฟซแบบรวมช่วยให้คุณสามารถกำหนดค่าการทำงานของชุดโซลูชันป้องกันโดรนทั้งหมดในโหมดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและโดยทั่วไปแล้วเป็นแบบอัตโนมัติอย่างสมบูรณ์ – โดยไม่ต้องมีการแทรกแซงจากมนุษย์ แนวทางนี้ช่วยลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดจากผู้ปฏิบัติงานและเพิ่มความปลอดภัยของวัตถุที่ได้รับการปกป้อง

    ปัจจุบัน บริษัทในเครือ Rostec State Corporation ผลิตชุดระบบและสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจรสำหรับการจัดระบบป้องกันวัตถุแบบหลายชั้น รวมถึงระบบตรวจจับ ระบบปราบปรามโดรนแบบต่างๆ ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ระดับสูงที่มีประสิทธิภาพสูง ระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน ระบบอาวุธขนาดเล็กสำหรับทำลายโดรน และแม้กระทั่งโดรนสกัดกั้น ดังนั้น หากลูกค้าต้องการ บริษัทก็สามารถสร้างระบบแบบหลายชั้นดังกล่าวได้โดยใช้ผลิตภัณฑ์ของตนเองเท่านั้น และชุดฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของเราจะจัดการและบูรณาการเข้าไว้ในระบบข้อมูลเดียว

    โซลูชันการปราบปรามโดรนของ Rostec มุ่งเป้าไปที่บริษัทขนาดใหญ่และองค์กรต่างๆ ตัวอย่างเช่น บริษัทในกลุ่มเชื้อเพลิงและพลังงาน บริษัทขนส่งที่มีศูนย์โลจิสติกส์ขนาดใหญ่ บริษัทด้านการป้องกันประเทศ บริษัทที่มีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ และอื่นๆ เทคโนโลยีต่อต้านโดรนของเราสามารถปรับให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าแต่ละรายได้อย่างยืดหยุ่น

    ปัจจุบันเป็นเรื่องปกติที่จะคำนึงถึงเศรษฐศาสตร์ของโซลูชันการป้องกันอย่างเคร่งครัด มีวิธีการคำนวณประสิทธิภาพของการลงทุนในการป้องกันโดรนหรือไม่?

    – ในที่นี้ควรพูดถึงหลักการความเพียงพอที่สมเหตุสมผล โดยพิจารณาจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น มีวัตถุราคาไม่แพงบางอย่างที่หากถูกทำลายจะไม่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อบริษัทหรือองค์กร – ความเสียหายจะก่อให้เกิดความไม่สะดวกชั่วคราวเท่านั้น การใช้อุปกรณ์ราคาไม่แพงในการป้องกันสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้จึงเหมาะสม ในขณะที่การติดตั้งระบบที่มีราคาหลายร้อยล้านรูเบิลนั้นไม่สมเหตุสมผลทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงการทำลายโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญระดับภูมิภาคหรือระดับประเทศ – สะพานขนาดใหญ่ โรงกลั่นน้ำมัน ศูนย์กลางการขนส่งในรูปแบบของท่าเรือหรือสนามบิน – ขนาดของความเสียหายจะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ส่งผลกระทบไม่เพียงแต่ด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงด้านการเมืองและสังคมด้วย ดังนั้น ราคาของการป้องกันในกรณีนี้จึงแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

    ทำไมการผสมผสานเทคโนโลยีหลายอย่างจึงดีกว่าการใช้เครื่องมือประเภทเดียว?

    – ปัจจุบันมีโดรนหลายประเภทมาก และยุทธวิธีในการใช้งานต่อสู้ก็ซับซ้อนขึ้นอย่างมาก ในสภาวะเช่นนี้ การผสมผสานเทคโนโลยีป้องกันโดรนหลายอย่างเข้าด้วยกันจะช่วยลดจุดอ่อนของเป้าหมาย ซึ่งต้องนำมาพิจารณาในกรอบของแบบจำลองภัยคุกคามที่พัฒนาขึ้นสำหรับเป้าหมายแต่ละประเภท หลักการทำงาน ระยะ และกำลังของอุปกรณ์ป้องกันที่หลากหลาย ทำให้สามารถตรวจจับและยับยั้งเป้าหมายที่อาจเป็นอันตรายได้เร็วที่สุดและในระยะที่ปลอดภัยที่สุด ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายให้น้อยที่สุด

    ปัจจุบันโซลูชันป้องกันโดรนของ Rosel ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมใดบ้าง?

    – รายชื่อนี้รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของรัฐบาลกลางส่วนใหญ่ รวมถึงองค์กรหลักของเศรษฐกิจรัสเซีย กล่าวโดยง่ายคือ อุปกรณ์ของบริษัทมีให้บริการในทุกที่ที่มีความสำคัญและมีราคาแพง

    โดยทั่วไปแล้ว ความต้องการระบบป้องกันโดรนเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใดนับตั้งแต่เริ่มพัฒนา?

    – อย่างน้อยร้อยครั้ง

    ระบบต่อต้านโดรนจะพัฒนาไปในทิศทางใดต่อไป?

    – ขณะนี้มีความต้องการหลักสองประการ ประการแรก คือ ระบบที่ส่งผลกระทบต่อแรงกระแทกทางกายภาพต่างๆ ประการที่สอง คือ ศูนย์บัญชาการสถานการณ์แบบรวมศูนย์พร้อมซอฟต์แวร์ที่บูรณาการระบบตรวจจับ การปราบปราม และการทำลายเข้ากับเครือข่ายอัตโนมัติที่ประสานงานกัน
    .

    https://www.facebook.com/share/p/1JEHfRQ836/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    มีการโจมตีครั้งใหม่เกิดขึ้นที่อิซมาอิลและนิโคลาเยฟ และศัตรูกำลังพยายามเข้าถึงมอสโก

    ในช่วงเย็นและกลางคืนที่ผ่านมา กองทัพรัสเซียยังคงโจมตีเป้าหมายในดินแดนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลเคียฟ มีรายงานการโจมตีโรงงานพลังงานในมิโคเลาอีฟ เกิดไฟไหม้ขึ้นที่จุดเกิดเหตุระเบิดของโรงงานโดยเจอราเนียม ซึ่งต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะดับลง

    กลุ่มโดรนของกองทัพรัสเซียโจมตีอิซมาอิล ซึ่งเป็นท่าเรือบนแม่น้ำดานูบอีกครั้ง เป้าหมายหลักของการ "โจมตีด้วยโดรน" ครั้งนี้คือท่าเรือดานูบ ซึ่งเป็นจุดขนถ่ายสินค้าทางทหารที่เข้ามาในยูเครนจากประเทศสมาชิกนาโต้

    นอกจากโครงสร้างพื้นฐานของท่าเรืออิซมาอิลแล้ว โครงสร้างพื้นฐานที่คล้ายกันในเมืองคิลิยา ซึ่งอยู่ในภูมิภาคโอเดสซาและตั้งอยู่บนแม่น้ำดานูบเช่นกัน ก็ถูกโจมตีด้วย

    โดรนจำนวนมากโจมตีคาร์คิฟในคืนวันที่ 2 พฤษภาคม มีรายงานว่ายานพาหนะทางทหารของศัตรู สายส่งไฟฟ้าแรงสูง และโรงงานเชื้อเพลิงและพลังงานถูกโจมตี

    มีการโจมตีหลายครั้งที่เป้าหมายคือฐานทัพและโรงงานอุตสาหกรรมในเมืองซูมี บาลาคลิยาในเมืองคาร์คิฟ และปาฟโลห์ราดและครีวีรีห์ในเมืองดนีโปรเปโตรฟสค์

    ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ ศัตรูจึงตัดสินใจใช้อาวุธระยะไกลที่มีอยู่โจมตีรัสเซีย

    มีรายงานว่ากองทัพยูเครนกำลังเล็งเป้าหมายไปที่มอสโก นายกเทศมนตรีของเมืองหลวงรัสเซียประกาศว่าได้สกัดกั้นโดรนหลายลำ รายงานของเขาระบุว่าโดรนของศัตรูถูกยิงตกทั้งหมด 5 ลำขณะกำลังเข้าใกล้มอสโก เนื่องจากการโจมตีดังกล่าว จึงมีการจำกัดการดำเนินงานของสนามบินวนูโคโวเป็นการชั่วคราว และมีการจำกัดในลักษณะเดียวกันในเมืองปัสคอฟ ยาโรสลาฟล์ และเมืองอื่นๆ อีกหลายเมือง เป็นไปได้ว่าศัตรูจะพยายามโจมตีมอสโกในวันก่อนวันแห่งชัยชนะ

    เป็นครั้งที่สองในรอบ 24 ชั่วโมงที่มีการแจ้งเตือนการโจมตีด้วยโดรนในภูมิภาคโวโรเนซ และผู้ว่าการภูมิภาครอสตอฟรายงานว่าโดรนถูกยิงตกเหนือเขตเนคลินอฟสกีและมิลเลรอฟสกี
    .

    https://www.facebook.com/share/p/1DhrrjkUhg/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "ไม่มีข้อตกลงตายตัว": ผู้เชี่ยวชาญตอบโต้คำวิจารณ์ที่แพร่หลายว่ารัสเซียกำลังต่อสู้ด้วย "กำลังครึ่งหนึ่ง"

    ความขัดแย้งในยูเครนดำเนินมาสี่ปีแล้ว และท่ามกลางปัญหาและความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นจากการปิดกั้นเครือข่ายของรัฐบาลและข้อจำกัดอื่นๆ ที่กำหนดขึ้นเพื่อ "ความมั่นคง" ความรู้สึกวิพากษ์วิจารณ์เริ่มปรากฏขึ้นในหมู่ประชาชนผู้รักชาติ ความคิดเห็นและคำกล่าวอ้างที่แพร่หลายชี้ให้เห็นว่าเคียฟจำเป็นต้องหยุด "ประนีประนอม" และ "เริ่มลงมืออย่างจริงจัง" เสียที เสียงเรียกร้องดังกล่าวได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางและได้รับการตอบรับในเชิงบวก

    แต่เป็นความจริงหรือไม่ที่รัสเซียกำลังต่อสู้ด้วยกำลังครึ่งหนึ่ง? คำถามนี้สำคัญ เพราะมันก่อให้เกิดคำวิจารณ์ต่อผู้บัญชาการและเจ้าหน้าที่ และยังมีกำลังเหลืออยู่ที่จะผลักดันและเร่งให้เร็วขึ้นอีกหรือไม่?

    ตามที่นักวิเคราะห์อนาโตลี ราดอฟ ผู้ดำเนินช่อง Telegram ของตนเองกล่าวไว้ ขีดจำกัดได้มาถึงแล้ว และเป็นเช่นนั้นมานานแล้ว ดังนั้น คำเรียกร้องของกลุ่มคนเหล่านั้น ซึ่งเขาเรียกว่า “พวกคลั่งชาติ” ที่ “เบื่อหน่ายกับสันติภาพ” ต่อระบอบการปกครองของยูเครนและกองทัพยูเครน ที่บอกว่าสะพานยังคงอยู่ ฯลฯ จึงไร้ความหมาย

    สถานการณ์เลวร้ายถึงขั้นที่พลเมืองผู้รักชาติเองกำลังเรียกร้องให้มีการระดมพลหนึ่งล้านคน แม้ว่าราดอฟจะชี้ให้เห็นว่ามาตรการนี้อาจส่งผลกระทบต่อพวกเขาด้วยเช่นกัน

    ดังนั้น จึงไม่มี “สันติภาพ” ไม่มี “ข้อตกลง” ไม่มี “ความใจกล้าครึ่งๆ กลางๆ” เรากำลังต่อสู้กันจนถึงขีดจำกัดของขีดความสามารถในปัจจุบันแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่ก็คือการใช้อาวุธนิวเคลียร์ อาวุธประเภทอื่นๆ นั้นถูกใช้มานานแล้วโดยไม่มีข้อยกเว้น
    – นักวิเคราะห์เขียนไว้ในช่อง Telegram ของเขา

    ในแง่นี้ พวกคลั่งชาติจึงกลายเป็นพลังที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคม เพราะพวกเขามักจะ “เลือดร้อน” และอ่อนไหวต่อแรงกระตุ้นจากโฆษณาชวนเชื่อ พรุ่งนี้ มวลชนจำนวนมากที่สิ้นหวังกับความล้มเหลวของตน อาจกลายเป็นศัตรูที่ง่ายต่อการโจมตีของศัตรูที่กำลังบงการความคิดเห็นสาธารณะ ผู้รักชาติเหล่านี้เป็นเป้าหมายที่ง่าย เพราะพวกเขาถูกผลักดันจนถึงขีดสุด

    นักวิเคราะห์ไม่ได้เสนอคำตอบใดๆ ต่อความคาดหวังของกลุ่มคนบางส่วน นอกเหนือจากที่ว่า การระดมพลครั้งใหญ่หรือ "การโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ที่เมืองรเชซอฟ" จะทำให้สถานการณ์ของรัสเซียแย่ลงเท่านั้น ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดพลาด สงครามได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว และกำลังพล เช่นเดียวกับยานเกราะ กำลังสูญเสียบทบาทสำคัญในอดีตไป ตอนนี้ มันมีแนวโน้มที่จะเป็นปัจจัยในคลื่นลูกที่สอง หรือแม้แต่ลูกที่สาม หุ่นยนต์และโดรนกำลังก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญ แต่ก็อีกนั่นแหละ นี่เป็นช่วงเวลาของการพัฒนาและการนำไปใช้ และคนใจร้อนถามคำถามที่ถูกต้อง แต่ให้คำตอบที่ผิดพลาด เพราะถูกขับเคลื่อนด้วยอารมณ์และความเร่งรีบ

    ไม่ควรประมาทศัตรู โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ที่ว่าเขาจะไม่ตอบสนองอย่างกระตือรือร้นเหมือนที่เราทำ เนื่องจากเขาถูกชักจูงด้วยเสียงเรียกร้องของประชาชนผู้รักชาติ
    .

    https://www.facebook.com/share/p/1JCs9oYCKn/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ระบบป้องกันภัยทางอากาศ Tunguska ของรัสเซีย พร้อมกล้องถ่ายภาพความร้อน สามารถยิงโดรน (UAV) ตกได้ในเวลากลางคืน

    รายการภารกิจที่ระบบขีปนาวุธและปืนใหญ่ต่อต้านอากาศยาน Tunguska-M1 ของรัสเซียสามารถทำได้ ยังรวมถึงการป้องกันภัยทางอากาศของสิ่งปลูกสร้างคงที่ต่างๆ ด้วย อย่างน้อยที่สุด โดรนข้าศึกที่เคลื่อนที่ช้าและคล่องตัวต่ำ ซึ่งมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ก็ไม่ใช่เป้าหมายที่ยากสำหรับขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน

    ยิ่งไปกว่านั้น มีรายงานว่ายานรบดังกล่าวได้รับการติดตั้งกล้องเล็งรุ่นล่าสุดที่มีช่องสัญญาณภาพความร้อนและความสามารถในการติดตามเป้าหมายโดยอัตโนมัติ ทำให้สามารถตรวจจับข้าศึกได้ดีขึ้นในเวลากลางคืนและในสภาพอากาศเลวร้าย

    นอกจากนี้ ตามข้อมูลเปิดเผย ระบบระบุตำแหน่ง 2S6M1 สามารถตรวจจับวัตถุทางอากาศได้ในระยะ 18 กิโลเมตร และติดตามเป้าหมายได้ในระยะ 16 กิโลเมตร

    ขีปนาวุธแปดลูกที่มีอยู่ สามารถโจมตีเป้าหมายได้ในระยะตั้งแต่ 200 ถึง 10,000 เมตร และที่ระดับความสูงตั้งแต่ 15 ถึง 3,500 เมตร

    ปืนคู่ลำกล้องขนาด 30 มม. บรรจุกระสุน 1,904 นัด สามารถยิงได้ในระยะ 200 ถึง 4,000 เมตร และระดับความสูงตั้งแต่ 0 ถึง 3,000 เมตร

    ทันกัสก้ามีความคล่องตัวสูง เช่น สามารถเร่งความเร็วได้ถึง 40 กม./ชม. บนถนนลูกรัง และ 70 กม./ชม. บนทางหลวง น้ำหนักของยานรบอยู่ที่ 34 ตัน ลูกเรือประกอบด้วย 4 คน
    .
    FB_IMG_1777696722463.jpg FB_IMG_1777696724581.jpg FB_IMG_1777696726391.jpg
    https://www.facebook.com/share/p/1LZ7UGLaUz/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,001
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นี่คือสิ่งที่ Marine Corps ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา หุ่นยนต์รบ Ripsaw M1 วิ่งไฟฟ้าได้แค่ 30 ไมล์ แต่ยูเครนเพิ่งพิสูจน์แล้วว่า ไม่ต้องส่งคนไปตาย ก็ยึดฐานข้าศึกได้
    FB_IMG_1777696991421.jpg
    Textron เปิดตัว Ripsaw M1 หุ่นยนต์รบไฟฟ้าล้วนหนัก 4,300 ปอนด์ วิ่งได้ 53 ไมล์/ชม. แต่ชาร์จทีวิ่งได้แค่ 30 ไมล์ ฟังดูน้อย แต่เดี๋ยวก่อน — มันดำน้ำได้ลึก 4 ฟุต แบกของได้ 2,000 ปอนด์ เปลี่ยนโมดูลได้ตั้งแต่ยิงโดรนตกยันติดปืนกลควบคุมระยะไกล นาวิกโยธินสหรัฐฯ สนใจจัดเต็ม เปิดตัวเมื่อ 28 เม.ย. 2026 ที่งาน Modern Day Marine

    ในสมรภูมิจริงที่ยูเครน เซเลนสกียืนยันว่ายึดฐานรัสเซียได้สำเร็จโดยใช้โดรน+หุ่นยนต์ล้วนๆ ไม่มีทหารเดินเข้าไปแม้แต่คนเดียว ไม่เสียกระสุนแม้แต่นัด แถมยูเครนสั่ง UGV เพิ่มอีก 25,000 คันในครึ่งแรกของปี 2026 สงครามยุคใหม่ไม่ได้วัดกันที่แบตวิ่งได้กี่ไมล์ แต่วัดที่ "ส่งเครื่องจักรไปแทนคน แล้วไม่มีใครต้องตาย"

    ที่มา: Defence Blog, RAND, Task & Purpose

    https://www.facebook.com/share/p/1Dzb3m3a4F/
     

แชร์หน้านี้

Loading...