เตรียมตัวให้พร้อม!มันกำลังมา แจ้งข่าวสารการชำระโลก

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย jityim, 23 เมษายน 2018.

  1. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,455
    ค่าพลัง:
    +3,220
    ธรณีพิโรธ

    คำเตือน!! ประเทศไทย !! กับการรับมือภัยพิบัติ จากโพสต์ที่ผ่านมาวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2025

    ประเทศไทย 28 มีนาคม 2568 เกิดแผ่นดินไหว เกิดความเสียหายรุนแรงเป็นประวัติศาสตร์ ทั้ง ๆ ที่อยู่ไกลจากจุดศูนย์กลาง นับพันกิโล

    ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องลองย้อนไปพิจารณาอ่านกันอีกครั้งค่ะ นัยยะต้องการสื่อเตือนอะไร?

    ขอแก้ไขเพิ่มเติมค่ะ

    ข้อความเริ่มแรกเลยเป็นการสื่อโดยตรงจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยมีการพิมพ์รายละเอียดเพื่อขยายความเพิ่ม แต่ ...มีเหตุดลใจให้ไปกดตัวออกไป กลับมา ข้อความส่วนที่จะขยายหายไป คงเหลือแต่ข้อความสำคัญ สั้น ๆ ไม่เข้าใจคิดว่าบังเอิญ จึงพิมพ์ขยายใหม่ เพื่อความแน่ใจ ทีนี้ลองออกไปจากโพสต์ กลับเข้ามาใหม่ข้อความคงเหลือแบบเดิม เหมือนที่ลงครั้งแรก จึงตัดสินใจโพสต์ไปตามที่เหลือนั้น

    การแก้ไขเพราะว่า มีคำว่า ธรณีพิโรธ ขึ้นมาในใจ จึงกลับมาแก้ไข

    และมั่นใจว่า ข้อความสำคัญของโพสต์นี้ ถูกกำหนดโดย สิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน นะค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 เมษายน 2025
  2. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,455
    ค่าพลัง:
    +3,220
    สอบถามผู้รูู้ เกี่ยวกับนิมิตรที่เกิดขึ้นค่ะ

    Jityim เป็นคนธรรมดามาก วัน ๆ ก็อยู่คนเดียว สันโดด ชอบความสงบ ไม่ชอบความวุ่นวาย สวดมนต์ นั่งสมาธิบ้าง ส่วนใหญ่จะเรียนรู้กายและใจเป็นหลัก

    ตนเองไม่ได้รู้เรื่องราวทุกเรื่อง การรับรู้ใด ๆ เกิดมาจากมีข้อมูลต่าง ๆ ปรากฎขึ้นมาเอง ในขณะที่กำลังดูอยู่ เช่นในสื่อโซเชียลต่าง ๆ ปรากฎขึ้นมาให้เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่ปรากฎขึ้นในใจ

    บางครั้ง ก็มีความคิดผุดขึ้นในใจขึ้นมา หรือมีองค์ความรู้เกิดขึ้นให้ได้รู้ แล้วก็ได้เชื่อมโยงกับข้อมูลที่ให้ได้รู้เห็นต่าง ๆ เช่นสื่อโชเชียล ตามที่ปรากฎข้างต้น

    และสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาในใจ เหมือนมีแรงผลักดันให้ต้องทำ ถ้าฝืนหรือปฏิเสธเหมือนต้องติดอยู่อย่างนั้น ไปต่อเรื่องอื่น ๆ ไม่ได้

    และการทำในสิ่งที่เกิดขึ้นในกระทู้นี้ เรื่องราวต่าง ๆ ที่นำมาให้พิจารณาล้วนเกิดจากข้อมูลที่เกิดขึ้นเองจากภายในประกอบกับข้อมูลส่งมาให้โดยบังเอิญ เพื่อให้เชื่อมโยงกัน

    คนที่เข้ามาอ่านเสมอ ๆ จะรู้ดีว่า แต่ละโพสต์ที่ปรากฎว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในแต่ละโพสต์จะเล่าให้ฟังไปพร้อมด้วยเสมอ เพื่อเป็นข้อมูลพิจารณา ว่าเชื่อถือได้หรือไม่ โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าความเป็นจริงนั้นจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และจะเป็นจริงแค่ไหน!!

    นั่นเป็นนิมิตรที่เกิดขึ้นในใจที่ปรากฎขึ้นมาให้ได้รับรู้ และเป็นเหตุ เป็นผล เพื่อให้พิจารณา ในสิ่งที่คิดว่าเป็นประโยชน์ ต่อชาติบ้านเมือง และมวลมนุษยชาติ

    ส่วนนิมิตร ทีเกิดจาก การเห็นเป็นรูปร่าง ที่ชัดเจนที่เกิดจาก กึ่งหลับ กึ่งตื่น คือข่วงที่งีบหลับ และกำลังจะตื่น ปรากฎขึ้นมา เป็นรูปที่ชัดเจนมาก พนายามจะลืมตา รูปนั้นก็ไม่ยอมหายไป คือ...

    รูปกระบอกปืน ที่ค่อย ๆ ก่อตัวทีละน้อย แล้วเห็นภาพชัดเจน จนเด่นชัด แล้วค่อย ๆ หันกระบอกปืนเข้าามาหา jityim พยายามจะลืมตา ก็หายไปแว๊บหนึ่งและปรากฎขึ้นอีกครั้ง เป็นเวลาหลายวินาที

    นิมิตรที่ปรากฎขึ้นในใจ กับนิมิตรที่ปรากฎขึ้นตอนกึ่งหลับ กึ่งตื่น 2 สิ่งแตกต่างกันอย่างไร คะ

    นิมิตรแรก พอจะเข้าใจว่า หมายถึงสิ่งใด เพราะอะไร?

    ส่วนนิมิตรสอง ไม่เข้าใจ คืออ่ะไร ต้องการสื่อเรื่องใด จะเป็นจริงแค่ไหน แล้วต้องการให้ทำอย่างไร นะค่ะ

    ก็เลยอยาสอบถามผู้รู้ว่า สิ่งที่ jityim กำลังทำ ถ้ายัอนกลับไปดูโพสต์แรก ก็จะปรากฎไปป๊อบอัพขึ้นมาเอง โดยที่ตนเองก็ไม่รู้ว่า การปรากฎขึ้นมาเองนั้น เพราะอะไร ในใจคิดว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ต้องการให้ทำต่อมั้ง

    และข้อมูลต่าง ๆ ล้วนเป็นเหตุและผลเพื่อพิจารณา
    เกี่ยวกับเรื่องภัยพิบัติที่มวลมนุษย์ชาติต้องร่วมแรงร่วมใจเพื่อเอาชนะภัยธรรมชาติได้ต้องทำอย่างไร

    Jityim คิดว่าตนเองกำลังทำประโยชน์เพื่อคนอื่นๆ ต้องการให้รอดพ้น และหลุดพ้นจากอันตรายจากภัยธรรมขาติอันใหญ่หลวงเหล่านี้

    ขอสอบถามผู้รู้ว่า นิมิตรกระบอกปืนที่เกิดขึ้นนี้ เกิดจากสาเหตุใด และนิมิตรนี้เชื่อถือได้ไหมคะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 5 เมษายน 2025
  3. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,455
    ค่าพลัง:
    +3,220
    สัญญาณเตือน "แผ่นดินไหว" ขนาดใหญ่
    Earthquakes watch Begins Now

    และแล้ว..มนุุษย์โลก ก็สามารถใช้วิทยาศาสตร์พิสูจน์ปรากฎการณ์ที่มาของแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่เป็นภัยพิบัติของมนุษย์ ได้แล้วว่าเกิดจากสาเหตุใด

    มีข้อมูลจากนักธรณีวิทยา ที่เป็นวิทยาศาสตร์ให้มนุษย์โลกได้รับรู้ว่า สัญญาณก่อนเกิดแผ่นดินไหว มาจากสาเหตุใด



    ส่วนคลิปด้านล่างนี้เป็นข้อมูลที่บันทึกในประวัติศาสตร์ขัอมูลแผ่นดินไหว ไมว่าจะเป็นแผ่นดินไหวจากญี่ปุ่นสึนามิ ปี 2011 หรือแผ่นดินไหวสึนามิเกิดขึ้นในไทยจากทะเลอันดามัน ปี 2004 แม้กระทั่งล่าสุดเกิดที่ประเทศพม่า (ล่าสุด) ปี 2025

    https://www.youtube.com/live/81FAIQOznb8?si=HNsiZicX9u8eGzLR

    ตั้งแต่ ปี2018 jityim ได้นำข้อมูลสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นำมาบอกกล่าวว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อขาวโลกบอกว่าไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เฝ้าติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลก แล้วรอดู หลังจากนั้นไม่นานจะเกิดแผ่นดินไหวเกิดขึ้นในโลก

    ซึ่ง Jityim จะกล่าวไว้หลายครั้งว่า ถ้าได้รับรู้มวลคลื่นพลังงานแรงดันสูงในอากาศ ยิ่งมีกำลังแรงสูง เสียงในอากาศจะเสียงดังมาก และมีการรับรู้การเคลื่อนหรือขยับตัวใต้พิภพ หรือ อาการกวัดแก่วงสัดส่ายของโลกจะเกิดขึ้นให้รับรู้ได้

    สิ่งศักดิ์สิทธ์ได้สื่อเตือนว่า หมายถึงอะไร!!??

    เพื่อเป็นการช่วยเหลือโลก เพื่อยกระดับพลังงานต่อระบบโลก จะต้องใช้พลังงานมหาศาล เนื่องจากจิตสำนึกของมนุษย์โลกมีการสั่นสะเทือนด้านบวก เพื่อปลดปล่อยพลังงานออกมาให้แก่ระบบโลกในระดับต่ำกว่าที่ควรจะเป็น โลกจึงมีพลังงานใหม่ทดแทนที่เสียสมดุลไปไม่มากพอ การถ่ายเทพลังงานจำนวนมากจากภายนอกเข้ามาสู่ระบบโลก จึงมีความจำเป็น

    เมื่อพลังงานที่ถูกส่งเข้ามาใหม่มีความเข้มข้นสูง กายภาพของโลกย่อมได้รับแรงกระตุ้นให้เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงตามไปด้วย

    ซึ่งกระบวนการดังกล่าว มีทั้งพายุหมุน แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด

    พายูหมุน ทันทีที่คลื่นแม่เหล็กความความถี่สูงเดินทางจากชั้นบรรยากาศมาสู่โลกเป็นระลอกนั้น จะเกิดปฏิกิริยากับคลื่นพลังงานไฟฟ้าที่ดำรงอยู่ในสนามพลังงานโลก ก่อให้เกิดพายุแม่เหล็กฉับพลัน ก่อเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง มนุษย์ต้องเผชิญ ฟ้าผ่า น้ำท่วม วาตภัยร้ายแรง

    แผ่นดินไหว สิ่งที่จะบอกเหตุการณ์ล่วงหน้า ต้องมีที่ใดที่หนึ่งเกิดฝนฟ้าคะนองรุนแรงติดต่อกันอย่างน้อย 2-3 วันก่อนเสมอ โดยทิ้งระยะห่างเป็นเดือนหรือสัปดาห์ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเกิดที่เดียวกันเสมอ อาจเกิดคนละซีกโลกก็ได้

    นี่เป็นกระบวนการหนึ่งในการคืนพลังงานที่เสียสมดุลไปให้แก่ระบบโลกอยู่เป็นระยะ ๆ ช่วงใดที่โลกเสียสมดุลทางพลังงานไปมาก มนุษย์จะต้องเผชิญกับสภาวะแผ่นดินไหวรุนแรงมากน้อยถี่บ่อยตามสัดส่วนที่เสียสมดุลไปเสมอ ส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อสร้างพลังงานใหม่ขึ้นทดแทนที่สูญเสียในระดับกลาง โดยพยายามให้มนุษย์กับโลกบอบช้ำน้อยที่สุดเสมอ

    สาเหตุของแผ่นดินไหวตามธรรมชาติมักเกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกของรอยแยกตามแนวยาวเหล่านั้นโดยมีเงื่อนไขต่าง ๆ มากมายดังที่รู้กันอยู่ คลื่นพลังงานแม่เหล็กความถี่สูง ซึ่งถูกส่งเข้ามายังกายภาพของโลก ส่วนที่เหลือจากการสร้างพายุแม่เหล็กใต้ธรณี ทำให้ของไหลและโลหะแข็งใต้พื้นโลกคายพลังงานออกมาจำนวนมาก จนสามารถเคลื่อนย้ายตนเองด้วยพลังงานมหาศาลนั้น ปรากฏการณ์การสั่นสะเทือนทางกายภาพของโลกจึงเกิดขึ้นตามความรุนแรงของพลังงานที่โลกคายออกมา

    บริเวณที่เกิดไม่จำกัดว่าจะเป็นภาคพื้นทวีปหรือใต้มหาสมุทร แต่ถ้าเกิดใต้มหาสมุทรมันจะก่อเกิดคลื่นยักษ์ที่พร้อมแสดงพลังอำนาจของมัน สู่บริเวณที่ตั้งฉากกับทิศทางการเคลื่อนที่ได้รุนแรงมากเช่นกัน ถ้ามันคลำหาเป้าที่จะคายพลังงานออกมาไม่ได้ มันจะสามารถรอนแรมเดินทางไปได้เรื่อยๆ แม้จะมีเวลานานเป็นสัปดาห์จนกว่าจะถึงเป้าหมายเลยทีเดียว

    ภูเขาไฟระเบิด การกระทำที่รุนแรงสูงสุดนี้ จะดำเนินการก็ต่อเมื่อต้องการผลการกระทำขั้นสูงสุดเท่านั้น

    จักรวาลจะใช้วิธีการสร้างพายุแม่เหล็กอย่างรุนแรงบริเวณใต้พื้นโลกส่วนที่เป็นโลหะร้อน ซึ่งสะสมพลังงานไว้อย่างมากมายให้มันคลายพลังงานออกมา เพื่อเคลื่อนย้ายไปที่ทางที่กำหนดไว้ การเคลื่อนย้ายแนวของโลหะแข็งแทนที่ของไหลที่ถูกผลักดันออกมา จึงจะเกิดขึ้นมันเป็นกระบวนการเพื่อปรับเปลี่ยนทิศทางของแนวแกนแม่เหล็กโลกให้เบี่ยงเบนไป เพื่อวางระบบเครือข่ายของเส้นแรงแม่เหล็กโลกระบบใหม่นั่นเอง

    ข้อมูลดังกล่าวจากสถิติมักจะเกิดขึ้นปรากฎการณ์ต่างๆ ขึ้นก่อนจะเกิดแผ่นดินไหวเสมอ ยกเว้นกรณีแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นที่ประเทศพม่า วันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่เกิดแผ่นดินไหว ก่อนเกิด "คลาส" วันที่ 29 มีนาคม 2568 1 วัน แสดงว่าพลังงานที่ถูกส่งเข้ามายังมีคลื่นความรุนแรงสูงมากกว่าปกติ จึงเกิดแผ่นดินไหวก่อนเกิดเหตุการณ์ของ"คลาส " ซึ่งเป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก(เคยกล่าวไว้ที่ผ่านมามีแผ่นดินไหวก่อนคลาส )



    น่าจะมีสาเหตุอะไรบางอย่างที่ตักเตือนประเทศพม่า และ jityim คิดว่าเรื่องนี้คงไม่บังเอิญ



    สำหรับประเทศไทย ได้ลงข้อมูลในกระทู้ด้านล่างว่า แดนสยาม อาจไม่ใช่เมืองที่ปลอดภัยอีกแล้ว เพราะสาเหตุใด

    https://palungjit.org/threads/รวมพลคนเตือนภัย-ยกตัวอย่างตึก-สตง-ถล่ม.819996/

    ซึ่งได้เจอข้อมูล สัญญาณเตือนก่อนเกิดแผ่นดินไหวจาก คลิปก่อนหน้า ที่นักวิทยาศาสตร์ได้ออกแจ้งข้อมูลให้รู้ว่ามีการบันทึกประวัติที่เก็บข้อมูลเอาไว้ และบังเอิญตรงกัน (นำมาให้พิจารณาบอกกล่าวกัน)



    ซึ่งได้เจอข้อมูลแผ่นเปลือกโลกแถบทะเลอันดามันที่ยังที่ยังมีโอกาสเสี่ยงสูง (เกี่ยวข้องที่จะเกิดขึ้นกับประเทศพม่าทางตอนใต้ด้วย)

    และประเทศไทยกรณีน้ำท่วมโลกตามญาณทรรศนะของผู้หยั่งรู่จะเกิดได้ กรณีนี้ (ภาคใต้จะหายไป น้ำท่วมภาคกลาง อีสานจะเป็นชายทะเล)



    และกรณี

    https://youtu.be/woxOcrxhNiE?si=WpvVmXC4V4Oc6H71

    ส่วนกรณีน้ำท่วมโลกจากเหตุปัจจัยนี้

    https://youtu.be/OvezOED0LqY?si=-w5oMS2_xHKOnAB8

    ข้อมูลต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาให้ jityim ใด้รับรู้คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน ทุกข้อมูลล้วนเชื่อมโยงเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว

    ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ อาจจะส่งผลในอนาคตรุ่นต่อไปให้รับรู้และเข้าใจ หรือแม้แต่รุ่นปัจจุบันนี้ก็ได้ ขึ้นอยู่กับมวลมนุษยชาติจะตัดสินใจเลือก ถ้าปัจจุบันเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีอนาคตก็เปลี่ยนแปลง ถ้าปัจจุบันสถานการณ์โลกยังเหมือนเดิม ก็ส่งผลถึงอนาคตรุ่นต่อๆ ไป

    ไม่รู้ว่าโลกจะเป็นเช่นไร มวลมนุษยชาติล้วนช่วยเหลือโลกและกำหนดชะตากรรมร่วมกันได้

    มนุษย์สามารถช่วยเหลือโลกได้มนุษย์จะต้องเรียนรู้ที่จะมอบพลังงานความรักให้แก่เพื่อนมนุษย์และทุกสรรพสิ่งในระบบโลก ซึ่งเป็นระบบเดียวกันผ่านประสบการณ์การอดทน อดกลั้น และการให้อภัยด้วยสำนึกที่ถูกต้องแท้จริงให้จงได้

    ดาวเคราะห์โลกจะบอบช้ำมากเพียงใด และมนุษย์จะต้องเผชิญชะตากรรมรุนแรงระดับใดมนุษย์ทุกคนมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยอย่างยิ่ง

    สิ่งที่เคยสงสัยว่า ทำไมข้อมูลต่าง ๆ ทำให้jตนเองได้พบเจอ บางทีก็มีคำตอบมาให้ว่าเพราะอะไร

    หรือความบังเอิญ คือ ความจงใจจากจักรวาล

    IMG_20250422_211848.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 23 เมษายน 2025
  4. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,455
    ค่าพลัง:
    +3,220
    ข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ

    ลองพิจารณาข้อมูลนี้ประกอบไปด้วยก็ได้ค่ะ เพราะการรับรู้ของ jityim อาจพิสูจน์ได้โดยยาก คลิปวีดีโิอนี้ จากนักวิทยาศาสตร์เเกี่ยวกับแผ่นดินไหวทางธรณีวิทยา

    Earthquake activity is picking up and sticking mojor cities การขยับตัวของเปลือกโลก หรือ แผ่นดินไหวเริ่มมีมากขึ้นในเมืองใหญ่ ๆ

    https://www.youtube.com/live/r4waLapTjAM?si=kkxeZC1zrLoo6qVn


    IMG_20250424_131338.jpg


    บางทีอาจทำให้เราฉุุกคิดขึ้นมาก็ได้ว่า...ธรรมชาติที่เกิดขึ้นในโลกกำลังบอกอะไรกับเรา
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 เมษายน 2025
  5. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,455
    ค่าพลัง:
    +3,220
    การเข้าถึงแก่นแท้ทางจิตวิญญาณ

    ใครที่ดูข่าวในหลวง พระราชินีเสด็จเยือนภูฏานบ้างคะ ใครดูแล้วแล้วเกิดความรู้สึกที่น้ำตาไหลแห่งความรักและตื้นตันใจออกมาบ้างคะที่เห็นในหลวงพระราชินี และประชาชนประเทศภูฏานทำการต้อนรับในหลวงและพระราชินีของเรา



    การเล่าข่าวและภาพที่เห็นทำให้ความรู้สึกร้องให้ออกมา ซึ่งเป็นน้ำตาของความแก่นแท้ของความเป็นมนุษย์ที่เห็นความรักและความปรารถนาดีอย่างจริงใจที่ทั้งสองประเทศมีให้ต่อกัน ซึ่งความซึ้งใจและความอบอุ่นในหัวใจนี้ ทำให้เรารู้สึกเกิดความยินดีและปีติ ทำให้น้ำตาไหลออกมา เพราะทำให้เรารู้สึกว่าชาวภูฐานรักสถาบันพระมหากษัตริย์ รักคนไทย และประเทศไทย จึงทำให้เรารู้สึกรักต่อประเทศภูฏานอย่างมาก มีความปราถนาดีอยากให้ปวงชนประเทศภูฏานมีความสุข ความเจริญ ตอบกลับโดยยอัติโนนัติ เพราะความรู้สึกที่มีการปฏิบัติกระทำต่อกัน

    ความรู้สึกนี้ jityim ไม่ได้มีคนเดียวอย่างแน่นอน เป็นความรู้สึกของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศของผู้ที่มีหัวใจแห่งความเป็นคนไทยที่มีความรักต่อสถาบันพระมหากษัตริย์




    IMG_20250429_085219.jpg

    การมอบพลังงานรักอันบริสุทธิ์ที่มีให้ต่อกัน ถ้าในขณะใดที่มนุษย์เกิดสั่นสะเทือนด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่ละเอียดขึ้น อันเป็นสภาวะของจิตที่บริสุทธิ์ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วย ความรัก ความเมตตา ความปีติเบิกบานและความปรารถนาที่จะให้ ในอันที่จะนำมาซึ่งความปีติยินดีมีสุขของผุ้ที่จะได้รับในสิ่งใด ๆ ที่ตนจะมอบให้แล้ว กลไกการผลิตพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติด้านบวกของตนก็จะถูกกดปุ่มขึ้นมาทำงานในทันทึ การสั่นสะเทือนทางจิตสำนึกทั้งของตนเองและผู้อื่น มีผลอย่างยิ่งต่อกระบวนการในมิติทางพลังงานที่ตาเปล่ามองไม่เห็น
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  6. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,455
    ค่าพลัง:
    +3,220
    เตือนภัย!!การขยับตัวของเปลือกโลก

    ในช่วงเดือนที่ผ่านมา สุริยะจักรวาลได้มีการปรับความสมดุลพลังงานของสุริยะจักรวาลทั้งระบบ โดยคลื่นพายุสุริยะส่งเข้ามาระบบดาวเคราะห์โลก และดาวเคราะห์ทั้งระบบสุริยะจักรวาล โดยเฉพาะดาวเคราะห์โลกที่ต้องที่กำหนดให้เป็นผู้นำในการฉุดรั้งดาวเพื่อนทั้ง 8 ดวง รวมทั้งดวงจันทร์ ให้โคจรไปรอบจุดศูนย์กลางของระบบสุริยะ คือ ดวงอาทิตย์



    ในระบบสุริยะจักรวาลแห่งโลกนี้ หรือจักรภพนี้ แต่ละดวงมีเส้นทางการโคจรไปรอบ ๆ ดวงอาทิตย์ของตนได้อย่างสม่ำเสมอและคงที่ จนดำรงตนเองอยู่ในระบบจักรภพเดียวกันได้อย่างสมดุลหรือลงตัวตลอดมาได้เนิ่นนานนับล้านล้านปี ก็เพราะมีดาวเคราะห์โลกดวงนี้เป็นผู้รับผิดชอบฉุดรั้งช่วยเหลือโดยแท้

    เพราะดาวเคราะห์โลกเป็นผู้ฉุดรั้งก้าวนำ เพื่อชักพาดาวเพื่อนทั้ง 8 ให้โคจรไปรอบๆดวงอาทิตย์ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของระบบจักรภพนี่เอง มนุษย์จึงมิต้องประหลาดใจเลยว่า

    เหตุใดเส้นทางการโคจรของดาวเคราะห์แต่ละดวง จึงมีลักษณะเป็นวงรีและอยู่ในระนาบเดียวกันทั้งสิ้น เพราะดาวเคราะห์แต่ละดวงเป็นผู้ก้าวตามดาวเคราะห์โลกนั่นเอง

    ดาวเคราะห์โลก เป็นจุดกึ่งกลางหรือเป็นจุดศูนย์กลางของทรงกลมที่เรียกว่า "ระบบเอกภพ" ซึ่งเป็นระบบใหญ่

    ความสำคัญของคำว่าจุดกึ่งกลางหรือจุดศูนย์กลางของระบบ ก็คือมันจะต้องมีพิกัดคงที่จะเคลื่อนย้ายไปจากเดิมไม่ได้ เพราะหากเคลื่อนย้ายพิกัดตำแหน่งจุดศูนย์กลางของวงกลมหรือทรงกรมไปจากเดิม วงกลมหรือทรงกลมนั้นจะบิดเบี้ยวไม่เป็นวงกลมหรือทรงกลมดังเดิมอีกต่อไป
    และแน่นอนว่าทุกสรรพสิ่งที่ดำรงอยู่ภายในบริเวณพื้นที่วงกลมหรือดำรงอยู่ภายในทรงกลมเดียวกันนั้นก็จะเกิดอาการเสียสมดุลกันตามไปด้วย

    การปะทะกันหรือการชนระหว่างสรรพสิ่ง และการแตกระเบิดของสรรพสิ่งภายในระบบย่อย ในอันที่จะนำไปสู่เหตุแห่งการทำลายระบบใหญ่ทั้งระบบคือ"เอกภพ" ให้พินาศย่อยยับ ดั่งทฤษฎี "โดมิโน่" จะเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในวิถีทางกายภาพโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

    เมื่อดาวเคราะห์โลกดวงนี้ เหวี่ยงหมุนรอบตัวเองช้าลงกว่าพิกัดที่กำหนดไว้ อาการที่ปรากฏขึ้นจะเกิดอาการแกว่งหรือสัดส่ายไปมาในขณะหมุนรอบตัวเอง

    ความจริงที่แท้จริงที่กำลังเกิดขึ้นกับดาวเคราะห์โลกอยู่ในขณะนี้ ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบต่อพิกัดของระนาบที่สมดุลของเอกภพจะต้องเบี่ยงเบนไปจากเดิม

    เนื่องจากแนวแกนหมุนรอบตัวเองของดาวเคราะห์โลก ได้เกิดเบี่ยงเบนไปจากพิกัดตำแหน่งเดิมมากขึ้น เหตุเพราะเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองช้าลง จึงยังผลให้แนวระนาบของระบบเอกภพเบี่ยงเบนไปทางซ้ายเพิ่มขึ้นจากกันเหมือนเดิมที่สมดุลอยู่ 0.2 องศา

    มนุษย์ยุคปลายพลังงานเก่าสามารถเข้าถึงการใช้ปัญญาอย่างอันเกิดจากสมองซีกขวานำซีกซ้ายกันได้ยากขึ้น

    เพราะค่าสนามแม่เหล็กของสมองทั้ง 2 ซีกไม่สมดุลกัน โดยสมองซีกซ้ายเกิดการอสมมาตรกับสมองซีกขวามากเกินปกติ อันเนื่องมาจากแนวระนาบของเอกภพเบี่ยงเบนไปทางซ้าย 0.2 องศาจากแนวระนาบปกตินั่นเอง

    นี่คือผลลัพธ์ที่เกิดจากการเสียสมดุลของระบบโลก อันเกิดจากน้ำหนักมวลบนพื้นผิวโลกถูกทำให้เพิ่มขึ้นเกินพิกัดที่โลกจะรับไหว ซึ่งมันจะมีผลกระทบต่อเอกภพที่เป็นระบบใหญ่ แล้วในที่สุดมันก็จะส่งผลกระทบย้อนกลับในทิศทางของมุมสามเหลี่ยม คืนสู่มวลมนุษย์โลกในฐานะผู้ก่อเหตุเองเข้าจนได้

    การเป็น"เพื่อนของโลก" แต่ละสรรพสิ่งที่อยู่ในระบบโลก จึงหมายถึงการเป็นผู้ทำหน้าที่ผลิตสร้างประจุไฟฟ้าบวกป้อนให้แก่ดาวเคราะห์โลกของตนนั่นเอง

    เมื่อมนุษย์ไม่สามารถทำหน้าที่ช่วยเหลือโลกได้ การที่ส่งคลื่นพายุสุริยะเข้ามาในระบบโลก เป็นการช่วยเหลือโลกยกระดับพลังงานโลกให้กลับมาสมดุลดังเดิม โดยสิ่งที่ต้องแลกมาภัยพิบัติ การขยับตัวของเปลือกโลก เพื่อคลายพลังงานที่สะสมเอาไว้ นั่นคือภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในโลก

    เมื่อโลกรับพลังงานพายุสุริยะจากนอกโลก ระดับพลังงานสูงขึ้น ทำให้มนุษย์บางส่วนมีการยกระดับจิตใจและสติปัญญาสูงขึ้นด้วย

    แต่ด้วยความไม่เสถียรของพลังงานในโลก มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้โลกเสียสมดุลทางพลังงานลดลง พลังงานจากนอกระบบโลก คือพายุสุริยะจึงถูกส่งเข้ามาเรื่อย ๆ ผลกระทบจากภัยพิบัติจึงตามาเป็นระยะตามค่าพลังงานที่เสียสมดุลไป โดยเฉพาะเขตวงแหวนแห่งไฟ ที่ทำให้เปลือกโลกขยับและคลายพลังงานออกมา จึงมีผลกระทบและเฝ้าระวัง




    ผลที่ตามมาเมื่อพลังงานของโลกเพิ่มขึ้น มนุษย์ส่วนใหญ่ที่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงจะถูกยกระดับจิตใจและสติปัญญาสูงขึ้นตามไปด้วย

    หากมนุษย์คนใดไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง จะสร้างปัญหาให้กับสังคมและระบบโลก สังคมนั้นประเทศนั้นจะประสบกับภัยพิบัติอันใหญ่หลวงตามวาระกรรมของคนในประเทศนั้น

    เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สัญญาณการขยับตัวของเปลือกโลกเริ่มปรากฎขึ้นอีกครั้ง ก็ยังนึกอยู่ว่าช่วงเดือนกว่าที่ผ่านมา ไม่ได้รับรู้พลังงานของโลก ถึงแม้จะมีพายุสุริยะเข้ามา คลื่นพลังงานของโลกก็
    สงบนิ่งไม่รับรู้การขยับเขยื้อน

    และวันนี้ก็เจอข่าวใหญ่อิสราเอล กับอิหร่าน ก็ตรงกับการขยับของโลกพอดี ตามข่าวสถาณการณ์จะรุนแรงหรือไม่รุนแรง การที่นอกโลกส่งพลังงานเข้ามาในระบบโลกย่อมมีผลกระทบตามไปด้วย

    IMG_20250613_205929.jpg
    IMG_20250613_205910.jpg IMG_20250613_205853.jpg

    มนุษย์บางคนอาจสงสัยว่า ปกติแล้วแม็กโตสเฟียส หรือสนามแม่เหล็กโลก ซึ่งแผ่ออกไปในชั้นบรรยากาศรัศมี 60,000 กิโลเมตร มีชั้นของสนามแม่เหล็กที่แข็งแกร่งคอยป้องกันพายุสุริยะจากดวงอาทิตย์ และคลื่นไฟฟ้าแม่เหล็กย่านความถี่ที่เป็นภัยต่อมนุษย์ เอาไว้อย่างดีแล้ว จนแม้กระทั่งอุกกาบาตขนาดใหญ่ ก็ไม่อาจฝ่าแนวกั้นที่ว่านี้เข้ามาทำลายโลกได้ แล้วเหตุใดจึงไม่อาจต่อต้านคลื่นพลังงานแม่เหล็กความถี่สูง ที่ถูกส่งเข้ามายังระบบโลกเพื่อการชำระโลกได้ คำตอบก็คือสนามแม่เหล็กโลกมันจะสามารถป้องกัน หรือต้านยันคลื่นความถี่แม่เหล็กจากพายุสุริยะดวงอาทิตย์ หรือจากแหล่งใดในจักรวาลก็ตาม ที่เป็นพลังงานเข้มข้นไม่เกินระดับ 3 ยุคพลังงานเก่าที่ผ่านมา ไม่เกินระดับ 6 ยุคพลังงานใหม่นี้เท่านั้น หากพลังงานที่ส่งเข้ามายังระบบโลกมีระดับพลังงานสูงเกินกว่าที่กำหนดค่าไว้ ระบบโครงข่ายสนามแม่เหล็กโลกเองก็ไม่สามารถต้านทานมันเอาไว้ได้เลย

    ระดับพลังงานที่ถูกส่งตรงเข้ามายังโลกคือระดับ 7 ซึ่งโลกไม่อาจต้านทานได้ นอกจากจะมีการสร้างร่างแหโครงข่ายสนามแม่เหล็กพิเศษคอยป้องกันไว้อีกชั้นหนึ่งเท่านั้น

    แม้การตัดสินใจเพื่อการชำระโลก ครั้งนี้ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้อีกแล้วก็ตาม มนุษย์ยังมีเวลาบรรเทาความบอบช้ำของโลก จากภัยพิบัติที่จะรุนแรง และลดทอนเคราะห์ภัยตนเองกับเพื่อนมนุษย์สังคมเดียวกันจะต้องเผชิญลงได้บ้าง

    มนุษย์จะต้องทำเป็นหมู่คณะ ทำเป็นกลุ่มเป็นสังคมไม่ใช่ใครบางคน เนื่องจากพลังงานด้านบวกจะจิตสำนึกใหม่ที่ถูกต้องของหมู่คณะหรือสังคมจะถูกปลดปล่อยออกมาเป็นแสงสว่างในมิติคู่ขนานซึ่งตาเปล่ามองไม่เห็น แสงสว่างจิตสำนึกของมนุษย์จะจับกลุ่มกันเป็นเมฆปกคลุมเหนือแผ่นดินนั้นไว้อย่างหนาแน่นก็เท่า ๆ กับปริมาณที่ปลดปล่อยออกมา เหมือนเป็นคล้ายร่างแหที่แข็งแกร่งปกคลุมเหนือแผ่นดินนั้นเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง โคร่งข่ายสนามแม่เหล็กคล้ายร่างแหนี้ จะถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะที่เท่านั้น มันมีไว้คอยดูดซับกักเก็บคือพลังงานแม่เหล็กความถี่สูง ซึ่งเป็นพลังงานนอกระบบที่ส่งเข้ามาในโลกโดยลดความรุนแรงลงอยู่ระดับที่ปลอดภัยสำหรับมนุษย์ผู้อาศัยอยู่ในแผ่นดินนั้น

    จุดดับบนดวงอาทิตย์มันจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องสนามแม่เหล็กบนพื้นผิวดวงอาทิตย์บริเวณจุดดับนั้น มันจะวิปริตแปรปรวนอย่างรุนแรงและต่อเนื่องอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้วมาเช่นนี้ไปเรื่อยๆ คือพลังงานระดับ 7 จะถูกปล่อยออกมาจากจุดดับในดวงอาทิตย์ที่มันจะเกิดขึ้นพร้อมกันทีละหลายจุด พลังงานผลลัพธ์อันเกิดจากการปฏิสัมพันธ์ของคลื่นพลังงานในมิติคู่ขนานนี้ เป็นไปในทำนองเดียวกันกับพลังงานรวมด้านบวกจากจิตสำนึกของมนุษย์นั่นเอง

    การเปลี่ยนจิตสำนึกใหม่สู่ความถูกต้องที่แท้จริง ด้วยจิตที่รู้แจ้งในการเข้าถึงความดีงามของมนุษย์ การให้และการรับความรักต่อกัน ผ่านการคิดและการทำเป็นการสั่นสะเทือนทางจิตสำนึกด้านบวก โดยมีจุดศูนย์กลางของจิตใจเป็นบ่อเกิดแห่งการสั่นสะเทือนมันเป็นคลื่นพลังงานความรัก ซึ่งต่างฝ่ายต่างน้อมนำมันออกมาเพื่อเหนี่ยวรั้งซึ่งกันและกันไว้

    IMG_20250613_205815.jpg

    การปลดปล่อยพลังงานแห่งความรัก ผ่านการคิดและการกระทำ แบ่งเป็นพลังงานย่อย ๆ อันเป็นส่วนผสมของพลังงานความรักได้ 3 ชนิด คือ การอดทน อดกลั้น ให้อภัย จะก่อให้เกิดการสั่นสะเทือนทางจิตสำนึกด้านบวกที่เข้มข้นรุนแรงในมิติคู่ขนานได้ ทั้งยังสร้างความสุขความพึงพอใจของผู้ได้รับผลการกระทำนั้น ก่อให้เกิดภาวะจิตใจที่สมดุลที่มนุษย์หยิบยื่นมาให้ด้วยความรู้สึกและทัศนคติที่ดีงามบนพื้นฐานของความรักเป็นการตอบแทนเช่นเดียวกัน

    ทำให้มนุษย์ทั้งสองฝ่าย ต่างช่วยกันยกระดับจิตสำนึกด้านบวกที่มีต่อกันไปในทางที่สูงขึ้นพร้อม ๆ กันอีกด้วย

    นิยามของความอดทน คือ

    การยินยอมให้บุคคลอื่นได้กระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องต่อตนเอง เพื่อตนเองจะได้มีโอกาสกระทำในสิ่งที่ถูกต้องกว่า เพื่อประโยชน์สุขร่วมกันต่อไปในวันข้างหน้าได้

    กฎเกณฑ์ทางกายภาพของจักรวาล อันเป็นกฎเกณฑ์ทางพลังงานมีอยู่ว่า ศาสตร์แห่งความสมดุลกันก็คือ การกระทำใด ๆก็ตามในการสร้างความสมดุลให้ตนเองแล้วจะต้องไม่ทำลายความสมดุลของบุคคลอื่นหรือสรรพสิ่งที่อยู่ร่วมกันด้วย ภัยพิบัติจะเปลี่ยนจากหนักเป็นเบา เพื่อเปิดโอกาสให้มนุษย์ที่พร้อมต่อการเปลี่ยนจิตสำนึกใหม่ ได้ดำรงอยู่เพื่อการสร้างโลก ร่วมมือกันกับโลกมนุษย์ในยุคพลังงานใหม่ต่อไป

    IMG_20250613_205953.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 มิถุนายน 2025
  7. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,455
    ค่าพลัง:
    +3,220
    สงครามนิวเคลียร์จะไม่มีวันเกิดขึ้น ถ้าเราได้รู้ความจริง....

    IMG_20250619_151947.jpg


    เมื่อครั้งที่แล้วได้ลงความข้อมูลกี่ยวกับเรื่องสงครามโลก(นิวเคลียร์) ครั้งที่ 3 จะไม่วันเกิดขึ้น เพราะว่าอะไร ? จึงยืนยันเช่นนั้น !! แต่ต้องมีเหตุให้ลบข้อมูลออกไป ซึ่งเมื่อได้ลบข้อมูลออกไปแล้วนั้น ทันทีทันใดเกิดกระแสลมโหมกระหน่ำเกิดขึ้นอยู่สักพักแล้วก็สงบลง และต่อมาในเวลาดึกสงัดได้รับรู้คลื่นพลังงานอากาศที่มีมวลความหนาแน่นสูง ตลอดเวลาจนถึงบัดนี้

    ตอนนี้ แผ่นดินไหวญี่ปุ่นเริ่มขยับ หลังจากแผ่นดินไหวที่เปรู และภูเขาไฟระเบิดที่อินโดนิเซีย ภูเขาไฟเยลโล่สโตน ทีอเมริกากำลังเริ่มขยับ

    ครั้งนี้ก็มีอุปสรรคเกี่ยวกับเรื่องนี้ตลอด

    IMG_20250620_122249.jpg


    ไม่แน่ใจว่าเป็นพลังงานของฝ่ายมืดขัดขวาง หรือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์กำลังจะแจ้งเตือนกันแน่ว่า สงครามขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของมนุษย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพียงสื่อเตือนเพราะรู้ว่าในอนาคตจะเป็นเช่นไร!

    กระทู้นี้ไม่มั่นใจตั้งแต่ลบไปครั้งที่แล้วเพราะมีอุปสรรคเกิดขึ้นเหมือนกับว่ารู้ว่า jityim กำลังมีความคิดกัวลในเรื่องใด จึงส่งเหตุการณ์นั้นเข้ามา

    แต่เมื่อคิดอย่างนั้นจึงลบข้อมูลที่กำลังจะโพสต์ออกไป กลับมายังมีข้อมูลคงเดิม และคิดว่าถ้าไม่ใช่การนำทางของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ข้อมูลต่าง ๆ ที่ไหลส่งมาให้นั้น เพราะสาเหตุ! ถ้าไม่มีข้อมูลเหล่านี้ ตนเองไม่สามารถทำหน้าที่นี้ได้

    ถึงแม้ ณ ขณะนี้ ตัว jityim เอง ก็มีทั้งฝ่ายขาวและฝ่ายมืดตีกันอยู่ ความรู้สึกหนึ่งให้ลบ แต่อีกความรู้สึกหนึ่งต้องทำ (ไม่รู้จะเอาอย่างไรดี) เอาเป็นว่าข้อมูลนี้ทุกท่านที่มีส่วนสำคัญกับโลกใบนี้พิจารณาเอาเองเถิด jityim เพียงแค่ทำหน้าที่ ไม่ทำก็ไม่ได้ ต้องกลับมาทำอีก

    สงครามโลกนิวเคลียร์ จะเกิดหรือไม่ !อยู่ที่การตัดสินใจเลือก อำนาจการตัดสินใจของผู้นำประเทศที่เกี่ยวข้อง และเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนย่อมรักตนเอง และมีสิ่งที่ตนเองรักและห่วงใย คงไม่มีใครอยากเห็นตนเองและพวกเขาเหล่านั้นได้รับความทุกข์ยากลำบาก ไม่แม้แต่ความทุกข์ยากจากสงครามนิวเคลียร์ หรือหายนะภัยพิบัติขนาดใหญ่ส่วนสิ่งศักดิ์สิทธิ์สื่อเตือนถึงภัยอันตรายให้มวลมนุษยชาติรับรู้และตัดสินใจชะตากรรมร่วมกัน

    เมื่อถึงเวลาก็ต้องเป็นไปตามเหตุปัจจัย เมื่อสงครามโลกนิวเคลียร์จะเกิดขึ้นจริง ๆ เตรียมตัวพร้อมรับภัยพิบัติใหญ่เพื่อชำระล้างระบบโลก ให้มวลมนุษยชาติเตรียมใจเพื่อความอยู่รอดกับการนำมนุษย์ชาติไปสู่โลกใหม่

    หายนะภัยพิบัติขนาดใหญ่ต้องเกิดขึ้นแน่นอน ถ้ามนุษยชาติยังไม่ร่วมมือกันช่วยเหลือโลก แต่ยังยืนยันว่า สงครามโลก(นิวเคลียร์)ครั้งที่ 3 จะไม่วันเกิดขึ้น ตามคำทำนายของนอสตราดามุส มันจะไม่แม่นยำอีกต่อไป นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กโลก แต่ให้มวลมนุษยชาติเปลี่ยนจากการสั่นสะเทือนด้วยความหวาดกลัว เปลี่ยนมาเป็นความรักต่อเพื่อนมุษย์ ด้วยการหันมากระทำความดีงามต่อกัน รู้จักปลดปล่อยพลังงานความรักมอบให้แก่กันและกันมากขึ้น จะได้ช่วยเหลือตนเอง เพื่อนมนุษย์และแผ่นดินของตนให้หลุดพ้นไปจากเคราะห์ภัยรุนแรง ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นตามที่จักรวาลกำหนดเป้าหมายนั้นไว้ให้จงได้

    โหรนักพยากรณ์จำนวนหลายคนทำนายไว้ ว่าจะต้องเกิดขึ้น และเหตุการณ์ปัจจุบันก็ทำให้มองได้ว่าโอกาสที่จะเกิดขึ้นมีความเป็นไปได้สูง เพียงแค่มีการตัดสินใจเพียงชั่ววูบของผู้นำประเทศบางคนเท่านั้น

    IMG_20250620_100537.jpg
    IMG_20250620_094534.jpg


    สงครามนิวเคลียร์ จะต้องไม่มีวันเกิดขึ้น!! นี่เป็นสื่อคำเตือนจากจักรวาล ที่มองลงมายังมนุษย์โลกผ่านอณูช่องว่าง ที่เห็นถึงเหตุการณ์ในอนาคตเกี่ยวกับที่มนุษย์เลือกตัดสินใจ

    ดาวเคราะห์โลกเราไม่ได้โดดเดี่ยว ตลอดระยะเวลาดาวเคราะห์เราได้รับการช่วยเหลือจากจักรวาลเพื่อช่วยเหลือมวลมนุษย์ชาติสู่การตื่นรู้ความจริงทางด้านจิตวิญญาณและการกระทำความดีงาม ด้วยกระบวนการทางจิตสำนึกของมนุษย์แต่ละคน ที่กระทำต่อกันและต่อดาวเคราะห์โลกบนพิกัดถิ่นอาศัยดำรงอยู่ ด้วยการปลดปล่อยพลังงานด้านบวกคือความรักสู่สนามพลังงาน คือความรักสู่สนามพลังงานในจักรวาลโลกมากเท่าใด พื้นแผ่นดินที่อยู่อาศัยย่อมจะได้ผลลัพธ์จากการกระทำช่วยเหลือโลกครั้งนี้ ในรูปของภัยพิบัติที่ลดความรุนแรงลงได้ตามสัดส่วนพลังงานที่สร้างขึ้นเสมอ

    ขอย้ำอีกครั้งว่า การช่วยเหลือดาวเคราะห์โลกใบนี้ คือความเหมาะสมอย่างยิ่งที่การชำระระบบโลก โดยยกระดับพลังงานให้สูงขึ้นขึ้นสู่การสมดุลยิ่งกว่าระดับเดิม การกระทำครั้งนี้เป็นการกระทำ
    จากภายนอกระบบโลกโดยตรง มนุษย์ที่ไม่เข้าใจไม่รู้แจ้งความลับเบื้องหลังมิติโลกอันเป็นมิติคู่ขนานและเคยชินอยู่กับภาวะธรรมชาติปกติตลอดมาเข้าใจว่า ธรรมชาติคือธรรมชาติ มักจะไม่เชื่อในเรื่องนี้ ส่วนมนุษย์ที่มีใจหวั่นไหวง่ายก็จะพากันอกสั่นขวัญแขวนไปกับข่าวร้ายเรื่องโลกแตกเสียเกินจริง

    โอกาสที่โลกจะแตกดับได้จริงๆ มีเพียงช่องทางเดียวคือ ดวงอาทิตย์ของระบบสุริยะนี้เกิดการเย็นตัวลง เพราะสิ้นพลังอำนาจในตัวเองเท่านั้น

    จงอย่าเชื่อคำพยากรณ์ใดๆ ในเรื่องโลกแตกอีกเลย เพราะหากโลกแตกดับเข้าจริงๆ มันจะก่อให้เกิดการเสียสมดุลของระบบสุริยะนี้

    สงครามนิวเคลียร์จะทำลายอารยธรรมมวลมนุษย์ให้สูญสิ้น ก่อให้เกิด "ฤดูหนาวนิวเคลียร์" ถึงขั้นทำลายอารยธรรมหมดสิ้นได้ มันทำงานอย่างไร?และมีลักษณะอย่างไร?




    (หมายเหตุ ท่านใดต้องการแปลเป็นภาษาของตนเอง เช่น ภาษาไทย สามารถกดรูปฟันเฟือง ที่ด้านบนขวา vdo เลือก คำบรรยายแทนเสียง เลือก แปลอัตโนมัติ แล้วจะมีภาษาต่าง ๆ ทั่วโลกให้เลือกแปล)

    และนี่คือ การปลุกความสยองขวัญของจักรวาล หากโครงการความลับสุดยอดเกิดขึ้นมาจริง



    คลิปวีดีโอนี้ ปรากฎเข้ามาผ่านตาขณะนำข้อมูลมาประกอบ จึงน่าจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ จึงมาประกอบกับข้อมูลด้วย




    คลื่นสึนามิที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่มีการบันทึกไว้ครั้งหนึ่งนั้น มีแนวโน้มจะเกิดการขึ้นอีกครั้ง มหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือ อาจเทียบได้กับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์



    จากข้อมูลใน VDO นี้ ต้องการสื่อให้มวลมนุษย์เข้าใจความจริงถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น...เกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สถานการณ์แท้จริงเกิดจากสาเหตุใด! และมนุษย์ชาติควรจะวางใจตนเองเช่นไร เพื่อพาตนเองรอดพ้น




    ถ้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางในขณะนี้ ตอนนี้เราอยู่ในช่วงจุดเปลี่ยนมนุษยชาติกำลังสั่นสะเทือนคลื่นความถี่ที่สูงขึ้น และรักษาความสมดุล เมื่อสิ่งต่าง ไป มืดมนเกินไป ทุกอย่างต้องมีเสถียรภาพ มีการกระจายพลังงานทำลายล้างก่อนที่ทุกอย่างจะหลุดจากการควบคุม ให้ทุกคนเชื่อมโยงกัน เราทุกคนล้วนมาจากแหล่งเดียวกัน

    ความกลัว ความกังวล ที่เกิดขึ้นทั่วโลกโดยเฉพาะในสถานที่ เช่นตะวันออกกลาง เป็นการผลักดันครั้งสุดท้าย เป็นการทดสอบครั้งสุดท้าย ก่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พวกเขาเรียกมันว่าตัวเร่งปฏิกิริยาทางจิตวิญญาณ กล่าวคือเสียงรบกวนความกลัว ความสับสนทั้งหมด มีไว้เพื่อปลุกเราไม่ใช่ทำลายเรา แต่เพื่อปลุกเราจากการนอนหลับ

    ความขัดแย้งระหว่างดินแดนโบราณอย่างเปอร์เซียกับไซออนิตส์ในปัจจุบันนี้ ไม่ใช่เรื่องราวเป็นทางการเมืองหรือแค่ศาสนาเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของสัญลักษณ์เป็นเรื่องของแสงกับเงา ความสามัคคีกับการแบ่งแยก การตื่นรู้กับการควบคุม ความตึงเครียดที่เป็นอยู่ณขณะนี้ เป็นการจัดเรียงพลังงานธรรมชาติที่กำลังเปลี่ยนแปลง เรากำลังสร้างคลื่นพลังงานสูงขึ้น ระบบเก่าสร้างขึ้นบนความกลัว การควบคุม และการแบ่งแยก เรากำลังดึงจากเงามืดครั้งสุดท้ายที่เขากำลังก่อให้เกิดสงครามภูมิภาค เพราะความกลัวทำให้เราแตกแยก เรายังไม่สามัคคีเราถูกการควบคุม ถ้าเราเลิกกันไว้ เราเห็นใจต่อกันแทนความเกลียดชังแสงสว่างก็จะยิ่งเข้มแข็งขึ้น

    ข้อความดังกล่าวใน VDO ถ้าใครได้ฟังด้วยหัวใจอันสงบ เราจะเห็นถึงความรักและปรารถนาดีต่อมนุษย์ในการปฏิบัติต่อกัน เนื้อแท้ของความเป็นมนุษย์มีความแสงสว่างและบริสุทธิ์เสมอกัน คุณค่าของการเกิดเพื่อมีความรักและมีเมตตาอันดีต่อกัน ถ้าใครกำลังมองผู้อื่นที่กำลังตกทุกข์ มีความกลัวและสูญเสียคนที่รัก เราจะเห็นภายในของเขา ความรู้สึกของเขาและของเราไม่ต่างกัน

    ตอนนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างความมืดและแสงสว่าง ระหว่างความรักต่อ กับการมุ่งแสวงหาพลังอำนาจและความศักดิ์สิทธิ์ในตนเองด้วยกันทั้งสิ้น

    มนุษย์ส่วนใหญ่บนโลกนี้ล้วนต้องการแสวงหาพลังอำนาจและความศักดิ์สิทธิ์ในตนเองด้วยกันทั้งสิ้น แต่เป็นการมองหามันแค่ด้านเดียว คือความมีความเป็นในมิติทางกายภาพ การมุ่งแสวงหาพลังอำนาจและความศักดิ์สิทธิ์ของมนุษย์ จึงมุ่งเน้นกันที่ผลลัพธ์อันเกิดจากการกระทำต่อบุคคลอื่นเพื่อความเหนือกว่า เพื่อการนำพา และเพื่อชักจูงจิตวิญญาณผู้อื่น โดยต้องการให้ผู้อื่นยอมจำนนกับอำนาจเหนือกว่าที่ตนมีอยู่ ไม่ว่าบุคคลอื่น ๆ จะยอมรับหรือไม่ยอมรับอำนาจเหนือกว่าเขาตนหรือไม่ก็ตาม

    อำนาจใดที่ได้มาจากการกระทำดังกล่าวนี้ มันเป็นอำนาจด้านลบ ที่เกิดจากจิตสำนึกที่ไม่ถูกต้องหรือบกพร่อง ก่อให้เกิดการการกระทำที่ก้าวร้าวต่อบุคคลอื่น เพื่อให้ผู้อื่นสูญสิ้นพลังอำนาจในตัวเองไปชั่วคราว ขณะที่ต้องจำยอมอยู่ใต้อำนาจบงการนั้น

    อำนาจใดที่ได้มา จากจิตสำนึกที่บกพร่อง จะเป็นพลังอำนาจที่ไม่แท้จริง ซึ่งมีโอกาสเสื่อมสลายได้เสมอ เนื่องจากเป็นพลังอำนาจที่ต้องอาศัยปัจจัยภายนอกอื่นๆเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่พลังอำนาจแท้จริงภายในอันเกิดจากคุณสมบัติของจิตสำนึก ที่สั่นสะเทือนสูงสุดทางด้านบวกของมนุษย์ ที่บุคคลอื่นยอมจำนนและยอมรับได้อย่างไร้การต่อสู้ ตอบโต้ ต่อต้าน แต่เป็นการยินยอมโดยสิ้นเชิงตลอดไป

    ปัจจัยภายนอกในการสร้างอำนาจเหนือบุคคลอื่นของมนุษย์ อันเป็นอำนาจ ที่ไม่ยั่งยืนไม่เที่ยงแท้แน่นอน มีมากมายหลายรูปแบบ รวมเป็นปัจจัยทางกายภาพทั้งสิ้น เช่น

    โอกาสที่เหนือกว่า
    มีความพร้อมที่มากกว่า


    พลังงานทางอารมณ์จากจิตสำนึกด้านลบ เพื่อการปิดหน้าต่างแห่งโอกาสของคนอื่นด้วยการเบียดเบียน ปิดบัง บังคับ ด้วยการสั่นสะเทือนทางอารมณ์หยาบๆ อันเกิดจากความโลภและความหลง เป็นพลังอำนาจที่ไม่บริสุทธิ์ของมนุษย์ มันจะได้ผลแค่ด้านเดียว ในด้านกายภาพของมิติโลกเท่านั้น แต่มันจะเป็นขยะพลังงานในมิติคู่ขนานทั้งสิ้น เพราะมันเป็นพลังอำนาจเทียมซึ่งเกิดจากจิตใจด้วยอารมณ์หยาบๆ การกระทำที่ก้าวร้าวล้วน ๆ ไม่ได้เกิดจากสติปัญญาของจิตวิญญาณอันเป็นแก่นแท้ของตนเองเลย

    มนุษย์จะต้องรู้ว่ากฎเกณฑ์จักรวาลที่ถูกต้อง ระบบเดียวกัน ด้วยเสมอภาคและความสมดุลกัน เพื่อเป็นพื้นฐานของความเป็นอันเดียวกันเท่านั้น

    เพราะขาดการรู้แจ้งในกฎเกณฑ์ทางกายภาพของจักรวาล มนุษย์เรียกว่า "สัจธรรม" บนพื้นฐานของความเป็นหนึ่งเดียวกันนี่เอง

    กฎเกณฑ์ทางกายภาพของจักรวาล ว่าด้วยเรื่องพลังงานของจิตสำนึกมนุษย์ล้วนๆ อำนาจใดที่ได้มาจากจิตสำนึกที่บกพร่อง จะไม่สามารถทำให้มนุษย์คนนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้ ด้วยความศักดิ์สิทธิ์หมายถึงการยอมรับของผู้อื่น ความนับถือ เชื่อถือและความศรัทธาอย่างจริงใจ มันจะต้องเป็นพลังอำนาจอันเกิดจากการกระทำทางจิตสำนึก ที่ไม่ก่อให้เกิดขยะทางพลังงานในมิติคู่ขนาน

    ถ้ามนุษย์มุ่งหวังจะกระทำบนกระบวนการใดๆเพื่อเสริมพลังอำนาจในตนเองกับมนุษย์คนอื่น จะละทิ้งจิตสำนึกแห่งความสมดุล ความเสมอภาคและความเป็นหนึ่งเดียวกัน กับคนอื่นไม่ได้

    เนื่องจากกฎเกณฑ์ทางกายภาพของจักรวาล เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทั้งสิ้น ดังนั้นกระบวนการต่างๆของจักรวาล เรื่องของกระบวนการตามพลังงานล้วนๆ


    ซึ่งมนุษย์สามารถเฝ้าสังเกตปรากฏการณ์นี้ได้ด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ แล้วจะพบว่า จุดดับบนดวงอาทิตย์มันจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สนามแม่เหล็กบนพื้นผิวดวงอาทิตย์บริเวณจุดดับนั้น มันจะวิปริตแปรปรวนอย่างรุนแรงและต่อเนื่องอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แล้วมันจะเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะล่วงผ่านไปทุกอย่างจะสงบลงดังเดิมอย่างช้าๆ

    https://www.youtube.com/live/K-mH3fo_gVA?si=B40PwrnWI0jNtsu6

    พลังงานรวมอันเกิดจากการผสมผสานเป็นพลังงานผลลัพธ์ หรือพลังงานรวม ของคลื่นพลังงานแม่เหล็กความถี่สูงมีเป้าหมายคือ ดาวเคราะห์โลกแห่งนี้ได้กำเนิดจากดวงอาทิตย์และจากดวงจันทร์ของโลกทั้งสิ้น

    ค่าพลังงานที่ต้องใช้เพื่อการนี้ คาดว่าอาทิตย์และดวงจันทร์จะต้องใช้พลังงานของตนไป 1 ใน 3 ของแต่ละดวงเลยทีเดียว


    พลังงานของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ที่กระทำต่อโลกข้างต้นนี้ เพื่อชี้ให้เห็นเป็นรูปธรรมว่า เพียงแค่ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ใช้พลังงานที่ตนมีอยู่ เพียงแค่ 1 ใน 3 ก็ทำต่อโลก มันจะก่อให้เกิดผลรวมทางพลังงานจำนวนมหาศาลเลยทีเดียว

    จากการยกระดับพลังงานให้สูงขึ้นแก่ดาวคราะห์โลกครั้งนี้ ทำให้ดวงจันทร์บริวารของโลกและดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะ มีระดับพลังงานลดลงไปมาก การจัดระบบองค์กรให้สมดุลของจักรวาล จำเป็นจะต้องลดจำนวนมวลของดาวเคราะห์โลกให้น้อยลงไปจากเดิมด้วย จักรวาลจึงสมดุลต่อไปได้ ในการกระทำที่มนุษย์สามารถสัมผัสรู้ได้คือ

    ส่วนที่เป็นพื้นแผ่นดินจะหายไป 1 ใน 3 ส่วนจากที่มีอยู่

    มนุษย์จำนวน 1% ที่มีอยู่ จะจบชีวิตลงทันทีกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ หรืออาจมากกว่านั้น ถ้ามนุษย์เองอยู่ในความประมาท จำไม่นำจิตสำนึกของตนสู่ทางการรู้แจ้ง

    งานจิตสำนึกเข้าสู่การรู้แจ้ง แท้จริงคือ การกระทำดีที่ถูกทางซึ่งหมายถึงการรู้แจ้งเบื้องต้น 3 ประการดังนี้

    มนุษย์ต้องรู้หน้าที่ของตนในการมาสู่รูปธรรมมนุษย์บนดาวเคราะห์โลกแห่งนี้

    มนุษย์ต้องรู้วิธีปฏิบัติหน้าที่ของตน เพื่อการปฏิบัติให้ถูกต้อง

    มนุษย์ต้องรู้เวลาว่า บัดนี้จะละเลยเหลวไหลต่อไปอีกไม่ได้แล้ว ถ้าอยากอยู่รอดปลอดภัยเพื่อก้าวไปพร้อมกับโลกสู่ยุคพลังงานใหม่ที่กำลังจะมาถึง อีกไม่นานนี้


    จงค้นหาสติปัญญาอันเป็นพลังอำนาจในตัวเองให้พบ ด้วยกันเลิกงมงายและไม่อยู่ใต้การที่นำหรือป้องกันของผู้อื่น จงเร่งกำจัดกรรมของตนด้วยการตัดสินใจกระทำต่อผู้อื่นให้ถูกต้อง และจงทำให้จิตสำนึกของตนสั่นสะเทือนด้วยพลังงานความรัก มอบให้แก่โลกและทุกสรรพสิ่ง เพื่อสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันให้จงได้
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 มิถุนายน 2025
  8. ฟ้ามี

    ฟ้ามี สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กุมภาพันธ์ 2020
    โพสต์:
    53
    ค่าพลัง:
    +13
    คำเตือน: ประเทศไทย...ภัยพิบัติใหญ่ของโลกยังรออยู่ข้างหน้า

    สถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ให้ตอบโต้อย่างระมัดระวัง

    IMG_20250725_025714.jpg


    สถานการณ์ไทย - กัมพูชา เป็นเพียงสถานการณ์ที่ยุ่งยากแค่เสี้ยวหนึ่งเท่านั้น ยังมีภัยที่เราต้องเจอหนักกว่านี้มากกว่า คือ ภัยธรรมชาติที่ทั่วโลกต้องเผชิญ ถ้าหากคนไทยยังขาดความตระหนักรู้ถึงอนาคตที่จะเกิดขึ้นกับโลกใบนี้

    Screenshot_2025-07-24-15-58-32-80_40deb401b9ffe8e1df2f1cc5ba480b12.jpg

    คำเตือนนี้ มีความเป็นไปได้เสมอ ตราบใดที่พลังงานของโลกใบนี้ ถึงจุดตกต่ำทางพลังงานที่ต้องมีการปรับสมดุลเพิ่มขึ้น

    สถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ให้เข้าไปหาต้นเหตุที่แท้จริงว่าทำไม? กัมพูชาจึงตัดสินใจโจมตีประเทศไทยก่อน ทั้งที่ก่อนหน้าก็ทุกฝ่ายก็อดทนทุกสถานการณ์มาตลอดเป็นเดือน ๆ ถึงแม้จะมีการยั่วยุการมาตลอด ทั้งทหารบ้าง พลเรือนบ้าง ไทยก็ไม่โต้ตอบ จนกระทั่งวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมานี้ กัมพูชาได้ทำการโจมตียิงอาวุธใส่พลเรือนทำให้บาดเจ็บล้มตายจำนวนหลายราย ประเทศไทยจึงมีการตอบโต้เพื่อปกป้องรักษาอธิปไตยของประเทศ และรักษาความปลอดภัยของประชาชนชาวไทย

    ความอดทน อดกลั้น ทำให้ประเทศไทยรอดพ้นทุกวิกฤติ!!

    ยุทธการณ์..นิ่งดุจเสือ คลิปวีดีโอด้านล่างนี้ ได้กล่าวถึงเหตุผลว่าทำไมทหารไทยจึงมีความเพียรพยายามที่จะอดทนมาตลอด และความเพียรพยามที่อดทนนั้น มันมีคุณค่า และมีผลตอบแทนให้เสมอ โดยที่คนไทยอาจจะไม่รู้ว่า ผลที่ได้รับนั้นมันได้เกิดขึ้นแล้ว โดยที่หลาย ๆ อาจไม่ได้รับรู้



    ความอดทน และ อดกลั้น เป็นหัวใจที่ทำให้ประเทศชาติรอดพ้น

    คนไทยทุกคนต้องร่วมมือกัน ทุกคน..ทุกฝ่าย

    มิใช่ไม่ทำอะไรเลย แต่การนิ่ง..ดุจดั่งเสือ ในกลยุทธ์สงคราม ที่เน้นความสุขุม รอบคอบ อดทนรอจังหวะที่เหมาะสม ก่อนโจมตีอย่างเด็ดขาด เหมือนกับพฤติกรรมของเสือที่ซุ่มเงียบเฝ้ารอเหยื่ออย่างใจเย็น ไม่บุ่มบ่าม เพื่อวางแผนที่รัดกุมและมีประสิทธิภาพสูงสุด

    วิเคราะห์สถานการณ์เหตุ

    เหตุใดกัมพูชาทำการยั่วยุไทยมาตลอด ทั้งทหารและพลเรือน เมื่อไทยไม่ตอบโต้จึงเข้าโจมตีพลเรือน เพื่อให้ไทยฟิวส์ขาด เพราะเหตุใด !!

    1.ปัญหาการแบ่งเส้นพรมแดนระหว่างไทยและกัมพูชา โดยมีรากฐานมาจากแผนที่ฝรั่งเศสกับสยามในอดีต ที่ทั้งสองฝ่ายตีความแตกต่างกัน รวมทั้งประเด็นทางประวัติศาสตร์และผลประโยชน์ในปัจจุบัน

    ไมว่าจะเป็นการตีความในแผนที่และสนธิสัญญา ที่กัมพูชาอ้างอิงมาตรา 1:200000 ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ทับซ้อนที่กัมพูชาต้องการทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่กัมพูชาต้องการ หรือ อีกเหตุผลหนึ่งที่เหนืออื่นใดจากขัดแย้งระหว่างผู้นำประเทศที่มีชนวนเรื่องผลประโยชน์ ให้เข้าไปหาต้นเหตุแห่งความขัดแย้งที่ทำไม? กัมพูชาจึงจำเป็นที่ต้องตัดสินใจโจมตีพลเรือนไทยก่อน.. ถึงแม้จะรู้ว่าขัดหลักแห่งสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ประเทศไทยโต้ตอบทำให้เกิดสงครามขึ้น

    โดยหลักการแล้ว การที่ประเทศใดประเทศหนึ่งจะเสียดินแดนให้กับอีกประเทศหนึ่ง มักจะเกิดจากกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง สนธิสัญญา และคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) เป็นสำคัญ

    สำหรับประเทศไทยในอดีต ในคดีปราสาทเขาพระวิหาร (ปี 2505) ศาลโลกได้ตัดสินให้ตัวปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา โดยใช้หลักกฎหมายการยอมรับโดยปริยาย( tatic acceptance) เนื่องจากรัฐบาลสยามไม่ได้โต้แย้งแผนที่ที่นักภูมิศาสตร์ฝรั่งเศสจัดทำขึ้น แม้ว่าจะไม่ใช่กฎหมายโดยตรง แต่การที่รัฐคู่กรณี ยอมรับข้อตกลง หรือการตีความบางอย่างเกี่ยวกับเขตแดน หรือเงียบเฉยไม่โต้แย้งในเรื่องที่เป็นสาระสำคัญ ก็อาจนำไปสู่การสูญเสียสิทธิ์ในดินแดนนั้น ๆ ได้ในอนาคต ดังเช่นหลัก "การยอมรับโดยปริยาย" ที่ศาลโลกนำมาใช้ในคดีปราสาทเขาพระวิหาร

    ปัจจุบัน ข้อพิพาทที่กัมพูชาอาจใช้เป็นเงื่อนไขในการยั่วยุให้เกิดสงคราม เพื่อนำเรื่องกลับไปสู่ศาลโลก

    ในสถานการณ์ความขัดแย้งที่มีการโจมตีพลเรือนเสียชีวิต ศาลยุติธรรมโลก (ICJ) จะยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL) หรือที่เรียกว่ากฎหมายว่าด้วยหารขัดกันด้วยอาวุธ ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการกำจัดผลกระทบของการขัดกันด้วยอาวุธและคุ้มครองผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมในการต่อสู้ (เช่น พลเรือน)

    หลักการสำคัญของศาลยุติธรรมโลก คือการปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด ควรหลีกเลี่ยงการโจมตีพลเรือนหรือโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน หลีกเลี่ยงหรือลดความสูญเสียต่อชีวิตของพลเรือน ซึ่งไทยก็มีหลักฐานที่ชัดเจน หลักฐานที่แสดงเจตนา ซึ่งกัมพูชาการละเลยและบ่งชี้ว่าเจตนาโจมตีพลเรือน เป็นการละเลยหลักการ IHL อย่างร้ายแรง

    แม้ว่าเหตุการณ์จะตึงเครียด การแสวงหา
    ช่องทางการฑูตเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและเรียกร้องให้หยุดยิง หรือให้กัมพูชารับผิดชอบต่อการกระทำ หากเจรจาไม่เป็นผล ประเทศไทยสามารถทำให้เห็นว่ากัมพูชาละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน และใช้กลไกลสหประชาติ แม้กระทั่งการเรียกร้องปฏิกรรมสงครามหากพิสูจน์ได้ว่ากัมพูชาละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน

    การรักษาความอดกลั้นและการป้องกันตนเอง

    ศาลยุติธรรมโลกจะเน้นย้ำถึงสิทธิในการป้องกันตนเอง (self-defense) ตามมาตร 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ อย่างไรก็ตามการใช้กำลังเพื่อป้องกันตนเองจะต้องเป็นไปตามหลักการที่สำคัญดังนี้

    - ความจำเป็นการใช้กำลังต้องมีความจำเป็นอย่างแท้จริงในการตอบโต้และการโจมตีและไม่มีทางเลือกอื่นที่จะสามารถป้องกันภัยคุกคามได้

    - ความได้สัดส่วนการใช้กำลังเพื่อป้องกันตนเองจะต้องได้สัดส่วนอาการโจมตีที่ได้รับไม่เกินกว่าความจำเป็นในการยับยั้งการโจมตีนั้น

    การที่กัมพูชาโจมตีพลเรือนก่อนนั้นเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรงซึ่งอาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม (War Crimes) อย่างไรก็ตามประเทศไทยจะต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบและเป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อให้รับการสนับสนุนจากประชาคมระหว่างประเทศและมีความได้เปรียบทางกฎหมายในระยะยาว

    นิยามของความอดทน คือ

    การยินยอมให้บุคคลอื่นได้กระทำไม่ถูกต้องต่อตนเอง เพื่อตัวเองจะได้มีโอกาสกระทำในสิ่งที่ถูกต้องกว่า ประโยชน์สุขร่วมกันในวันข้างหน้าได้

    ความอดทนจึงเป็นพลังงานความรักอันยิ่งใหญ่สำหรับมนุษย์ในอันที่จะเหนี่ยวรั้งซึ่งกันและกันไว้สู่ความเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างมั่นคง

    มันเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของตนเองแบบหนึ่ง ซึ่งไม่ยากเลยสำหรับมนุษย์ทุกคนถ้าคิดจะทำกัน

    มนุษย์จะพบว่ามีบ่อยครั้งที่การกระทำไม่ถูกต้องต่อตัวเรามันสร้างความรู้สึกด้านลบให้เกิดขึ้นในจิตใจอย่างรุนแรง ถ้ามนุษย์ไม่มองเห็นประโยชน์ใหญ่อันพึงมีพึงได้จากการกระทำร่วมกัน หรือความสุขของตนที่ได้รับในการอยู่ร่วมกันจากวันนี้ถึงวันหน้า โดยยึดมั่นมันไว้อย่างมั่นคงแล้ว การหยิบยื่นความรักในรูปของความอดทนให้กัน มันจะมีโอกาสก็ทำได้ยากขึ้นทันที

    ใครที่ลืมคิดถึงประโยชน์ร่วมกันก่อนใคร กรณีกระทบกระทั่งกัน ผู้นั้นจะหมดความอดทนก่อนเสมอ

    การที่ไม่รู้แต่ละคน มีความอดทนจำกัด ไม่ใช่เพราะมองไม่เห็นเป้าหมายใหญ่ข้างหน้า แต่เกิดจากการไม่มองมันมากกว่า เนื่องจากมัวจะถามตัวเองว่ารู้สึกอย่างไร ที่เขาทำไม่ถูกต้องต่อเราแล้วเราจะทำยังไงกับเขาเป็นการตอบแทนบ้างต่างหาก

    ในเมื่อการอดทนเพื่อตัวเองเช่นนี้ ยังทำไม่ได้ มนุษย์ลองถามตัวเองได้เลยว่าหากจะต่อให้ตัวเองรู้จักทำเพื่อคนอื่นได้บ้างมันก็ยิ่งยากมากกว่าขนาดไหน

    การแสดงความอดทนต่อผู้อื่นเพื่อประโยชน์ของตนเอง มันไม่ได้เป็นการกระทำที่ผิดแผกไปจากธรรมชาติของมนุษย์เลย จงทำความเข้าใจให้แจ่มแจ้งเสมอว่า การมอบความอดทนกับการกระทำไม่ถูกต้องของผู้อื่นได้มากเท่าใด มันไม่ได้กระทำเพื่อตัวเขาคนนั้นเลย แต่เรากำลังจะทำเพื่อตัวเราเองต่างหาก

    ความอดกลั้น

    เมื่อมนุษย์รู้จักมอบความรักต่อผู้อื่น เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองที่พึงได้รับจากเขาในวันข้างหน้า ด้วยการมอบความอดทนให้เขาไปแล้ว มนุษย์ต้องฝึกตัวเองให้มีความอดกลั้นต่อตัวเขาด้วย

    ความอดกลั้น คือการมอบความรักอีกรูปแบบหนึ่งจากจิตใจเรา เป็นการตอบแทนเขาไปหลังจากที่เราได้มอบความอดทนให้เขา โดยที่เราเองได้รับประโยชน์จากเขาไปก่อนหน้าแล้ว

    เมื่อมนุษย์รู้จักสร้างโอกาสให้ตนเอง ด้วยการมีความอดทนต่อเขาแล้ว จึงจำเป็นต้องช่วยเหลือเขาไม่ให้เสียสมดุลไปกับตัวเรา โดยต้องมอบความอดกลั้นต่อเขากลับคืนไปอีกด้วย


    ถ้าตัวเราไม่มอบความอดกลั้นให้เขาไป ทันทีที่พบว่าเขาก็ทำไม่ถูกต้องต่อตัวเรา ด้วยการกระทำต่อ หรือปิดโอกาสของเขาด้วยการเลิกคบตัดขาดกัน นอกจากความเป็นหนึ่งเดียวกันในอันที่สร้างประโยชน์สุขร่วมกันจะถูกเราเองทำลายลงไปแล้ว การที่เรามีโอกาสได้รับการกระทำที่ถูกต้องกว่าจากตัวเขาก็ถูกปิดโอกาสลงไปด้วย

    มนุษย์พึงรู้ว่า ความอดทนของอดกลั้นนั้น มันเป็นของคู่กัน และเสริมพลังอำนาจแห่งความรักที่มนุษย์ใช้มันเพื่อยึดเหนี่ยวซึ่งกันและกันไว้เป็นอย่างดี มนุษย์ที่ฝึกฝนตัวเองให้มีแต่ความอดทนอันเป็นกระทำเพื่อตัวเองอย่างเดียว จะไม่มีวัน
    เหนี่ยวรั้งคนอื่นไว้กับตนเองหรือเหนี่ยวรั้งตนเองไว้กับคนอื่นได้ตลอดรอดฝั่งเลย เนื่องจากทำได้เพียงแต่ยอมเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ประโยชน์ แต่ไม่ได้คิดจะกระทำเพื่อเปิดโอกาสให้คนอื่นบ้าง

    ที่เราอดกลั้นต่อเขาได้ทำให้เขามีความรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า เขาย่อมก่อให้เกิดความพึงพอใจต่อตัวเรา หมายถึงเป็นความรักแบบหนึ่งที่เขาหยิบยื่นกลับมาให้เรานั่นเอง เมื่อเขาเกิดความรู้สึกที่ดีงามต่อเราในครั้งนี้แล้ว ช่วยให้เขาคิดดีต่อเรา ระมัดระวังการกระทำใดๆต่อตัวเราให้ถูกต้องยิ่งกว่าได้ในครั้งต่อไปเช่นเดียวกัน

    การให้อภัย

    เขาก็ทำไม่ดีต่อตัวเรา เราจงทำดีต่อตัวเขาให้เขามากขึ้น พลังอำนาจจากการทำดีต่อเขาด้วยพลังงานความรักบริสุทธิ์ มันจะสามารถทำให้พลังงานด้านลบของเขาเป็นกลางได้ หากเรายังทำดีต่อเขาอยู่ต่อไป

    ให้อภัยเป็นความดีงามขั้นสูงสุดที่มนุษย์โลก พึงจะมอบให้แก่กันและกันได้ไม่ยากหากตั้งใจปฏิบัติกัน ที่จะเข้าถึงพลังงานความรักสูงสุดนี้ได้ ต้องมีคุณสมบัติของจิตสำนึกต่อผู้อื่นดังนี้

    1.ต้องยอมรับให้ได้ว่ามนุษย์ทุกคนมีคุณค่าทั้งสิ้น
    2 ต้องยอมรับในความแตกต่างของมนุษย์
    3.ต้องรู้จักมองบุคคลอื่นในแง่ดี
    4.ต้องไม่มีใจคับแคบ
    5.ต้องไม่มีจิตผูกพยาบาท
    6.มนุษย์ต้องรู้จักจดจำความดีงานของผู้อื่น

    อดทน อดกลั้น ให้อภัย เป็นหลักสัจธรรมในการดำรงชีวิตอยู่ร่วมกัน คนใด ชนชาติใด ยึดถือนำไปปฏิบัติ จะมีประโยชน์สูงสุดทั้งต่อตนเองและคนรอบข้าง และช่วยให้รอดพ้นและคลาดแคล้วจากภัยต่าง ๆ

    มนุษย์จะต้องนึกให้ได้ว่า ดาวเคราะห์โลกดวงนี้จะมีความสมดุลทางพลังงานของระบบไม่ได้เลย หน้าภายในระบบนี้จะมีมนุษย์คนใดคนหนึ่งไว้แต่เพียงลำพัง และไม่มีสรรพสิ่งอื่นอาศัยอยู่ร่วมด้วยกัน

    จากที่อ่านข้อมูลของ jityim ที่ผ่านมาทั้งหมด อาจพอจะทำให้มองเห็นได้ว่า ถ้ามนุษย์คนใด ประเทศชาติใดปฏิบัติตนเองสอดดคล้องกับความแก่นแท้ของมนุษย์ หรือ สอดคล้องกับกฎของธรรมชาติย่อมทำให้บุคคลนั้น ประเทศชาตินั้นย่อมอยู่รอดปลอดภัยในท่ามกลางวิกฤติภัยธรรมชาติ แม้จะได้รับผลกระทบบ้างก็อยู่ในระดับต่ำ เชื่อว่าประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางแผ่นดินธรรม จะไม่ใช้โอกาสที่เหนือกว่า และใช้ความพร้อมที่มากกว่า แต่จะกระทำอย่างเหมาะสมและสมเหตุสมผล เพื่อประโยชน์สุขในวันข้างหน้าร่วมกัน
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 กรกฎาคม 2025
  9. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,455
    ค่าพลัง:
    +3,220
    พุทธทำนาย กับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน

    ภัยสงครามนำมาซึ่งภัยพิบัติ หากจะสรุปใจความสำคัญของพุทธทำนายกึ่งพุทธกาล

    IMG_20250731_080031.jpg

    ประเทศไทยต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่ฝักฝ่ายใด เชื่อว่าผู้นำและผู้ส่วนเกี่ยวข้องของไทยล้วนเป็นผู้ประกอบไปด้วยผู้มีญาณบารมีวาสนาเดิมในอดีตชาติที่ลงมาช่วยเหลือโลกในยุคกึ่งพุทธกาลนี้

    แม้จะถูกบีบบคั้นในสถานการณ์ชายแดนไทย -กัมพูชา ในครั้งนี้ ทั้ง ๆที่กัมพูชาไม่มีกองทัพอากาศเป็นของตนเองแต่ยังยั่วยุประเทศไทยและยังละเมิดข้อตกลงการหยุดยิงเพื่อนำไปสู่สงครามใหญ่

    IMG_20250731_080315.jpg


    หากจะยกข้อพิพาทระหว่างชายแดนพื้นที่ทับซ้อนมาเป็นประเด็น ให้ประเทศดูสนธิสัญญาเจตนารมณ์ของการทำแผนที่ 1:200000 ว่าเจตนารมณ์ของฝรั่งเศส และสยาม ที่แต่ละฝ่ายต่างต้องการทำสนธิสัญญาคืออะไร ? ซึ่งหลักเจตนารมณ์ของแผนที่ในสนธิสัญญานั้น การกำหนดการปักปันเขตแดนใช้หลักสันปันน้ำและแม่น้ำลำคลอง

    เจตนารมณ์ที่ระบุในสนธิสัญญา 2447 ระบุให้มีการตั้งคณะกรรมการปักปันเขตแดนร่วม (Mixed Commission) เพื่อสำรวจและปักปันเขตแดนตามหลักการที่ตกลงกันไว้ (เช่น สันปันน้ำและแม่น้ำลำคลอง) และจัดทำแผนที่ประกอบ

    เจตนารมณ์ของฝรั่งเศสในการจัดทำแผนที่:

    ฝรั่งเศส: ต้องการใช้แผนที่เป็นเครื่องมือในการกำหนดเขตแดนเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อตนเองมากที่สุด โดยอาจตีความหลักการปักปันเขตแดนให้เข้ากับภูมิประเทศที่ต้องการ หรือ จัดทำแผนที่โดยมี "อคติ" เพื่อให้พื้นที่บางส่วนที่ต้องการ (เช่น ปราสาทเขาพระวิหารไปอยู่ในฝั่งตน)

    เจตนารมณ์สำคัญของสนธิสัญญาสยาม ฝรั่งเศส พ.ศ. 2477 (มุมมองทั่วไป)

    ฝรั่งเศส : มีเจตนารมณ์หลักคือ ต้องการขยายอิทธิพลและอณาเขตในอินโดจีนให้สมบูรณ์ โดยเฉพาะการผนวกดินแดนที่เคยเป็นของกัมพูชาและลาว(ซึ่งแต่เดิมสยามเคยมีอิทธิพลครอบครองอยู่) เข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณานิคมฝรั่งเศส และทำให้เขตแดนมีความชัดเจนเพื่อป้องกันข้อพิพาทในอนาคต นอกจากนี้ยังต้องการยุติปัญหาเรื่องคนในบังคับของฝรั่งเศส

    สยาม : มีเจตนารมณ์หลักคือ การักษาเอกราชและอธิปไตยไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้จะต้องยอมเสียดินแดนบางส่วนที่เคยปกครองไป เพื่อแลกกับการที่ฝรั่งเศสจะถอนกำลังออกจากพื้นที่ยึดครอง (เช่น จันทบุรี) และเพื่อสร้างความชัดเจนในเขตแดนที่ยังไม่แน่นอน เพื่อลดความตึงเครียดและข้อพิพาทกับฝรั่งเศส

    โดยมีสาระสำคัญของสนธิสัญญา 2477

    - สยามยกดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขง (บางส่วนของลาวและกัมพูชาในปัจจุบัน) ให้ฝรั่งเศส

    - ฝรั่งเศสคืนจันทบุรีให้สยาม แต่ไปยึดตราด ปัจจันตคีรีเขตร (เกาะกง) และด่านซ้ายแทน

    - การกำหนดการปักปันเขตแดนระหว่างสยามและกัมพูชาใช้หลักสันปันน้ำและแม่น้ำลำคลอง

    สนธิสัญญาสยาม - ฝรั่งเศส พ.ศ.2450

    ฝรั่งเศส: ต้องการผนวก มณฑลบูรพา ( พระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ) เข้าเป็นส่วนหนึ่งของอินโดจีนฝรั่งเศสอย่างสมบูรณ์ และต้องการแก้ไขปัญหาเรื่องสิทธินอกสภาพอณาเขตสำหรับคนในบังคับฝรั่งเศสในสยาม (โดยเฉพาะคนเอเซียที่อยู่ในบังคับในฝรั่งเศส)

    สยาม: ต้องการให้ฝรั่งเศส ยกเลิกสิทธินอกสภาพอาณาเขต ซึ่งเป็นภาระและทำให้สยามเสียอธิปไตยทางการศาล โดยยอมแลกกับดินแดนบางส่วน การเจรจานี้เป็นความพยายามของสยามที่จะทำให้สยามมีอำนาจตุลาการเหนือคนในบังคับในต่างชาติมากขึ้น และเพื่อเรียกคืนเมืองที่ถูกยึดครองอยู่ก่อนหน้านี้ (เช่น ตราดและด่านซ้าย)

    สาระสำคัญของสนธิสัญญา 2450

    - สยามยกมณฑลบูรพา (พระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ) ให้ฝรั่งเศส

    - ฝรั่งเศส คืนตราดและด้านซ้าย (และเกาะต่าง ๆ ภายในเกาะกูดและแหลมสิง) ให้สยาม และยกเลิกสิทธิสภาพคนเอเซียที่อยู่ในบังคับฝรั่งงเศสในสยาม

    เจตนารมณ์ที่แท้จริงในการทำแผนที่
    (โดยเฉพาะแผนที่ 1:200000)


    - เจตนารมณ์ที่ระบุในสนธิสัญญา : สนธิสัญญาพ.ศ 2447 ระบุให้มีการตั้งคณะกรรมการปักปันเขตแดนร่วม (mixed Commission) เพื่อสำรวจและปักปันเขตแดนตามหลักการที่ตกลงกันไว้ (เช่นสันปันน้ำและแม่น้ำลำคลอง) และจัดทำแผนที่ประกอบ

    เจตนารมณ์ของฝรั่งเศสในการจัดทำแผนที่:

    - การกำหนดเขตแดนที่เป็นประโยชน์ต่อฝรั่งเศส : ฝรั่งเศสต้องการใช้แผนที่เป็นเครื่องมือในการกำหนดเขตแดนที่เอื้อประโยชน์ต่อตนเองมากที่สุด โดยอาจตีความหลักการปักปันเขตแดนให้เข้ากับภูมิประเทศที่ต้องการ หรืออาจจะทำแผนที่โดยมีอคติ เพื่อให้พื้นที่บางส่วนที่ต้องการ เช่น(ปราสาทพระวิหาร) ไปอยู่ในฝั่งตน

    - การสร้างความชัดเจนเพื่ออ้างสิทธิ์ : การมีแผนที่ที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่แสดงเส้นเขตแดนอย่างละเอียด เป็นหลักฐานสำคัญในการอ้างสิทธิ์ดินแดนและป้องกันการโต้แย้งในอนาคต (จากมุมมองของฝรั่งเศส)

    - ความรวดเร็วและประสิทธิภาพ: การที่ฝรั่งเศสอาจเป็นผู้ดำเนินการจัดทำแผนที่เป็นหลัก ( เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญด้านการทำแผนที่มากกว่าในสมัยนั้น) ก็อาจมีส่วนทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนที่เอื้อประโยชน์ต่อตนเอง

    มุมมองของสยามต่อการจัดทำแผนที่:

    - ความจำยอมและขาดความพร้อม: สยามอยู่ในภาวะที่ถูกบีบคั้นจากมหาอำนาจตะวันตก ไม่มีทางเลือกมากนักในการต่อรอง และอาจขาดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการสถานแผนที่ในระดับเดียวกับฝรั่งเศส ทำให้ต้องยอมรับการดำเนินการของฝรั่งเศสในหลายส่วน

    - ความเข้าใจคลาดเคลื่อน / การไม่ได้ตรวจสอบอย่างละเอียด: อาจเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนระหว่างหลักการในสนธิสัญญา (เช่นสันปันน้ำ) กับการปรากฏของเส้นในแผนที่ หรือการไม่ได้ตรวจสอบแผนที่อย่างละเอียดถี่ถ้วนในทุกจุด เนื่องจากข้อจำกัดด้านบุคลากรและเทคโนโลยีในสมัยนั้น ทำให้เกิดจุดที่เส้นแขตแดนในแผนที่ไม่ได้เป็นไปตามหลักการในสนธิสัญญาอย่างแท้จริง

    - การเชื่อมั่นในหลักสากล : สยามอาจเชื่อมั่นว่าแม้แผนที่จะคลาดเคลื่อน แต่หลักการตามสนธิสัญญา ( เช่น สันปันน้ำ) จะเป็นที่ยึดถือในท้ายที่สุดซึ่งเป็นจุดที่นำไปสู่ปัญหาในคดีปราสาทพระวิหาร เพราะศาลโลกให้ความสำคัญกับพฤติกรรมของรัฐในการยอมรับแผนที่

    ดังนั้น เจตนารมณ์ที่แท้จริงในการทำแผนที่จึงไม่ใช่แค่ "การปักปันเขตแดนอย่างเป็นธรรม" ตามที่สนธิสัญญากล่าวไว้เท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยเจตนารมณ์ของฝรั่งเศสที่จะขยายอิทธิพลและอ้างสิทธิในพื้นที่ที่ต้องการ ใช้ความได้เปรียบในฐานะมหาอำนาจและผู้จัดการทำแผนที่หลัก ในขณะที่สยามอยู่ในภาวะจำยอมและขาดความพร้อมในการตรวจสอบและคัดค้านได้อย่างเต็มที่ ซึ่งท้ายที่สุดก็กลายเป็นข้อปัญหาพิพาทในอนาคต

    หากใช้เจตนารมณ์ตามสนธิสัญญา ประวัติศาสตร์และ "พฤติกรรมของรัฐ" ในการครอบครองหลังจากสิ้นสุดการปกครองจาการล่าอณานิคมฝรั่งเศส เช่น !

    ทำไม? เกาะฟุโกว๊ก ไม่เป็นของกัมพูชา!!?



    ก็อาจทำให้มองเห็นเจตนารมณ์ในการใช้สิทธิในการครอบครองพื้นที่ของตนเอง นำมาใช้เป็นข้อยุติข้อขัดแย้งการครอบครองพื้นที่ในยุคล่าอณานิคม ระหว่างไทย กับ กัมพูชา เพื่อความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่ายได้

    เตรียมตัวให้พร้อม มันกำลังมา!

    มนุษย์โลก จะมีทิศเหนือเบี่ยงเบนไปจากพิกัดตำแหน่งเดิม 3 องศา

    ซึ่งปัจจุบันจะพบว่า ยิ่งนานวันทิศเหนือจะเบี่ยงเบนไปทางขวามือตนเองทีละน้อย ๆ และจะพบความจริงของข่าวสารว่าแนวทิศเหนือของเข็มทิศแม่เหล็ก ซึ่งพาดผ่านประเทศแคนาดา ได้ย้ายไปไกลนับจากพิกัดตำแหน่งเดิม หลายสิบกิโลเมตรแล้ว

    สัญญาณเริ่มเตือนมวลมนุษย์ชาติ กับหายนะภัยพิบัติทางธรรมชาติของโลกครั้งยิ่งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้จะมาถึงในอีกไม่ช้านี้ ซึ่งเคยนำคลิปที่ส่งมาให้โดยบังเอิญเพื่อโพสต์เตือนไว้บ้างแล้ว ถึงแม้จะไม่ใช่ตรงจุดเสียทีเดียว แต่ก็มีประเทศที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญหายนะภัยของโลก ที่อาจเป็นพื้นที่เป้าหมายที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์สื่อเตือนเอาไว้ล่วงหน้า

    IMG_20250731_070907.jpg

    และเหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นแล้ว ถึงแม้จะไม่รุนแรง แต่มันก็ได้เกิดขึ้นตามคำสื่อเตือน เพื่อตอกย้ำมวลมนุษย์ชาติให้ฉุกคิด และจงมีความเชื่อกับสิ่งที่กำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้

    IMG_20250730_145519.jpg

    หลังจากที่โลกเกิดวิกฤติอย่างต่อเนื่อง จนถึงการชำระโลกครั้งสุดท้าย ซึ่งแผ่นดินเป้าหมายที่ถูกกำหนดไว้เป็นอณาเขตแห่งหายนะภัย ที่โลกมนุษย์คาดไม่ถึง วันเวลาดังกล่าว การกระทำทางเทคนิคจากนอกระบบโลกและการกระทำทางเทคนิคจากระบบโลกเองมันจะเกิดขึ้นพร้อมกัน

    คำว่า การกระทำทางเทคนิค นั้นคืออะไร ? หมายถึงสิ่งใด!!?

    มหันตภัยธรรมชาติจากการสั่นสะเทือนของโลกในการยกระดับคลื่นความถี่สนามแม่เหล็กโลกนั้้น เพื่อสร้างพลังอำนาจโลกดวงนี้ ในการดำรงอยู่ในระบบสุริยะจักรวาลอย่างปลอดภัย แกนโลกไม่พลิกคว่ำ เทหวัตถุจากภายนอกไม่อาจพุ่งชนโลกได้

    การชำระโลก เป็นเพียงแค่การปัดกวาดทำความสะอาดโลก ให้น่าอยู่ยิ่งยิ่งขึ้น เป็นการขจัดขยะที่รกโลกออกไปครั้งใหญ่เท่านั้นเอง

    เมื่อเกิดวิบัติภัยที่รุนแรงใด ๆ ในอันที่จะทำให้ตนเองตื่นตกใจกลัวสุดขีดซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่นานนี้

    1.ต้องรู้ให้ได้ว่าภัยพิบัติโลกเกิดขึ้นเพราะมีผู้กระทำ ไม่ใช่เป็นไปตามธรรมชาติ

    2.ต้องรู้ให้ได้ว่าภัยร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นมีวัตถุประสงค์เพื่อชำระโลก ชำระเอาสิ่งไม่เหมาะสมออกไปจากระบบโลก เพื่อให้ดาวเคราะห์โลกสมดุลขึ้น โดยจะละเว้นสรรพสิ่งที่เหมาะสมทั้งหมดเอาไว้ให้ หนึ่งในนั้นอาจเป็นตัวเราเอง

    สำหรับกฎเกณฑ์ทางกายภาพของจักรวาลสากลนั้น คำว่า "กายภาพ" ไม่ใช่เรื่องของสิ่งที่มีมวลหยาบๆ มีรูปทรงให้มนุษย์แลเห็น แต่มันหมายถึงแก่นแท้ คือพลังงาน ต่างหาก

    กฎเกณฑ์ทางกายภาพของจักรวาลสากล จริงหมายถึง กฎเกณฑ์ทางพลังงานล้วนๆ

    ขั้นตอนสุดท้ายการกระทำทางเทคนิคจากนอกระบบเอกภพ ส่งคลื่นพลังงานความถี่สูงพร้อมไอเย็นมายังดวงอาทิตย์ของระบบสุริยะ เพื่อสร้างปฏิกริยาให้เกิดการระเบิดขึ้นบนพื้นผิวของดวงอาทิตย์ ก่อให้เกิดคลื่นความถี่วิทยุและพลังงานไฟฟ้าแม่เหล็กที่เข้มข้นสูงสุดในรอบ หนึ่งหมื่นสองพันปี แผ่กระจายออกมาจากจุดดับบนดวงอาทิตย์ เป็นพายุสุริยะมุ่งสู่ดวงจันทร์และโลก ด้วยอัตราความเร็ว 1 ล้านกิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยคลื่นวิทยุความถี่สูง ซึ่งเป็นคลื่นพลังงานไฟฟ้าแม่เหล็กเช่นกัน จะเป็นผู้นำทางไฟฟ้าแม่เหล็กที่เข้มข้นถึงเป้าหมายที่ต้องการได้

    พายุแม่เหล็กทั้งที่เดินทางมาจากดวงอาทิตย์โดยตรง แและจากการเสริมพลังงานของดวงจันทร์ มีความเข้มข้นสูงมากกว่าปกติ ส่วนใหญ่จึงสามารถฝ่าแนวแม็กนิโตสเฟีย หรือ สนามแม่เหล็กโลกเข้ามาได้ มันจะพุ่งตัวอัดกระแทกกับพื้นที่โลกในทันที

    ตามที่นักวิทยาศาสตร์โลกรับรู้กีนดีว่า คลื่นพายุสุริยะพุ่งตรงมายังโลก จะเกิดคลื่นคอรัสคล้ายเสียงนกร้อง และที่เคยพูดถึงบ่อย ๆ ก็คือ คลื่นมวลพลังงานความหนาแน่นสูงในอากาศ และรับรู้การสัดส่ายพลังงานของโลก มี 2 กรณี คือ

    1. การสัดส่ายที่เกิดจาก การกวัดแกว่งของสนามแม่เหล็กโลกสัดส่าย ขณะที่คลื่นพายุสุริยะเดินทางมายังโลก และหรือ
    2.การเกิดคลื่นพลังงาน หรือเคลื่อนตัวใต้พิภพ

    ทั้ง 2 ข้อนี้จะพูดเสมอมาเป็นระยะ ๆ นั่นแสดงว่า jityim อาจได้รับสัญญาณรับรู้เพื่อนำมา
    บอกกล่าวกันและนั่นเป็นแค่การยกระดับพลังงานโลกที่ตกต่ำให้เพิ่มขึ้นเป็นระยะ ๆ เท่านั้น เพื่อสร้างความเชื่อคำสื่อเตือนของจักรวาลว่ามันคือความจริง และมีคนหลาย ๆ คนที่รับรู้สามารถรับและสาส์นจากจักรวาลแบบนี้ได้

    สำหรับประเทศไทย ผู้คนนับถือศาสนาพุทธ และส่วนใหญ่เชื่อในคำพุทธทำนายที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ เราควรนำมาเป็นหลักปฏิบัติเพื่อความรอดพ้นจากหายนะภัยพิบัติของชาติบ้านเมือง

    ไม่ควรนำชาติเข้าสู่สงคราม ไม่ว่ากรณีใด ๆ

    IMG_20250731_071705.jpg

    ที่จะนำชาติไทยเข้าไปสู่การเลือกข้างเพื่อเกิดสงคราม

    IMG_20250731_072107.jpg

    แต่ประเทศไทยใช้หลักมนุษยธรรมในการปกป้องอธิปไตยของชาติ โดยใช้หลักเมตตาธรรม ค้ำจุนโลก แล้วพระสยามเทวธิราช จะปกป้องคุ้มครองประเทศไทย (ถึงแม้จะรู้ว่ามันยาก แต่มันมีผลตอบแทน) ประเทศไทย..จำกรณีหมูป่าติดถ้าหลวงขุนน้ำนางนอนได้ไหม! คนไทยต่างปฏิบัติตามคำสอน ร่วมแรงร่วมใจกันทำความดี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ร่วมกันสวดมนต์และอธฺิฐานจิตให้ทุกคนปลอดภัย ถ้าคนไทยทุกคนทำโดยร่วมกันทำความดีร่วมสวดมนต์ภาวนาอธิษฐานจิตส่งบุญกุศลให้เหล่าทหารกล้าที่จะปกป้องอธิปไตยประเทศไทยโดยใช้หลักความเมตตาธรรมนำ ประเทศไทยจะไม่นำพาประเทศชาติเข้าสู่สงครามทุกกรณีนอกจากจะปกป้องอธปไตยของชาติ ด้วยหลักเมตตาธรรม ค้ำจุนโลก ประเทศไทยจะรอดปลอดภัยจากภัยต่างๆทุกสถานการณ์ (แต่จะไม่พ้นไปจากพลังรวมมวลกรรมของประเทศ)

    ดั่งคำพุทธทำนาย...

    อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นพระสัพพัญญูรู้แจ้งโลกทั้งในอดีตและใน อนาคต ทรงมีเมตตากรุณาแก่สัตว์โลกเป็นล้นพ้นเมื่อครั้งพระองค์ดำรงพระชนม์อยู่ ได้ตรัสแก่พระอานนท์ว่า อานันทะ ดูก่อนอานนท์ก่อนกึ่งพุทธกาล ๑๕ ปี (ก่อน พ.ศ. 2560) จะเกิดการณ์ร้ายแรง จะมีการรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกัน ฝนเหล็กจะตกจากอากาศ ไฟจะลงมาจากอากาศ จะเผาผลาญประชาชนให้พินาศ จะมีการล้มตายซึ่งกันและกันเป็นอันมาก

    ดูก่อนอานนท์ เวลานั้นพลโลกเหลือน้อยมาก คำทำนายของตถาคตนี้ ย่อมยังเวไนยสัตว์ให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ผู้ใดรู้แล้วไม่เชื่อ นับว่าเป็นกรรมของสัตว์ ที่ต้องสิ้นสุดไปตามกรรมชั่วของตน ผู้ใดปรารถนารอดพ้นจากภัยพิบัติ ให้รักษาศิล 5 ประการ เจริญเมตตาภาวนา ประกอบสัมมาอาชีพ มีใจสันโดดรู้จักพอ ไม่โป้ปดคตโกง ไม่หลงมัวเมาอำนาจและลาภยศ ตั้งใจปฏิบัติตน ตามคำสอนของตถาคตให้มั่นคง จึงจะพ้นอันตรายในกึ่งพุทธกาล
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 31 กรกฎาคม 2025
  10. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,455
    ค่าพลัง:
    +3,220
    ทุกอย่างล้วนเกิดจากเหตุ ถ้าจะดับก็ดับที่เหตุ

    ตื่นขึ้นมากลางดึก เสียงมวลความหนาแน่นในอากาศมีเสียงดังมาก ๆ และรับรู้การสัดส่ายได้ชัดเจน

    เมื่อคืนวานฝัน ขอเรียกว่านิมิต เพราะชัดเจนมากจำได้ชัดแม้ตื่น คือ ในท่ามกลางน้ำอันกว้างใหญ่ไพศาลมีคนลงมาจากเบื้องบน (นัยยะนี้ หมายถึงสิ่งใด ทุก ๆ ท่านที่เกี่ยวข้อง พิจารณาเองค่ะ)

    เมื่อตื่นขึ้นมาจะโพสต์ขณะที่พิมพ์เหมือนมีการดลใจให้ jityim ไปกดปุ่มใดสักปุ่มหนึ่ง แล้วหน้าจอก็ค่อย ๆ วิ่งไปบนสุดกระทู้ในหน้านี้ jityim ก็แคปหน้าจอมาให้ท่านที่เกี่ยวข้องไว้พิจารณา

    Screenshot_2025-08-05-03-55-02-81_40deb401b9ffe8e1df2f1cc5ba480b12.jpg

    และข้อความด้านล่างนี้ เมื่อวานตอนเย็น หลังจากที่ดูฟังข่าว แล้วก็ต้องการจะพิมพ์เพื่อโพสต์ ตามข้อความด้านล่าง

    เหตุของการเกิดการปะทะกันในครั้งนี้ กัมพูชาต้องการสิ่งใด ...ประโยชน์ทางทะเล

    กัมพูชาเริ่มแผนการทุกอย่าง แล้วใช้เฟคนิวส์โยนความผิดให้กับไทย เพื่ออะไร? เพื่อต้องการให้ไทยยอมแบ่งปันผลประโยชน์ตามที่กัมพูชาต้องการ

    แล้วเป็นสิทธิของไทย แล้วกัมพูชาใช้เหตุจูงใจสิ่งใดมาเพื่อขอเจรจา ทำไมไทยจึงยอม แล้วทำไมไทยจึงต้องยอม ในเมื่อกัมพูชาเป็นคนเริ่มต้นก่อนเป็นอาชญากรรมสงครามเจตนาจงใจฆ่าพลเรือน ยั่วยุ บิดเบือนข้อมูล และขอเจรจาหยุดยิง ทั้ง ๆ ที่ไทยมีความได้เปรียบ แต่

    แล้วก็หยุดไว้แค่นั้น ไม่พิมพ์ต่อ ไม่โพสต์เพราะรู้สึกว่ามันเป็นแค่ความต้องการที่ jityim ต้องการสื่ออกมาเพื่ออยากที่จะทำอย่างไรให้ประเทศไทยได้แก้ปัญหาที่ถูกต้องและตรงจุดที่สุด แต่เมื่อตื่นขึ้นมารู้สึกว่าอยากจะโพสต์ ข้อความนี้ก็ยังอยู่ ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานลบไปแล้ว

    แต่ปัญหามันอาจจะมีเบื้องลึกหนาบางและซับซ้อนเกินกว่าตนเองจะไม่สามารถรู้ดีไปกว่าบุคคลที่มีหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยของชาติบ้านเมือง เพราะปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากประเทศไทยเป็นนต้นเหตุแห่งปัญหา ประเทศไทยไม่มีแรงจูงใจในการก่อสงครามกับกัมพูชาให้เิกิดขึ้น แต่ไทยต้องทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตย

    แต่สิ่งที่ jityim รู้ดีว่า หากเกิดสงครามขึ้นมาจริงอาจจะต้องเกิดภัยพิบัติขึ้น จากคลื่นมวลอากาศมีกำลังแรงสูง และการรับ รู้พลังงานสัดส่ายอยู่ ณ ขณะนี้ ปรกอบกับ การข้อความนี้"ประเทศไทย เตรียมพร้อมรับกับภัยพิบัติมากน้อยแค่ไหน" ตามที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์นำพาไปยังข้อความ และ

    ข้อความนี้ "ทุกอย่างล้วนเกิดจากเหตุ ถ้าจะดับให้ดับที่เหตุ" เป็นข้อความหนึ่งที่มีการตอกย้ำ โดยการเคลื่อนตัวไปเด้งไปยังข้อความนี้อีกครั้ง

    จึงนำข้อมูลต่าง ๆ มาให้พิจารณาและพยายามสื่อออกมาให้ตรงกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นให้ในขณะที่กำลังพิมพ์อยู่นี้ให้เห็นภาพมากที่สุด เชื่อว่าผู้ที่มีส่วนที่เกี่ยวข้องทุก ๆ ท่านที่มีญาณบารมีน่าจะรู้ว่าหมายถึงสิ่งใด !!

    ส่วนตัว jityim เองได้รับรู้เกิดขึ้นภายในจิตของตนเองนับตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเกิดปัญหาไทย กับกัมพูชาขึ้นว่าเกิดขึ้นเพราะเหตุใด แต่..ไม่มีความกล้ามากพอที่จะพูดออกไป เพราะถ้าสิ่งที่รับรู้ขึ้นมาในใจไม่แม่นพออาจจะทำให้ใครบางคนต้องเดือดร้อนหรือเปล่า !!

    แต่ที่ต้องนำข้อมูลมาให้พิจารณาในวันนี้ เป็นเรื่องที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องการให้สื่อออกไปจริง ๆ เพราะได้ฝันนิมิตเกี่ยวกับตนเองด้วยก่อนตื่นขึ้นมาในทำนองว่า ถ้าเราช่วยคนส่วนใหญ่รอดพ้น เราก็จะได้รับการช่วยเหลือด้วยเช่นกัน

    เพื่อพิจารณาค่ะ ผู้ที่มีญาณญาณบารมี หลายๆ ท่านน่าจะรู้ว่าหมายถึงสิ่งใด jityim เป็น เพียงแค่ผู้นำสื่อสาส์นมาให้ผู้ที่เกี่ยวข้องพิจารณาเพื่อประเทศจะได้แก้ปัญหาตรงจุด ถูกต้อง เหมาะสม และดีงาม ไปตามหลักธรรมค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 5 สิงหาคม 2025
  11. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,455
    ค่าพลัง:
    +3,220
    ประเทศไทย !! มีสิทธ์ตัดสินใจเลือกชะตากรรมของประเทศด้วยตนเอง

    อย่าหลงกลเกมส์ ...เหยื่อล่อเสือออกจากถ้ำ

    เปิดดูไฟล์ 6584772


    ถ้าเกิดศึกสงครามสนามรบรอบ 2 โดยหลงกลเกมส์ยั่วยุของกัมพูชา ไทยชนะศึก แต่ก็อาจแพ้สงคราม ซึ่งจักนำมาให้เกิดภัยพิบัติใหญ่ตามมวลพลังงานกรรมรวมของประเทศ

    ถ้าอดทน อดกลั้น ยึดมั่นในหลักการ สันติวิธี และใช้ช่องทางการฑูตควบคู่กับมาตรการป้องกันเชิงรุก และมีความชอบธรรมจากประชาคมโลก เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ไม่ต้องมีภัยสงครามนำมาซึ่งพลังงานมวลกรรมของประเทศที่แผ่ออกไปในสนามพลังงาน เพื่อถูกชำระมวลพลังงานกรรมที่เป็นขยะพลังงานโลก ตามสัดส่วนการกระทำที่แต่ละประเทศได้ทำและสร้างขึ้นไว้ และเกิดภัยพิบัติมากน้อยแตกต่างกันไป ที่เกิดขึ้นในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลกอยู่ ณ เวลานี้








    อะไรเป็นสาเหตุ!! แต่ละประเทศได้รับผลกระทบไม่เท่ากัน ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นโดยบังเอิญ

    การสร้างวัตถุเทคโนโลยีทั้งหลายขึ้นมาอย่างมากมายจนรกโลก มันเป็นการสร้างใหม่ที่นำความเสื่อมโทรมมาสู่ระบบโลก เพราะสรรพสิ่งที่มนุษย์สร้างกันขึ้นมาใหม่นั้น มิได้มีรหัสแห่งการเป็นเพื่อนร่วมงานกับโลกในมิติพลังงานด้านของแก่นแท้แต่อย่างใดเลย นอกจากการสร้างขยะที่รกโลกแล้ว มนุษย์ก็ยังหันมาทำลายระบบของตนเอง เช่น ด้วยการทำลายสิ่งทีชีวิตชนิดอื่น ๆ ทำลายสิ่งแวดล้อมในระบบโลก ทำลายเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง มนุษย์ยิ่งทำลายเพื่อนร่วมโลกของตนมากขึ้น ก็เท่ากับว่ามนุษย์กำลังทำลายระบบของตนเองมากขึ้น การเสียสมดุลของดาวเคราะห์โลกที่เป็นระบบใหญ่ ซึ่งหมายถึงมหันตภัยธรรมชาติที่วิปริตผิดธรรมชาติที่มนุษย์ทั้งโลกต่างได้เผชิญกันในช่วงก่อนสิ้นยุคพลังงานเก่า


    กลยุทธ์ "ล่อเสือออกจากถ้ำ" กับ ยืมดาบฆ่าคน" ที่กัมพูชา ใช้กับประเทศไทย คงจะไม่พูดเกินความเป็นจริง

    เปิดดูไฟล์ 6584579

    หลังจากประชุมGBC ทหารไทยขาขาด 2 ราย บาดเจ็บอีกหลายราย รวม 5 ราย


    เปิดดูไฟล์ 6584580




    จากสถานการณ์ ไทย - กัมพูชา การปฏิบัติการของไทยได้รับการยอมรับจากประชาคมโลกอยู่แล้ว

    ถ้าเราทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎสหประชาติ การใช้กำลังทางทหารตอบโต้การละเมิดข้อตกลง GBC ที่ทหารเหยียบทุ่นระเบิด โดยการทิ้งระเบิดด้วยเครื่องบิน F-16 ไม่สมเหตุสมผล และเป็นเรื่องที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง เนื่องจากจะนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น และส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้การกระทำดังกล่าวอาจถึงมองว่าเป็นการรุกรานจากประชาคมโลก ทำให้ประเทศไทยเสียความชอบธรรมในเวทีระหว่างประเทศ

    ให้การปฏิบัติของประเทศไทยได้รับการยอมรับจากประชาคมโลก ใช้มาตรการตอบโต้ที่ไม่ใช่กำลังทางทหาร เช่น มาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อกดดันให้กัมพูชากลับมาเจรจาและปฏิบัติตามข้อตกลง

    ซึ่งความจริงเหล่านี้ประเทศไทยทราบดีอยู่แล้ว

    แต่ถ้าไม่มีการดำเนินการใด ๆ เพื่อให้ไทยได้เปรียบ สิ่งที่ไทยต้องดำเนินการ คือ วิธีการถอนทุ่นระเบิด ที่กัมพูชาแอบลอบวางเอาไว้โดยไม่ยอมทำข้อตกลงและร่วมมือในการจัดการทุ่นระเบิดในข้อตกลง GBC และตอนนี้ได้สร้างปัญหาให้กับทหาร และอาจจะเป็นอันตรายแด่พลเรือนในอนาคตได้

    แนวทางในการจัดการทุ่นระเบิดด้วยตนเองของประเทศไทย น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ในเมื่อเราไม่สามารถจัดการหรือควบคุมผู้อื่นได้ การจัดการด้วยตัวเราเองน่าจะทำได้ง่ายกว่า เพราะกัมพูชาไม่มีความจริงใจในการให้ความร่วมมือ และปฏิเสธ



    แนวทางการจัดการทุ่นระเบิด

    1. การสำรวจจัดทำแผนที่ทุ่นระเบิด
    - มีการใช้ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ

    - การใช้เทคโนโลยีขั้นสูงไม่ว่าจะเป็นโดรนติดกล้องถ่ายภาพร้อน (Thermal Drones) โดรนติดเรดาร์ใต้ดิน (Ground Penetrating Radar-GPR) เทคโนโลยีสามารถตรวจจับวัตถุฝังอยู่ใต้ดินได้ และการใช้ภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูง : หากใช้เพื่อระบุพื้นที่มีการสู้รบ หรือมีแนวโน้มว่าจะเป็นพื้นที่วางทุ่นระเบิด

    2. การใช้เทคโนโลยีเก็บกู้ทุ่นระเบิดแบบอัตโนมัติ (automated Demining)

    การส่งคนเข้าไปเก็บกู้ทุ่นระเบิดโดยตรงมีความเสี่ยงสูงมาก การใช้เครื่องมืออัตโนมัติคือช่วยลดความเสี่ยงให้เป็นอย่างมาก

    หุ่นยนต์เก็บกู้ทุ่นระเบิด (Demining Robots)

    เครื่องเก็บกู้ทุ่นระเบิดขนาดใหญ่(Mine Clearing Vehicles) ยานพาหนะเหล่านี้จะใช้ลูกกลิ้งเหล็กโซ่เหล็กเหวี่ยงไปตามพื้นที่เพื่อระเบิดทุ่นระเบิดที่ฝังอยู่ การใช้วิธีนี้ช่วยเคลียร์พื้นที่ขนาดใหญ่และอย่างรวดเร็วและปลอดภัย

    การใช้ระเบิดจากระยะไกล (Remote Detonation) เมื่อพบทุ่นระเบิดแล้ว อาจใช้การระเบิดจากระยะไกลแทนการเข้าถึงโดยตรง เพื่อนทำลายทุ่นระเบิดนั้นอย่างปลอดภัย

    3. การฝึกอบรมและอุปกรณ์สำหรับทหาร

    4. การร่วมมือและมาตรการทางการฑูต การสร้างความร่วมมือการนานาชาติขอความช่วยเหลือจากองค์การระหว่างประเทศมีความเชี่ยวชาญด้านการเก็บทุ่นระเบิด และการเจรจาอย่างต่อเนื่องกับกัมพูชาแม้จะไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ GBC แต่การเจรจาทางการฑูตต้องดำเนินต่อไปเพื่อหาประกอบร่วมกันหรืออย่างน้อยก็ขอข้อมูลแผนที่ทุ่นระเบิดที่มีอยู่

    สรุปว่าการแก้ปัญหาทุ่นระเบิดชายแดนอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด คือการประสบปัญหาระหว่างการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการตรวจจับและเก็บกู้ การฝึกอบรมทหารและการใช้อุปกรณ์ป้องกันที่ได้มาตรฐาน การใช้มาตรฐานทางการทูตควบคู่กันไป โดยเน้นที่การใช้เครื่องมืออัตโนมัติเพื่อลดความเสี่ยงต่อชีวิตของทหารและประชาชนให้ได้มากที่สุด และใช้ข้อมูลจากทุกแหล่งเพื่อระบุตำแหน่งของทุ่นระเบิดอย่างแม่นยำที่สุดก่อนเริ่มปฏิบัติการใดๆ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรักษาอธิปไตยและความปลอดภัยของคนในชาติได้อย่างยั่งยืนและสันติ

    สภานการณ์การปัจจุบันนี้ และกระแสสังคม กำลังมองหาความชอบธรรรม

    คำตอบจากมุมของประชาคมโลกและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสหประชาชาติ

    การที่ไทยใช้เครื่องบินรบ F- 16 ตอบโต้เหตุการณฺ์ที่ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดที่กัมพูชาลอบวางไว้ ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมเหตุผลของกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎบัตรสหประชาชาติ เพราะเป็นการใช้กำลังทางทหารเกินกว่าเหตุและไม่เป็นสัดส่วนกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้น

    การตอบโต้ดังกล่าวอาจจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น และส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในภูมิภาค ซึ่งประชาคมโลกจะมองว่าเป็นการละเมิดหลักการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติวิธีตามที่กำหนดไว้

    เหตุผลที่ไม่สมเหตุสมผล

    - หลักการใช้กำลังที่สมสัดส่วน (Proportionality) การใช้กำลังทางอากาศอย่างเครื่องบิน F -16 เพื่อตอบโต้เหตุการณ์ทุ่นระเบิดเพียงจุดเดียว ถือว่าเป็นการใช้กำลังที่เกินความจำเป็นและไม่สมสัดส่วนอย่างยิ่ง

    - ความแตกต่างระหว่างการกระทำของรัฐ กับกลุ่มที่ไม่ใช่รัฐ การวางทุ่นระเบิดอาจเป็นการกระทำของกลุ่มบุคคลหรือกองกำลังที่ไม่ใช่รัฐบาลกัมพูชาโดยตรง การโต้ตอบด้วยการโจมตีทางอากาศ อาจเป็นการโจมตีรัฐบาลกัมพูชาโดยตรง ซึ่งไม่ถูกต้องตามหลักการ

    - การละเลยแนวทางสันติ กฎหมายระหว่างประเทศกำหนดให้รัฐต้องใช้ความพยายามในการเจรจา การไกล่เกลี่ย หรือระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธีก่อน การใช้กำลังทางทหารเป็นทางเลือกสุดท้าย

    - หลักการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติวิธี กฎบัตรสหประชาชาติระบุไว้อย่างชัดเจนว่า สมาชิกองค์การสหประชาชาติต้องแก้ไขข้อพิพาทระหว่างประเทศด้วยสันติวิธีเพื่อไม่ให้ความมั่นคงระหว่างประเทศต้องตกอยู่ในอันตราย

    การรวบรวมพยานหลักฐานที่ชัดเจน และครบถ้วนเพื่อนำเสนอต่อสหประชาชาติ จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมและได้รับการยอมรับจากนานาชาติมากกว่าการใช้กำลังในการตอบโต้ นอกจากประเทศไทยจะได้รับความชอบธรรมจากประชาคมโลกแล้ว ยังทำให้ประเทศชาติมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภัยพิบัติได้น้อยลง

    เพื่อพิจารณาค่ะ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 สิงหาคม 2025
  12. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,455
    ค่าพลัง:
    +3,220
    การชำระล้างโลกครั้งที่ 4

    ถอดคำพุทธทำนายกึ่งพุทธกาล

    ความจริงแห่งสงคราม กับสัจจะความจริงของทุกสรรพสิ่ง

    ประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 มีคนตายประมาณรวมกัน 100 ล้านคน ทั้งทหารและพลเรือน


    ถอดคำทำนายกึ่งพุทธกาล

    https://www.dhammahome.com/webboard/topic/28802

    พระพุทธเจ้าตรัสกับพระอานนท์ว่า ก่อนกึ่งพุทธกาล 15 ปี จะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง จะมีการรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกัน ฝนเหล็กจะตกจากอากาศ ไฟจะลงมาจากอากาศ จะเผาผลาญประชาชนให้พินาศ จะมีการล้มตายซึ่งกันและกันเป็นอันมาก สัตว์โลกทั้งหลายที่เกิดในยุคนั้น จะพบแต่ความลำบาก แผ่นดินแผ่นน้ำจะลุกเป็นไฟ คนสมัยนั้นมีนิสัยโหด ดุจกำเนิดจากสัตว์ป่าอำมหิตจะรบราฆ่าฟันกันเอง ถึงเลือดนองแผ่นดินแผ่นน้ำ

    ข้อมูลรวบรวมประวัติศาตร์ ของอภิมหาสงครามโลกครั้งที่ 2(ที่มีระยะเวลายาวนาน 5-6 ปี) ความยาวตลอดระยะเวลา 3 ชั่วโมงกว่า ๆ จากคลิปด้านล่างนี้ ทำให้เห็นความเลวร้ายและความสูญเสียของสงครามที่มนุษย์ได้ทำต่อกันที่จะได้เห็นความเป็นมาของการเกิดสงครามโลกได้อย่างไร? ประวัติศาสตร์ได้สอนและให้ความรู้อะไรแก่คนรุ่นหลัง (ตลอดระยะเวลา 3 ชั่วโมง แทบไม่อยากละสายตาเลย)



    แต่ว่า ดูก่อนอานนท์ก่อนกึ่งพุทธกาล 15 ปีจะถือว่าเป็นการณ์ร้ายแรงได้ไม่ ทั้งนี้เพราะว่าหลังกึ่งพุทธกาลไปแล้วนั้น จะมีความร้ายแรงมากกว่าก่อนกึ่งพุทธกาลมาก ยักษ์นอกพุทธศาสนาจะรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกัน ต่างฝ่ายจะล้มตายกันฝ่ายละมากๆ จะตายไปฝ่ายละครึ่งจึงเลิกรากัน ฯ

    ผู้เป็นใหญ่มีอำนาจจะเรียกแมลงผีเสื้อเหล็กนับแสนตัว มาปล่อยไข่เป็นไฟผลาญ

    ข้อความนี้ หมายถึง พายุสุริยะ จากนอกโลกถูกส่งเข้ามายังโลกมนุษย์ ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ธรรมชาติร้ายแรงเกิดขึ้นบนโลกมนุษย์ จะมีมนุษย์บางคนหรือบางส่วนรับรู้พลังงานจากคลื่นมวลอากาศสูงและรับรู้การสัดส่ายของพลังงานได้ หรือแม้แต่ใช้เทคโนโลยีตรวจจับได้ สิ่งที่เป็นปรากฎการณ์เด่นชัด คือ คลื่นมวลอากาศวิปริตแปรปรวนเกิดขึ้นในโลกก่อน ณ สถานที่ใดที่หนึ่งในโลกแล้วจึงเกิดภัยพิบัติธรรมชาติต่าง ๆ ตามมา

    ยักษ์หินที่ถูกสาปเป็นเวลานาน จะตื่นขึ้นมาอาละวาดโลก

    ข้อความนี้หมายถึง แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด

    ดินฟ้าอากาศจะแปรปรวน ตลิ่งจะพัง แผ่นดินจะถล่มถมเป็นทะเล โลกมนุษย์จะดิ่งสู่ความหายนะ

    ข้อความนี้หมายถึง พายุแม่เหล็กรุนแรงในชั้นบรรยากาศ ฝนฟ้าอากาศวปริตแปรปรวน น้ำทะเลมีระดับท่วมสูงขึ้น เกิดคลื่นสึนามิ แผ่นดินยุบน้ำทะเลพัดเข้ามาแทนที่

    ความจริงแห่งสงคราม...

    จากประวัตฺิศาสตร์โลก ถ้าเริ่มนับตั้งแต่คริสต์ ศักราช 1900 เป็นต้นมา หากนับจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 และเกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธ์มนุษย์นับหลายครั้ง จะเห็นได้ว่าผู้ที่ชนะสงครามโดยการกดขี่ข่มเหงเพื่อความมีอำนาจเหนือกว่าในสิ่งพวกตนต้องการ ไม่มีผู้ใดอยู่เหนือชัยชนะนั้นได้อย่างแท้จริง สักวันก็ต้องกลับมาอยู่ในความปราชัยและมันจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป นั่นคือ หลักของสัจจะความจริงของทุกสรรพสิ่งของกฎจักรวาลสากล คือ

    1.ทุกสรรพสิ่งล้วนต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน
    2.ทุกคนล้วนต้องเสมอภาคและเท่าเทียมกัน
    3.ทุกสรรพสิ่งล้วนตกอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์สากลจักรวาลเดียวกัน


    หากยัอนไปในประวัติศาสตร์ของมนุษย์โลก การได้มาซึ่งอำนาจที่ต้องการ ซึ่งไม่ได้เกิดจากแก่นแท้ของจิตวิญญาณ ที่เกิดจากพลังความรักซึ่งเป็นพลังอำนาจในตนเองที่แท้จริงของมนุษย์แล้ว

    มนุษย์ที่ต้องการสร้างพลังอำนาจในตนเองได้อย่างยั่งยืนนััน มนุษย์ต้องรักษาความสมดุลของตนเองไว้ร่วมกับสรรพสิ่งอื่นไว้เสมอ การที่มนุษย์ได้มาซึ่งอำนาจที่เหนือกว่า แล้วเบียดเบียนกดขี่ข่มเหงคนอื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจที่ตนต้องการ ทำให้ก่อการเสียสมดุลของระบบเดียวกัน เช่น การรุกราน การฆ่าล้างเผ่าพันธ์ เพื่อให้เกิดการจำใจยอม การต้องตกอยู่ใต้อำนาจผู้อื่นโดยกดบังคับข่มเหง เป็นการกระทำผิดกฎจักรวาล ก่อให้เกิดการเสียสมดุลของระบบ เช่น การกระทำของนาซีฮิตเลอร์ พลพต (เขมรแดง) หรือแม้กระทั่งการเข้าไปรุกรานเมืองอื่น หรือผู้ทีอำนาจในเมืองนั้น ๆ ทำร้ายประชาชนของตนเองโดยไม่ชอบธรรม ซึ่งถือว่าเป็นการทำลายก่อให้เกิดการเสียสมดุลของระบบขึ้น

    ด้วยศาสตร์ของจักรวาลแล้ว ทุกสรรพสิ่งสามารถจะพัฒนายกระดับตนเองจากภาวะการเสียสมดุล สู่สิ่งที่เหนือกว่าเพื่อสร้างความสมดุลใหม่ของระบบนั้นเสมอ เช่นเชื้อโรคร้ายทุกชนิดที่ถูกมนุษย์ทำร้ายหรือทำลายจนเสียสมดุลของระบบไป มันจะสามารถยกระดับด้วยการพัฒนาตนเอง ให้มีอำนาจตัานทานยาหรือเคมีที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้นที่เคยทำลายหรือหยุดยั้งการเติบโตของมันได้ ด้วยการกลายพันธ์หรือสร้างพลังอำนาจใหม่คุ้มกันตนเองจนเกิดเป็นอาการดื้อยาหรือเกิดเชื้อโรคภายในใหม่ได้เสมอ ทั้งบทเรียนของตั๊กแตนปาทังก้าที่มนุษย์เคยปราบด้วยสารเคมีในนาข้าว มันสามารถพัฒนาตนเองให้สามารถต้านทานสารเคมีตัวเดิมได้อย่างน่าทึ่ง

    จากประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติจากการทำกดขี่ข่มเหงมนุษย์ด้วยกันทั้งในประเทศตนเอง หรือรุกรานไปประเทศอื่น ๆ สักวันหนึ่งกลุ่มผู้ที่ใช้อำนาจในทางที่ผิดจะต้องอยู่ในความพ่ายแพ้ต่อกลุ่มหรือบุคคลอื่นที่รวมตัวกันหาทางเอาชัยชนะกลับคืนมาจากการทำลายความสมดุลของระบบ(จากการเบียดเบียนความกดขี่ข่มเหง ขาดสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาค) เพื่อทำให้ตนเองกลับคืนสู่ความสมดุลของระบบตนเองให้คงเดิมจงได้ (บทเรียนจากทุกประวัติศาสตร์ มักลงเอยจบเป็นเช่นนี้เสมอ)

    กฎของสรรพสิ่ง กฎของการกระทำ

    มนุษย์ทุกคนล้วนอยู่ภายใต้กฎเดียวกันไม่มีข้อยกเว้น....

    ทำเพื่อหน้าที่...ปกป้องอธิปไตย ถือเป็นความดี

    ทำเพื่อต้องการฆ่า....ถือเป็นบาปเวรกรรม

    ยกตัวอย่าง ในสงครามโลกครั้งที่ 2 พรรคนาซี อะด๊อฟฮิตเลอร์ ฆ่าล้างเผ่าพันธ์กลุ่มชาวยิว ให้ทุกข์ทรมานอดอยากหิวโหยนับล้านคน ทุกการ
    กระทำเป็นพลังงานกรรม คือ พลังงานบวกและลบ ที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของสำนึกมนุษย์เมื่อมีสิ่งเร้ามากระทบ ก่อให้เกิดความรู้สึก นึกคิด และอารมณ์ขึ้น พลังงานที่เกิดขึ้นนั้นแม้จะนำไปสู่การกระทำหรือการแสดงออกทางกายต่อบุคคลอื่นสิ่งอื่นที่เป็นเงื่อนไขหรือไม่ก็ตาม ถือว่าเป็นการเกิดกรรมนั้นๆ ขึ้นแล้ว

    พลังงานกรรมที่เกิดขึ้น จะแผ่ผ่านออกมาภายนอกร่างกายได้ ถ้าเป็นพลังกรรมด้านบวกมันจะสะสมและเคลื่อนไหลไปมาบนสนามแม่เหล็กของจักรวาลโลก เพื่อรอคอยการตอบสนองเป็นผลกรรมด้านบวกที่มนุษย์นั้นต้องเผชิญตามลำดับของผลกรรมที่ก่อไว้ แต่ถ้าเป็นพนักงานกรรมด้านลบ มันจะก่อตัวรวมกันเป็นกลุ่มลักษณะคล้ายเมฆหมอกสีดำ โดยมีพลังงานกรรมด้านบวกหรือการกระทำที่ถูกต้อง ในเรื่องนั้นๆ ที่มนุษย์ผู้เป็นเจ้าของมันไม่ได้กระทำแฝงเร้นอยู่ภายในใจกลางเมฆหมอกสีดำนั้น

    ยกตัวอย่าง กรณีประเทศอิสราเอล ระหว่างชาวยิวกับชาวปาเลสไตน์ ที่มีการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ชาวยิวในสงครามโลกครั้งที่ 2

    การมีกรรมเป็นเผ่าพันธ์ กฎของการกระทำย่อมมีแรงดึงดูดเข้าหากันและแรงผลักออกจากกันเสมอ

    ในการกระทำดีและกรรมชั่วแต่ละเรื่องนั้น
    การทำงานของใจ คือจิต จะเป็นตัวการและมีจิตใต้สำนึกของมนุษย์นั้นคอยทำหน้าที่เก็บรหัสข้อมูลหรือจดจำไว้ ไม่ว่าจะผ่านพ้นไปนานเพียงใด แม้จิตสำนึกของตนเองจะลืมเรื่องราวเหล่านั้นไปแล้ว แต่จิตใต้สำนึกไม่มีวันลืม ซึ่งรหัสข้อมูลทางพลังงานเหล่านี้ จิตวิญญาณผู้นั้นจะรับเอาไว้เป็นคุณสมบัติแห่งผลกรรมของตนทุกเรื่อง เมื่อร่างกายหรือเครื่องยนต์แห่งกรรมดับลง พลังงานกรรมดังกล่าวจึงถูกเชื่อมโยงไว้กับมนุษย์นั้นในทุกภพชาติ

    การมีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ เหตุใดประเทศอิสราเอล จึงต้องมีการแบ่งแยกเผ่าพันธ์และชาวปาเลสไตน์ต้องอดอยากทุกข์ทรมานหิวโหย ข้อกล่าวหาว่าชาวยิวต้องการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ สิ่งใดจึงดึงดูดให้กระทำตอบสนองต่อกันจนไม่อาจเป็นหนึ่งเดียวกันได้

    เมื่อพิจารณาถึงกฎการกระทำและกฎแห่งแรงดึงดูดทางพลังงานกรรม หากเป็นเช่นนั้นจริงระหว่างเหตุการณ์การฆ่าล้างเผาพันธ์ชาวยิวในสงครามโลกครั้งที่ 2 กับสถานการณ์ระหว่างยิวและปาเลสไตน์ประเทศอิสราเอล ในปัจจุบันนี้

    การอดทน อดกลั้น ให้อภัย การกระทำตามหลักกฎสากลจักรวาลของสรรพสิ่ง ช่วยทำให้เราไม่ต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันชดใช้ ชาติที่แล้วเราทำเขา ชาตินี้เขาทำเรา เกิดใหม่ชาติหน้าต่างผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันกระทำต่อกัน คงรับผลการกระทำและทุกข์ทรมานไม่จบสิ้น ถ้าท่านเป็นชาวยิวและชาวปาเลสไตน์ จะตัดสินใจเช่นไร!!

    กฎของผลการกระทำของทุกสรรพสิ่ง กล่าวไว้ว่า ...การที่เราตีหัวหมากด่าแม่เจ๊กในชาตินี้ หากเรากลับมาเกิดใหม่ภพชาติต่อไป ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเกิดเป็นเจ๊กหรือเป็นหมา ให้ถูกเรากระทำไม่ถูกต้องเหล่านั้น มีโอกาสจะทำต่อต่อเราบ้าง แต่การเผชิญผลกรรมนั้นก็คือ การที่เรากลับเข้าสู่เงื่อนไขสถานการณ์แบบเดิมอีกครั้ง เพื่อให้ตัวเราได้มีโอกาสแก้ตัว ด้วยการคิดตัดสินใจใหม่ว่า เราจะตีหัวหมาด่าแม่เจ๊กอีกหรือไม่!

    เมฆหมอกสีดำของพลังงานกรรมด้านลบ คือคุณสมบัติของสถานการณ์ที่เป็นเงื่อนไขเดิมที่เราต้องฝ่าฟันมันเข้าไปให้ถึงใจกลาง มีคำตอบที่ถูกต้องในการตัดสินใจเร้นอยู่ข้างใน อันเป็นรหัสบุพกรรมของเราในชาติก่อน กลายมาเป็นเงื่อนไขใหม่ในชาติใหม่ดังกล่าว การเผชิญสถานการณ์แบบเดิม ก็คือการที่เราก้าวเข้าไปในเมฆหมอกสีดำนั้น ถ้าเราตัดสินใจใหม่ได้อย่างถูกต้อง ก็เท่ากับว่าเราเดินฝ่าเข้าไปในตรงจุดศูนย์กลางของเมฆหมอกสีดำนั้น เพื่อสัมผัสกับพลังงานด้านบวกที่เร้นอยู่ วิธีที่มนุษย์สัมผัสมันได้จากการตัดสินใจครั้งใหม่ที่ถูกต้อง เมฆหมอกสีดำนั้นจะสลายหายวับไปทันที กรรมนั้นก็ถือสิ้นสุดถือเป็นหมดกรรม เพราะพลังงานด้านลบถูกทำให้เป็นกลางหมดสิ้นแล้ว

    ถ้ามนุษย์ยังตัดสินใจผิดอีกครั้ง กรรมนั้นก็คงยังอยู่ถือว่าเป็นการสอบตกซ้ำชั้น จะต้องกลับสู่การเกิดใหม่เพื่อหาหนทางกำจัดมันให้ได้และภพชาติต่อไปอยู่อย่างนั้น ไม่ว่าจะอีกกี่ภพกี่ชาติก็ตาม

    การชำระโลกครั้งที่ 4

    สาเหตุการชำระ ไม่สามารถสั่นสะเทือนจิตสำนึกด้านบวกเป็นความรักความเมตตาต่อกันเพื่อแบ่งปันความรักโลกได้ โลกเสียสมดุลในมิติทางพลังงาน เพราะได้รับพลังงานใหม่ด้านบวกจากจิตใจมนุษย์ไม่เพียงพอ เนื่องจากมนุษย์ขาดสติและไร้สำนึกทางจิตวิญญาณ การเสียสมดุลในมิติทางกายภาพโลกเต็มไปด้วยขยะรกโลก สอบตกในบทเรียนการเป็นหนึ่งเดียวกัน และป่วยทางจิตวิญญาณและถ้าหากธรรมะไม่อาจเยียวยาได้อีกต่อไปแล้ว

    พุทธทํานายกับพุทธพยากรณ์แตกต่างกันอย่างไร

    พุทธพยากรณ์ก็คือเมื่อได้พยากรณ์แล้ว ก็คือการเกิดขึ้นจริงหนึ่งเดียวไม่มีสอง

    พุทธทำนาย ก็คือการมองเห็นอนาคตจากสิ่งปัจจุบันที่กำลังเกิดขึ้น เช่น การมองเห็นว่าทางมี 2 ทาง ทางหนึ่งปลายทางคือข้าวสาร อีกทางหนึ่งคือเหวลึก ถ้าปล่อยหนูออกจากกรง ทางที่หนูเลือกเดินซ้าย หรือ ขวา คือสิ่งที่หนูตัวนั้นจะต้องพบเจอแน่ ๆ ในทางที่เลือกตัดสินใจเดิน

    การชำระโลกครั้งที่ 4 ก็เช่นเดียวกัน หากมนุษย์ชาติพาโลกเดินทางไปถึงจุดนั้นจริง ๆ ปลายทางก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นจากผลปัจจุบัน หากไม่มีการแก้ไข

    การที่โลกพลิกคว่ำ ตีลังกา

    การที่โลกยังคงต้องเผชิญภัยพิบัติที่ยังไม่ใช่หายนะครั้งสุดท้าย เพราะโลกยังมีมนุษย์ที่มีจิตวิญญาณด้านบวกที่เกื้อกูลต่อโลกอยู่ ตราบใดที่พลังงานโลกยังไม่เข้าขั้นวิกฤติ มนุษย์ก็ยังดำรงกับภัยธรรมชาติอยู่แบบนี้เรื่อย ๆ ไป หนักบ้าง เบาบ้าง แล้วแต่การปรับสมดุลพลังงานของโลก

    หากมนุษย์ต้องการเปลี่ยนแปลง ต้องปรับเปลี่ยนที่จิตสำนึกหันมาเป็นหนึ่งเดียวกัน เมื่อมนุษย์เปลี่ยนแปลงโลกจะค่อย ๆ ปรับไปตามการเปลี่ยนแปลงนั้น

    ท้ายที่สุดนี้เรื่องราวทั้งหมดนี้จะเป็นประโยชน์แก่ชนรุ่นหลังต่อ ๆ ไป ตราบใดที่มนุษยชาติยังคงร่วมแรงร่วมใจรักษ์โลก มีความรักและเมตตาปรารถนาดีต่อกัน ร่วมกันสร้างสันติภาพและสันติสุขในการอยู่ร่วมกัน นำประวัติศาสตร์มาเป็นบทเรียน ถ้ามนุษย์ยังอยู่ร่วมกันกับโลกด้วยดี ไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ มาทำให้โลกต้องเกิดวิกฤติการณ์อันใหญ่หลวง โลกก็ดำรงอยู่ไปตามเหตุปัจจัย จนถึงที่สุดสิ้นพุทธกาลเมื่อถึงกาลเวลานั้น ชนมนุษย์หมู่ใดที่ชอบการเข่นฆ่าทำลายล้างกัน อาจส่งผลให้ได้ไปเกิดในยุคทุกข์เข็นในยุคนั้น จากมนุษย์ที่ขาดคุณธรรม ศีลธรรม ใจร้ายโหดเหี้ยมอำมหิต การชำระล้างโลกใหม่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง

    ด้วยความปราถนาดี....
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 สิงหาคม 2025
  13. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,455
    ค่าพลัง:
    +3,220
    มองดูสถานการณ์โลก สถานการณ์การณ์บ้านหนองจาน ประเทศไทย

    ธรณีกรรแสง เสียงร้องเรียก!!ที่ไม่มีใครได้ยิน

    ยามใดที่โลกรับรู้ เสียงคลื่นมวลอากาศที่มีความหนาแน่นสูง ยิ่งเสียงดัง ยิ่งรู้สึกวังเวง ในยามค่ำคืนอันดึกสงัดเสียง!เพลงธรณีการแสงบรรเลงแว่วมาไกล ๆ เหมือนจะเป็นการกล่อมบรรเลงให้กับโลกใบนี้ นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น!! ทุกอย่างกำลังเกิดขึ้นจริงเป็นสัญญาณทางพลังงานของโลกใบนี้

    หาก ณ เวลาใดถ้ามีใครที่รับสัญญาณนี้ได้ชัดเจน นี่เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าก่อนเกิดภัยพิบัติบนโลก เช่น เกิดแผ่นดินไหวที่ฟิลิปปินส์ ณ เวลานี้เป็นต้น และก็เหมือนกับภัยพิบัติต่าง ไป ที่ผ่านมาบนโลก



    แล้วเกี่ยวอะไรกับประเทศไทย !

    เกี่ยวค่ะ เพราะความอดทน อดกลั้น การให้อภัย เป็นพลังงานบวกสูงสุด ต่างมีผลตอบแทน



    ป้าหมายหลัก ปรารถนาจะให้แผ่นเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนา แผ่นนี้เคยเป็นแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ เป็นแผ่นดินที่รุ่งเรืองด้วยศิลปวัฒนธรรม อุดมด้วยศาสนาและรุ่งเรืองมาอย่างยาวนาน อีกทั้งผู้คนบนแผ่นดินล้วนมีจิตใจรักสงบเป็นที่สุด

    ตราบใดที่โลกยังมีผู้ที่จิตวิญญาณด้านบวกเกื้อกูลโลกมากเท่าใด ก็จะนำพาให้โลกพ้นภัยมากขึ้นเท่านั้น

    บ้านหนองจาน ถือเป็นเหตุการณ์ ๑ ในภัยพิบัติที่ประเทศไทยต้องเผชิญ!!


    ATTACH=full]6603998[/ATTACH]

    ปรากฎการณ์และมายาที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินจากการชำระโลกเกิดจากความผิดพลาดของคนบนแผ่นดินสยาม ถึงความผิดพลาดในการเดินชีวิตในระบบโลก และสภาพทางสังคม คือ

    1.การละทิ้งเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ แผ่นดินนี้เคยรุ่งเรืองทางธรรมะมาโดยตลอดแต่พอความเจริญทางวัตถุและเทคโนโลยีก้าวขึ้นมาต่างพากันละทิ้งความดีงามของตน

    2.จิตสำนึกด้านบวกบกพร่อง ตกเป็นทาสวัตถุและยอมให้อำนาจฝ่ายต่ำในจิตใจเข้าครอบงำ ความหวาดระแวงไม่ไว้วางใจกันเป็นจุดเริ่มต้นของการ
    กระทำที่ไม่ถูกต้องและทุกส่วนของสังคมนี้ มนุษย์นับถือศาสนาแต่ไม่เข้าใจอย่างแท้จริง ผู้คนส่วนใหญ่เข้าวัดปฏิบัติธรรมกันน้อยลง ขณะที่ตัวแทนศาสนาพาการทุศีล

    3.ขาดความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ มนุษย์ทุกคนที่เกิดมา หน้าที่อย่างหนึ่งคือการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกัน ความเป็นหนึ่งเดียวกันกับทุกๆสิ่งในระบบโลก เพื่อรักษาความสมดุลของระบบเอาไว้ให้ได้ แต่มนุษย์กลับทำลายชีวิตกัน ตัดฟันต้นไม้ทำลายชีวิตสัตว์ป่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมเสียสมดุล

    ความผิดพลาดทั้ง 3 ประการข้างต้น มันมีส่วนทำให้ระบบโลกบนแผ่นดินเสียสมดุลไปไม่น้อย


    กรณีสถานการณ์ชายแดนบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว

    เปิดดูไฟล์ 6604040

    หากดูแล้วมันเป็นความถูกต้องที่ไทยต้องทวงพื้นที่อธิปไตยคืน ไทยก็ทำถูกต้องแล้ว และมันก็ต้องเป็นเช่นนั้น การปฏิบัติการต่าง ๆ ประเทศไทยพยายามวางแผนที่คำนึงผลด้านสิทธิมนุษยธรรม และความเห็นจากประชาคมโลกให้มากที่สุด เพื่อให้เป็นการยอมรับจากประเทศทั่วโลก เท่าที่ jityim ฟังรายการต่าง ๆ ที่ประเทศไทยพยายามทุกวิถีทางในการจัดการตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศให้ดีที่สุด



    ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง และได้รับการยอมรับจากความอดทน อดกลั้น นั้นแล้ว

    แต่ครั้งนี้สถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งมีผลการดำเนินการที่ต่อเรื่องมาจากสถานการณ์เดิมครั้งที่แล้ว เพื่อทำให้กัมพูชาหันมาดำเนินการทำให้ทั้งสองประเทศดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในอนาคต ประเทศไทยจึงต้องมีการบริหารจัดการเพื่อป้องกันการขัดแย้งที่จะเกิดในอนาคต โดยกรณีข้อพิพาทพื้นที่ จึงจำเป็นต้องจัดการเคลียร์พื้นที่พิพาทให้ถูกต้อง และมีแนวทางการทำรั้วป้องกันการพิพาทในอนาคต

    แต่กรณีบ้านหนองจาน อดีตเป็นค่ายผู้ลี้ภัย ที่จัดตั้งโดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เพื่อช่วยเหลือชาวกัมพูชาที่หนีภัยสงครามเมื่อประมาณ 40 ปีก่อน (ราวปีพ.ศ 2523 - 2527) ซึ่งต่อมาค่ายถูกปิดและผู้คนอพยพออกไป แต่มีชาวกัมพูชาบางส่วนยังคงยึดถือและเข้าอยู่อาศัยและพื้นที่ดีอีกครั้งหรือไม่อพยพกลับไป ทำให้เกิดปัญหาการบุกรุกพื้นที่ นอกจากนี้อาจเป็นจุดยุทธศาสตร์ลักลอบค้าของเถื่อนข้ามแดนผิดกฎหมายมานานกว่า 40 ปีและยังเป็นแหล่งผลประโยชน์มหาศาลของกลุ่มผู้มีอิทธิพลและเครือข่ายขบวนการลักลอบค้าของเถื่อน

    จำนวนหลังคาเรือนที่ชาวกัมพูชาบุกรุกมีประมาณ 130-170 หลังคาเรือน ถ้าเป็นจุดยุทธศาสตร์การลักลอบค้าของเถื่อนและมีการข้ามแดนผิดกฎหมาย ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ไม่ถูกกฎหมายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นแหล่งผลประโยชน์ ถ้าหากในกรณีชาวกัมพูชาเข้ามาอยู่อาศัยเป็นลักษณะของการตั้งถิ่นฐานยังไม่ถูกกฎหมายเพื่อทำกิน ในพื้นที่ข้อพิพาทได้ยังเกี่ยวข้องกับการค้าที่ผิดกฎหมายในบริเวณชายแดน

    ประเทศไทยได้ได้ทำการทวงคืนพื้นที่บ้านหนองจานตามหลักอธิปไตยของชาติ โดยไม่ขัดหลักต่อมมนุษยธรรม

    1 ประเทศไทยพยายามดำเนินการเจรจาทางการทูตและกลไกทวิภาคี

    2. ประเทศไทยได้ดำเนินการหลักตามกฎหมาย โดยการประกาศและแจ้งเตือนล่วงหน้า การให้เวลาและทางเลือกในการอพยพแล้ว

    3 เพื่อให้การทวงคืนพื้นที่ไม่ขัดหลักมนุษยธรรม ต้องให้ความสำคัญกับความไปอยู่ที่ดีของผู้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง

    การแยกแยะผู้บุกรุกกับผู้ลี้ภัย แยกแยะให้ชัดเจนระหว่างผู้ที่เข้ามาบุกรุกพื้นที่ทำกิน ผู้ที่มีสถานะเป็นผู้ลี้ภัยจริง (ซึ่งในกรณีนี้คือผู้บุกรุกที่ไม่มีสิทธิในอาศัยในราชอาณาจักรไทย)

    การอำนวยความสะดวกในการกลับประเทศ ประสานงานกับรัฐบาลกัมพูชาองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง และองค์กรเอกชนด้านมนุษยธรรธรรม เพื่อจะทำแผนการส่งกลับประเทศต้นทาง หรือย้ายถิ่นฐานอย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี เช่นการจัดหาอาหารและน้ำ การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

    การหลีกเลี่ยงใช้ความรุนแรง หลีกเลี่ยงใช้กำลังพลทหารหรือความรุนแรงในการผลักดัน อาจจำเป็นต้องใช้กำลังคนใช้ระดับที่น้อยที่สุดแล้วเหมาะสมตามสถานการณ์ มุ่งเน้นการรักษาความสงบเรียบร้อย

    ถ้าหากสถานการณ์จะมีความรุนแรงขึ้นจนถึงขั้นที่ประชาชนกัมพูชาชื่อผู้บุกรุกใช้กำลังติดอาวุธต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารไทยในพื้นที่บ้านหนองจาน

    ประเทศไทยควรปฏิบัติตามยึดหลัก 3 ประการก็คือปกป้องอธิปไตยใช้กำลังตามกฎหมายและหลักสัดส่วนภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

    ยืนยันอธิปไตยเหลือดินแดน ไทยมีสิทธิอันชอบธรรมตามกฎหมายระหว่างประเทศที่ใช้มาตรการจำเป็นรักษาที่ประกาศและความมั่นคงในพื้นที่ของตน

    ถือว่าเป็นการทำที่ผิดกฎหมาย การใช้กำลังติดอาวุธต่อสู้เจ้าหน้าที่รัฐถือเป็นการก่ออาชญากรรมร้ายแรงและเป็นที่ผิดทางกฎหมายทั้งในประเทศและหลักสากล

    การใช้กำลังตามหลักสากล เจ้าหน้าที่ไทยปฏิบัติตามการรักษากฎหมายไม่ใช่การทำสงคราม และการใช้หลักเกณฑ์สากลในการใช้กำลัง

    หลักความจำเป็น การใช้กำลังต้องเกิดขึ้นเมื่อจำเป็นอย่างยิ่งยวดเท่านั้น เพื่อปกป้องชีวิตของเจ้าหน้าที่หรือพลเรือนจากภัยคุกคามที่ใกล้จะถึง

    หลักสัดส่วน การใช้กำลังต้องเผชิญมนุษย์จะเป็นในการระงับเหตุการณ์และการจับกุม


    ประเทศไทยมีเป้าหมายสูงสุดการจัดการปัญหาข้อพิพาทบ้านหนองจานคือ การทำนองไว้ซึ่งอธิปไตยของชาติโดยไร้ความขัดแย้ง และเสริมสร้างมิตรภาพยั่งยืนกับประเทศเพื่อนบ้าน

    กลยุทธ์ที่ดีที่สุดในสถานการณ์นี้คือการผสมผสานระหว่างการใช้กฎหมายสากลและการทูตที่สร้างสรรค์

    1 กลยุทธ์ "เจิ้งเหอ" (การแผ่อิทธิพลด้วยสันติและประโยชน์ร่วมกัน) เน้นการให้ก่อนได้ และการสร้างความสัมพันธ์ผ่านผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจแทนใช้กำลังทหาร

    เปลี่ยนพื้นที่พิพาทเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษร่วม เสนอให้พื้นที่บ้านหนองจานและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นเขตเศรษฐกิจที่ดูแลร่วมกันหรือเสนอให้กัมพูชาจัดสรรพื้นที่ฝั่งตนเองที่ติดกับชายแดนเป็นเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษร่วม

    เงื่อนไขโดยมีเงื่อนไข แลกกับการที่ชาวกีมพูชาที่บุกรุกในบ้านหนองจานยอมย้ายไปอยู่ในเขตพื้นที่พิเศษเศรษฐกิจร่วมฝั่งกัมพูชา โดยไทยให้ความช่วยเหลือด้านการก่อสร้างสถานอุปโภคขั้นพื้นฐานน้ำไฟถนนโรงเรียน และให้สิทธิพิเศษในการเข้าถึงตลาดไทยและหรือการค้าชายแดน

    การลงทุนเพื่อย้ายถิ่นฐานยังมีศักดิ์ศรี จัดตั้งกองทุนพิเศษเพื่อช่วยให้ชาวกัมพูชาแยกออกไปมีเงินทุนตั้งตัว มีที่อยู่ที่อาศัยที่เหมาะสม และสามารถเข้าถึงการจ้างงานอย่างถูกกฎหมายได้ นี่คือแก้ปัญหาด้วยการซื้อความสงบสุขอย่างมีเหตุผล


    กลยุทธ์การให้ความมั่นคงทางมนุษย์

    เชื้อเชิญองค์กรระหว่างประเทศด้านการอพยพและมนุษยธรรมให้เข้ามามีบทบาทในการประเมินและช่วยเหลือชาวกัมพูชาอยู่ในพื้นที่ เปลี่ยนเป็นสถานะผู้พลัดถิ่นชั่วคราว แก่ผู้ที่ยอมย้ายออกจากพื้นที่พิพาทโดยสมัครใจ กลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดคือการใช้กฎหมายสากลเพื่อยืนยันสิทธิอธิปไตยของไทยและการใช้อำนาจทางเศรษฐกิจและทางการทูตที่ชาญฉลาด เพื่อ"ซื้อ"ทางออกด้านมนุษยธรรมแก่ชาวกัมพูชาที่บุกรุก ซึ่งเป็นทางเดียวที่รับทั้งดินแดนคืน(อธิปไตย)และมิตรภาพ(ผลประโยชน์ร่วมกัน) โดยไม่เกิดการปะทะด้วยอาวุธ



    ปรากฏการณ์และมายาจะเกิดขึ้นบนแผ่นดินจากเหตุการณ์ชำระระบบโลก และนี่ก็คือหนึ่งในสิ่งที่เป็นปรากฏการณ์มายาที่เกิดขึ้น เหตุการณ์นั้นก็คือ การขาดแคลนอาหารและน้ำดื่มน้ำยารักษาโรคจากภัยธรรมชาติ และจากมนุษย์แผ่นดินอื่นเดินทางเข้ามาพึ่งพาเป็นจำนวนมาก จะเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในแผ่นดินสยาม

    ปรากฏการณ์และมายาที่จะเกิดขึ้นบนแผ่นดินสยาม

    ทั่วทุกภาคของประเทศได้รับเข้าไปจากน้ำท่วมใหญ่ๆแม้ที่ไม่เคยท่วม

    เมืองใหญ่จะต้องไปชนกับปัญหาภัยน้ำท่วมติดต่อกันยาวนานกว่าเดิมจนต้องเผชิญกับปัญหาอื่นที่สร้างความทุกข์ยากซับซ้อน

    แผ่นดินชายฝั่งทะเลจะต้องเจอกับพายุรุนแรงและน้ำท่วมผิดปกติและคลื่นยักษ์

    ภาคเหนือภาคกลางภาคใต้บางส่วนจะเกิดแผ่นดินไหวให้ตื่นตกใจเมื่อครั้งอดีต

    เส้นทางน้ำป่าจากภูเขาจะเปลี่ยนทิศทางเข้าสู่เมืองใหญ่บางแห่ง

    สถานที่เคยทำเกษตรได้จะถูกเปลี่ยนย้ายไปยังที่ใหม่ที่ไม่เคยทำได้ผลมาก่อน

    นี้เป็นเรื่องราวของธรรมชาติแวดล้อม ที่ถูกกำหนดให้มันเกิดขึ้น ซึ่งมันเปลี่ยนแปลงได้ด้วยจิตสำนึกด้านบวก

    ประเทศไทยจะตัดสินใจดียังไงดีเมื่อต้องเผชิญกับปรากฏการณ์มายาที่เกิดขึ้นจากการชำระโลก


    เป้าหมายหลักคือ ปรารถนาจะให้แผ่นดินนี้ เป็นศูนย์กลางของสิทยาศาสตร์ทางจิต ที่รวบรวมไว้ด้วยจิตวิญญาณมนุษย์ ที่ผู้คนบนแผ่นดินล้วนมีจิตใจรักสงบเป็นที่สุด เคยชินกับอารมณ์รักที่บริสุทธิ์ ด้วยพลังงานความรักที่ต่างเหนี่ยวรั้งซึ่งกันและกันจนยากที่แลาแบบอย่างเช่นนี้ได้จากแผ่นดินไหนได้ง่าย ๆ

    เพื่อพิจารณาค่ะ แล้วแต่ผู้เกี่ยวข้องจะเห็นว่าข้อความใดสมควรจะหยิบนำไปใช้ เพราะข้อมูลข้างต้นเหล่านี้ ปรับแต่งเอง ไม่เป็นไปตามที่ jityim ต้องการเรียบเรียงที่จะให้เป็นไป เข่นการใช้เน้นข้อความสำคัญหนา บางด้วยสีต่าง ๆ แต่กลับไม่ปรากฎ ข้อความที่ลบไปก่อนหน้ากลับมีอยู่ ไม่ทำการลบให้ และที่แน่ใจคือ ข้อความเปลี่ยนแปลงล่าสุด เรื่องความอดทนมีผลตอบแทน ใส่ข้อความล่าสุดกลับปรากฎคงเอาไว้ ข้อความอื่น ๆ กลับหายไปหมด และนำข้อความที่ลบไปก่อนหน้าปรากฎขึ้นมาแทน ทุกข้อความจะเชื่อมโยงปรับลดเองอัตโนมัติ ที่ทุกครั้งที่ตนเองออกจากกระทู้ไปนอกระบบเพื่อนำข้อมูลมาประกอบ ได้ข้อความล่าสุดตามนี้ ตอนแรกว่าจะเลิกทำ เพราะทำไปก็ไม่ กลับปรากฎข้อความที่ไม่ต้องการก่อนหน้ามาแทน ลบออกกี่รอบ ๆ ก็ปรากฎข้อมูลตามนี้

    สรุปว่า โพสต์นี้ทุกบรรทัดข้อความ ไมได้เป็นไปตามความจงใจของ jityim ที่ต้องการให้เป็นไป ทุกประโยคที่เห็นจัดสรรออกมาเอง jityim ก็เอาตามที่ปรากฎให้เห็น เอาเป็นว่าตนเองเป็นเพียงแค่ดูคำให้ถูกต้องเท่านั้นค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 ตุลาคม 2025
  14. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,455
    ค่าพลัง:
    +3,220
    วิกฤติการณ์หาดใหญ่ ส่งสัญญาณถึง...ไทย

    เปิดดูไฟล์ 6618238

    เปิดดูไฟล์ 6618239


    น้ำท่วมหาดใหญ่กำลังบอกอะไรแก่คนไทย

    ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาคลื่นมวลอากาศมีพลังมวลอากาศมีความหนาแน่นสูง พร้อมกับการขยับตัวของธรณีใต้พิภพ ณ เวลาไหนที่มนุษย์รับรู้ได้อย่างชัดเจน ภัยพิบัติทั่วโลกก็จะรุนแรงไปด้วย


    ณ เวลานี้ มีใครได้รับรู้คลื่นเสียง "ธรณีกรรแสง" กันบ้างไหมคะ แต่เดิมได้ยินเฉพาะตื่นขึ้นมากลางดึกสงัด แต่..ณ เวลานี้ได้ยินตลอดเวลา เมื่อจิตสงบ

    สถานการณ์สงครามระหว่างประเทศต่าง ๆ ก็ลดลงและเบาบางลงแล้ว แต่ทำไม ภัยธรรมชาติไม่ลดลง ดูเหมือนจะเกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ อีกหนึ่ง สาเหตุที่สำคัญนั่นก็คือ การชำระล้างพลังงานของโลก

    การที่โลกยกกำลังยกระดับพลังงานให้สูงขึ้น เนื่องจากการเสื่อมถอยตามวัฏจักรของโลกแล้ว ระดับจิตวิญญาณของมนุษย์ ก็เป็นไปสอดคล้องกับสภาวะความเสื่อมทางกายภาพของโลก คือ ภัย"การคลั่งวัตถุนิยม" ที่มนุษย์สร้างขึ้นทำลายความสมดุลของระบบโลก การทำลายระบบนิเวศน์ไม่บันยะบันยัง การแสวงหาเทคโนโลยีความสะดวกสบาย เป็นการเพิ่มจำนวนน้ำหนักมวลขยะขึ้นบนผิวโลกแล้ว ยังเป็นลดน้ำหนักมวลของสรรพสิ่งในส่วนของ"เนื้อโลก"ไปพร้อม ๆ กันไปด้วย อัตราการเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองของดาวเคราะห์โลก ในปลายยุคพลังงานเก่าก่อนการชำระโลกนั้น เป็นอัตราเร็วของการเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองที่จัดว่า ช้าที่สุด ซึ่งมันจะเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองด้วยอัตราเร็วที่ช้าไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว มิเช่นนั้นดาวเคราะห์โลกดวงนี้จะเสียสมดุลไปทั้งระบบทันที เพราะแรงดึงดูดหรือแรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์โลก จะต่ำกว่าระดับค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่ได้ ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นก็คือ ดาวเคราะห์โลกจะไม่อาจยึดรั้งสรรพสิ่งต่างๆให้เป็นหนึ่งเดียวกับตนเองเอาไว้ได้อีกต่อไป


    ปรากฎการณ์" วิกฤติที่หาดใหญ่"

    เมื่อดาวเคราะห์โลกดวงนี้ เหวี่ยงหมุนรอบตัวเองช้าลงกว่าพิกัดที่กำหนด ทำให้เกิดอาการแกว่งหรือส่ายไปมาขนาดหมุนรอบตัวเอง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการแกว่งหรือสายนี้ก็คือ ทำให้ฤดูกาลหมายถึงภูมิอากาศ ดินฟ้าอากาศเกิดการวิปริตเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม หนึ่งในนั้นก็คือปรากฏการณ์ของ "ฝนระเบิด" ที่ไม่อาจสามารถพยากรณ์อากาศล่วงหน้าได้

    สถานการณ์ "หาดใหญ่" กำลังเป็นโมเดลให้ประเทศไทย เริ่มตื่นตัวในการรับมือกับภัยพิบัติที่รุนแรงไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ และนี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ถ้าพลังงานของโลกยังต้องพึ่งพาการปรับพลังงานให้สมดุลจากนอกระบบโลกอยู่ ตราบใดที่มนุษย์บนโลกนี้ยังไม่สามารถช่วยเหลือดาวเคราะห์โลกนี้ได้

    "ฝนระเบิด"ที่หาดใหญ่



    ไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้นโดยบังเอิญ จำพายุ"คัลแมกี" ได้ไหม! ที่ถล่มฟิลิปินส์ และเวียดนามเสียหายอย่างหนัก และทิศทางพายุจะต้องพัดเข้าประเทศเต็ม ๆ ไป แต่แล้วจู่ ๆ ก็หักเหเข้ากัมพูชาอย่างรุนแรง สร้างความเสียหายหลายพื้นที่ ในเดือนพฤศจิกายน 2568 ขณะที่ไทยรอดพ้นพายุรุนแรงที่สุดในเอเซียในปีนี้ (ดั่งที่เคยกล่าวไว้ว่า ความอดทน อดกลั้น ให้อภัย มีผลตอบแทน แต่ไม่พ้นพลังงานกรรมมวลรวมของประเทศ) ที่เคยลงโพสต์ไว้ก่อนหน้านี้


    การที่เรารอดจากภัยพิบัติฉุกเฉิน อย่างพายุ
    "คัลแนกี" ในข่วงการส่งพลังงานที่เข้มข้นเข้าในระบบโลกในช่วงที่ผ่านมานับตั้งแต่การเกิด "คลาส"หรือ วันพระจันทร์ดับในช่วงที่ผ่านมา ไทยเราไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงเกินไปเหมือน
    ฟิลิปินส์ เวียดนาม แต่เราหลีกหนีการชำระล้างพลังงานตามมวลกรรมของประเทศไม่ได้ แต่ละประเทศจะต้องเผชิญกับสถานการณ์แตกต่างกันไปตามพลังมวลกรรมของแต่ละประเทศนั้น ๆ


    วาระกรรมของประเทศไทย คืออะไร? ทำไมจึงถูกน้ำทำลายล้างตามคำสอนของพระพุทธเจ้า และทำไมต้องเกิดที่สงขลา อ.หาดใหญ่ เพื่อให้เราตระหนัก "โมเดล" ที่ต้องเตรียมพร้อมกับการรับมือในครั้งต่อ ๆ ไป นี่อาจจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ตราบใดที่คนไทยยังไม่สามารถร่วมแรงร่วมใจกันช่วยเหลือค้ำจุนโลกทั้งทางด้านกายภาพของโลก และทางระดับจิตวิญญาณ

    ทางกายภาพของโลก คือ การเพิ่มขยะรกโลก
    ทางวัตถุและเทคโนโลยีต่าง ๆ อาคาร บ้านเรือนติดตั้งขวางทางน้ำ และการดูดซับ ขุดคุ้ยทรัพยากรธรรมชาติแร่ธาตุต่างๆ ที่ทำให้ลดน้ำหนักมวลของสรรพสิ่งในส่วนของเนื้อโลก เป็นต้น

    ส่วนทางด้านจิตวิญญาณ ทำหน้าที่ผลิตประจุไฟฟ้าบวกป้อนให้แก่ดาวเคราะห์โลกของตนไม่ได้ เพราะหลงยึดติดตัวตนและมายาในมิติทางกายภาพของสรรพสิ่ง โดยคิดเข้าใจว่าเป็นตัวตนรูปลักษณ์ที่แท้จริง ก็เท่ากับว่ามนุษย์ได้เพิ่มมวลของสรรพสิ่งที่เป็นขยะรกโลก

    สรรพสิ่งใดที่ให้ประจุบวกแก่โลกไม่ได้แล้ว มิหนำซ้ำยังให้ประจุลบที่โลกไม่ต้องการอีกต่างหาก สรรพสิ่งดังกล่าวนั้นจึงเป็นเพียง"ขยะที่รกโลก"

    การชำระล้าง "พอลลูชั่น" มลพิษทางอากาศ มลภาวะที่มัวหมองใด ๆ แม้กระทั่ง"คลื่นพลังงานลบ"จากจิตใจของมนุษย์ถูกปลดปล่อยกระแสพลังงานลบออกมาที่ล่องลอยเคลื่อนไหลไปตามสนามพลังงานแม่เหล็กโลกที่เป็น"ขยะรกโลก" ก็จะถูกชำระล้างไปด้วย

    แม้แต่กรุงเทพมหานคร หากเข้าข่ายเป็นเมืองที่สร้างขยะรกโลก "พอลลูชั่น" มลพิษทางอากาศและมลพิษทางจิตใจที่หลงไหลกิเลสตัณหาในจิตใจ หลงลืมคุณงามความดีคุณธรรม ศีลธรรมประจำใจ คลื่นกระแสพลังงานลบจำนวนมากมายที่แต่ละคนสร้างและปลดปล่อยออกมา ถ้าหากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงจิตสำนึก คำตักเตือนและทำนายของผู้ทรงคุณทั้งหลาย ที่เคยมีกล่าวเอาไว้ ฝนจะตก 7 วัน 7 คืน น้ำจะท่วมถึงตึก 4 ชั้น ก็อาจจะเป็นจริงได้สักวัน โมเดลเมืองหาดใหญ่ คือสัญญาณส่งคำเตือน "การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติขนาดใหญ่ที่มันจะเกิดขึ้นมาได้อีกเสมอ ๆ หากกับวิกฤติโลกร้อนที่ยังแก้ไขกันไม่ได้ วิกฤติการณ์หาดใหญ่ กำลังส่งสัญญาณเตือนให้กับประเทศใด ๆ ที่ไม่คอยเตรียมพร้อมรับมือเพราะมีความมั่นใจว่า"เอาอยู่" ไม่ว่าจะสาเหตุใด ๆ ก็ตามที่ผ่านมาประสบภัยน้อยมาก ใครหลาย ๆ คนก็อาจคิดไม่ถึงว่า อ.หาดใหญ่สงขลา จะมาถึงจุดนี้ได้ ในท่ามบรรยากาศมืดมิดและเสียงร้องระงมขอความช่วยเหลือ





    กรุงเทพมหานครมีโอกาสเกิดอุทกภัยใหญ่ไหม!!

    กรุงเทพกับหาดใหญ่ มีเงื่อนไขและปัจจัยที่แตกต่างกันทั้งภูมิประเทศและการจัดการน้ำของกรุงเทพฯไม่เหมือนกับหาดใหญ่โดยสิ้นเชิง

    ซึ่งหาดใหญ่เป็นแอ่งกระทะรับน้ำจากภูเขาสูง 3 ทิศทางและรวมกันเข้าสู่ตัวเมืองอย่างรวดเร็ว การระบายน้ำก็เป็นคอขวด เกิดฝนระเบิดในพื้นที่น้ำท่วมเฉียบพลัน

    กรุงเทพถึงแม้จะมีพื้นที่แตกต่างจากหาดใหญ่ และการจัดการน้ำอย่างสิ้นเชิง แต่โอกาสที่เกิดขึ้นก็ยังมีอยู่ ถ้าน้ำเหนือปริมาณมาก+ น้ำทะเลหนุน + ฝนระเบิดปริมาณมากในพื้นที่อย่างฉับพลัน

    ประเทศไทยต้องเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ!!

    การเตรียม!! ที่ดีที่สุด คือ การเตรียมตัวรับมือด้วยศีล 5 ศีลธรรม คุณธรรม โดยเฉพาะผู้นำของประเทศเป็นหัวใจสำคัญในการนำทางประเทศให้รอดพ้นภัย เป็นสิ่งที่ผู้นำทุกท่านต้องตระหนัก ตามพระราชดำรัสว่า

    ในบ้านเมืองมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด ทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จริงไม่ใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้ได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้"

    ถ้าจะเปรียบเทียบแล้ว กับ พลังของความอดทน อดกลั้นในสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา มีผลต่อประเทศในการรอดพ้นภัยพิบัติใหญ่ ๆ การที่ผู้นำมีคุณธรรม ศีลธรรม ก็ส่งเสริมให้คนในชาติลดละอบายมุข ด้วยความโลภอยากได้ การโลภด้วยการคดโกงทุจริตเบาบางลง กระแสพลังงานความโลภที่เป็นมวลพลังงานกรรมของประเทศ ที่ยามใดคนมีความโลภมาก จะถูกทำลายล้างด้วยภัยก็คือ "น้ำ" ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ทรงตรัสไว้ อาจทำให้เราต้องประสบกับภัยพิบัติที่ไม่วิกฤติหนักหนาสาหัส เมื่อโลกต้องชำระล้างมวลขยะพลังงานที่รกโลก

    นี้เป็นเหตุผลที่จริงแท้ เมื่อโลกถูกยกระดับให้สูงขึ้น ด้วยการเพิ่มพลังอำนาจแม่เหล็กโลก การปรับย้ายแนวแกนแม่เหล็กโลกเหนือใต้ให้เบี่ยงเบนไปจากเดิมไม่เกิน 3องศา เพื่อวางโครงข่ายสนามแม่เหล็กโลกใหม่ให้มีความเหมาะสมยิ่งกว่าเดิม กลไกลบางอย่างของร่างกายแล้วจิตใจมนุษย์จะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม มนุษย์จะมีสติปัญญาสูงขึ้น อายุยืนยาวกว่าเดิม



    "ฝนระเบิด" ที่เกิดขึ้นเนื่องจากสภาวะโลกร้อนแล้ว การการชำระล้างทางพลังงาน ก็เป็นสาเหตุสำคัญ

    พลังงานจิตวิญญาณ เป็นกลไกทางไฟฟ้าล้วนถูกจัดวางให้ทำหน้าที่เชื่อมกับสนามแม่เหล็กโลกเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์กับจักรวาลในการนำผลึกการคิดรู้เชี่ยวชาญวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีในการขับเคลื่อนโลก และกลไกความรู้สร้างความเป็นอยู่ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ มนุษย์กับโลกกับทุกสรรพสิ่ง เป็นการกระทำในมิติคู่ขนานในการป้อนพลังงานที่โลกต้องการ ด้วยกลไกแห่งจิตสำนึกทุกคน ด้วยการนำพาจิตวิญญาณตัวเองผ่านการรู้แจ้งและการหยั่งรู้สู่การหลุดพ้น


    ความสมดุลด้านพลังงานของระบบดาวเคาระห์โลก วัดค่าแรงสั่นสะเทือนของจิตสำนึกดาวเคราะห์โลก และค่าพลังงานไฟฟ้าด้านบวก ซึ่งมีผลต่อคลื่นความถี่ของสนามแม่เหล็กโลก เช่นโลกหมุนรอบช้าลงจนอาจเอียงพลิกคว่ำได้ และโครงข่ายสนามแม่เหล็กโลกไม่อาจยกตัวสูงขึ้นประสานงานกับสนามพลังงานจักรวาลระดับที่เหมาะสม ยังไม่อาจป้องกันภัยจากอุกกาบาตและเคหะวัตถุนอกโลกซึ่งจะพุ่งชนเข้าสู่โลกให้ย่อยยับได้


    เมื่อพลังงานนอกระบบโลกส่งเข้ามาช่วยเหลือโลกให้ปรับพลังงานสมดุลขึ้น พลังงานที่ถูกส่งเข้ามามีคุณสมบัติเดียวกับจิตสำนึกด้านบวกของมนุษย์ การชำระล้างจึงเกิดขึ้น พลังงานใด ๆ ที่เป็นขยะรกโลกจึงทำถูกชำระออกออกไป กลายเป็นปรากฎการณ์ภัยต่าง ๆ ตามพลังงานมวลกรรมของประเทศนั้น (พลังงานใดที่มันเกิดขึ้นในโลกแล้ว ไม่อาจสูญหายไปได้ นอกจากมันจะแปรเปลี่ยนพลังงานไปเป็นสิ่งอื่น หมดเหตุปัจจัยมันก็สลายไป)

    จึงนำคำสื่อเตือนเพื่อการเตรียมตัวเตรียมใจ พร้อมรับกับภัยพิบัติเพื่อชำระล้างโลกอีกครั้งค่ะ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 ธันวาคม 2025
  15. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,455
    ค่าพลัง:
    +3,220
    ผู้นำมหาอำนาจโลกที่แท้จริง คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงมนุษยชาติ ให้พ้นจากภัยพิบัติทั้งปวง

    มองสถานการณ์ไทย -กัมพูชา

    สงครามระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นไปทั่วภูมิภาคและทั่วโลกนี้

    ขณะนี้..การช่วยเหลือมนุษยชาติให้พ้นภัยทุกข์ยากจากพิบัติภัยทั้งปวง โดยการเพิ่มพลังอำนาจแม่เหล็กให้แก่โลก

    เมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในโลก ข่าวสารที่จะทำคือการแจ้งข่าวสารแห่งสัจจะของจักรวาลว่าจะมีผลต่อโลกเช่นไร!! การทำหน้าที่จะไม่ง่ายถ้าไม่ปล่อยให้ใจวางและเป็นกลาง พื้นฐานส่วนตัวรับรู้ความจริงของสัจธรรม จะด้วยต้องเป็นฐานขัอมูลส่งต่อ และต้องใช้พลังมากถ้าไม่นิ่งจะถูกกดดันให้ล้มเลิก ไปต่อไม่ได้ ถ้าข้อมูลไม่เกิดประโยชน์ที่แท้จริง

    สัจจแห่งความจริงแล้ว จะต้องสื่อบอกว่าให้คิดถึงมนุษยธรรมและสันติภาพเป็นหลัก มนุษย์จะพากันรอดพ้นจากภัยทั้งปวง เมื่อ 2-3 วัน ก่อนจะลงโพสต์ไม่ได้เกิดอุปสรรคและความกดดันให้ล้มเลิกทำ เพราะอะไร ?

    เพราะข้อมูลที่ได้รับในช่วงจิตว่างไม่นำมาเป็นฐานในการสื่อต่อ แต่ใช้เหตุผลส่วนตนด้านมนุษยธรรม ที่ต้องไม่มองเพียงด้านเดียว คำว่าสัจธรรมในที่นี้หมายถึง ความสมดุลและหน้าที่ ที่ถูกต้อง+เหมาะสม+ดีงาม ทั้ง 3 ข้อ ทำงานร่วมกันจึงเป็นกฎแห่งการกระทำของสัจธรรมอย่างแท้จริง

    สถานการณ์ชายแดน กัมพูชา สิ่งที่ได้รับมาตอนจิตว่าง คือ ไทยกำลังจัดการเรื่องสแกมเมอร์ ที่เป็นบ่อนทำลายภัยคุกคามมนุษยชาติอีก 1 ภัย มิใช่แค่มองผิวเผินว่าไทยกำลังทำร้ายกัมพูชา ผู้นำกัมพูชาต้องคำนึงถึงประโยชน์ของชาวกัมพูชามากกว่าประโยชน์ตน เมื่อผู้นำกัมพูชาขาดคุณสมบัติผู้นำ คือ ตนเองสบายในท่ามกลางความทุข์ยากของประชาชน มิหนำซ้ำยังเพิ่มความลำบากให้กับประชาชนชาติอื่น ๆ ในการทำทุนสีเทาให้กับตนเองและพวกพ้อง เมื่อถึงเวลากรรมจะจัดสรรให้เป็นไปตามกรรมของเขา

    เมื่อประเทศไทยปกป้องอธิปไตยและป้องกันความเสียหายของคนในชาติตน นั่นอาจเป็นความชอบธรรม ความชอบธรรมต้องอยู่บนพื้นฐานแห่งความพอดี หากมากไปจะเสียประโยชน์และโดนตีกลับ

    ถึงแม้ว่าชนชาติกัมพูชาต้องเจอสภาวะประเทศเป็นเช่นนั้น มีความล้าหลังและลูกฆ่าล้างเผ่าาพันธ์คนเก่งมีความสามารถล้วนถูกฆ่าตายในโศกนาฏกรรมในครั้งนั้น ทุกอย่างล้วนเป็นกรรมของคนในประเทศที่ทำกรรมร่วมกันมาจึงเรียกว่ามีกรรมเป็นเผ่าพันธ์แต่ไม่ควรซ้ำเติม ประเทศไทยสามารถช่วยเหลือทางมนุษยธรรมได้ นี่เป็นเหตุผลว่าสงครามครั้งนี้ ทำไมเกิดขึ้นจากกัมพูชา เริ่มก่อนเพราะกลัวสูญเสียประโยชน์มหาศาลของ
    เหล่าสแกมเมอร์ ผลประโยชน์ของผู้นำ

    ประเทศไทยไม่ควรยืดเยื้อเรื่องสงคราม ซึ่งความจริงแล้วไทยต้องการหยุด ขอเพียงให้กัมพูชามาตกลงกันอย่างจริงใจ ซึ่งทั้ง 3 ข้อนั้นไม่ยากเกินไป เพราะถ้ากัมพูชามีความตั้งใจจริงต้องการหยุด เพียงแค่ตกลงกัน

    1.จะไม่รุกรานไทยอีก
    2.ร่วมกันเก็บกู้ระเบิด
    3.ร่วมกันปราบปรามแก็งค์สแกมเมอร์

    โดยประเทศไทยอาจจะต้องมีการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ไม่ว่าจะเป็น..

    1.กลยุทธ์การแลกเปลี่ยนความมั่นคงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

    ปัญหาใหญ่ที่สุดก็คือ กัมพูชาต้องการรักษาสิทธิ์ในดินแดนและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากพื้นที่ชายแดน ไทยต้องการกวาดล้างฝ่ายคุกคามสแกมเมอร์และรักษาอำนาจอธิปไตย

    เสนอความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ยกระดับการค้าชายแดนและเงินทุนสนับสนุนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน

    กลไกการเชื่อมโยง กำหนดให้การแก้ปัญหาสแกมเมอร์เป็นเงื่อนไขเริ่มต้น สำหรับเปิดเสรีเขตเศรษฐกิจพิเศษและการลงทุนขนาดใหญ่ของไทย

    ไทยเสนอเงินทุนและเทคโนโลยีเพื่อยกระดับความปลอดภัยและกลไกปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์อย่างจริงจัง ไปแต่เงื่อนไขว่าถ้าไม่สามารถกวาดล้างคุมสแกมเมอร์ให้หมดสิ้นไปภายใน 6 เดือนโครงการมูลค่าหมื่นล้านบาทจะถูกระงับ เป็นต้น

    การสร้างทางเลือกไทยออาจเสนอพัฒนาพื้นที่ชายแดนเพื่อหาประโยชน์จากทรัพยากรร่วมกันหรือในกรณีที่พื้นที่ตกลงกันไม่ได้ เพื่อหาผลประโยชน์ร่วมกันอย่างถูกกฎหมาย ทำรายได้ที่ถูกต้องตามกฎหมายสูงกว่ารายได้สแกมเมอร์ เป็นต้น

    การหาทางลงร่วมกันจะไม่เกิดปัญหาในอนาคตแล้วเกิดผลดีระยะยาว ไทยมีความพึงพอใจได้รับการปราบปรามสแกมเมอร์อย่างจริงจัง และบรรลุข้อตกลงเรื่องเขตแดน ลดโอกาสในการปะทะกันในอนาคต กัมพูชาพึงพอใจได้รับเงินลงทุนรัฐเศรษฐกิจขนาดใหญ่จากไทย ทำมีรายได้ถูกกฎหมายและยั่งยืนดีกว่ารายได้สแกมเมอร์ กลยุทธ์นี้เป็นการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจผ่านการแลกเปลี่ยนสิ่งสำคัญที่สุดของแต่ละฝ่ายต้องการเพื่อให้เกิดมิตรไมตรีในระยะยาว

    เพราะไทยกับกัมพูชาคงจะย้ายหนีประเทศจากกันไปไม่ได้ ซึ่งเป็นความยั่งยืนและเป็นชัยชนะที่แท้จริง


    แต่ถ้าหากไทยต้องการช่วยเหลือแล้วผู้นำกัมพูชาปฏิเสธไม่ยอมเจรจาใด ๆ สามารถขอความร่วมมือตั้งหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจร่วม JTF (Joint Task Force) กลไกนี้เดิมเป็นความร่วมมือด้านการทหาร จะถูกขยายขอบเขตให้รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองและปฏิบัติการตามกฎหมายเพื่อปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ในช่องแคบมะละกาและทะเลสุราเวสี เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล และดำเนินคดีร่วมกันจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เป็นเครือข่ายข้ามชาติ เพื่อการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการแก้ไขปัญหาการแก๊งสแกมเมอร์ไทย กัมพูชาได้ เป็นอย่างดี

    ถ้าหากผู้นำกัมพูชาไม่ยอมที่จะมีความจริงใจในการร่วมมือเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เมื่อถึงเวลาธรรมะย่อมชนะอธรรม และความจริงคัดเลือกและจัดสรรและพ่ายแพ้ไปเอง


    ลองอ่านข้อความเหล่านี้ดูค่ะ

    https://today.line.me/th/v3/article/Ggm6B9Q
    IMG_20251218_083124.jpg


    เพราะว่าหากสงครามยืดเยื้อจะสงผลเสียต่อโลก คือ..

    สงครามโลกครั้งที่ 3 จะแตกต่างจากสงครามโลก ทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา สงครามโลกครั้งที่ 3 นี้มีนัยยะคือสงครามที่เกิดทั่วโลกทั่วภูมิภาค หมายถึงความว่าการขัดแย้งระหว่างประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก มันจะก่อตัวขึ้นแทบทุกทุกแห่งที่ชนชั้นผู้นำขาดความสมดุลในจิตใจ การต่อสู้รบพุ่งกัน กระทบกระทั่งกันมีเห็นที่นู่นที่นี่ไม่ว่างเว้นตลอดเวลา 10 ปี ในช่วงที่จักรวาลกำลังกระทำการทางเทคนิคต่อระบบโลก คือเคลื่อนย้ายแนวแกนแม่เหล็กเหนือใต้สู่ระบบใหม่ การทำให้แนวแกนไม่เหล็กโลกเหนือใต้เคลื่อนตัวไปจากตำแหน่งเดิม โดยเบี่ยงเบนไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนืออีก 3 องศา อันจะเป็นผลให้ แนวเส้นทางของระบบเครือข่ายสนามแม่เหล็กโลกถูกเปลี่ยนแปลงสู่ระบบใหม่ตามไปด้วย ระบบโครงข่ายสนามแม่เหล็กโลกจะต้องเชื่อมต่อกันไว้กับสนามพลังงานของจักรวาลอย่างลงตัวเสมอ คลื่นความถี่สนามแม่เหล็กโลกคือสะพานเชื่อมโยงร่างกายในระบบชีววิทยา และจิตวิญญาณมนุษย์ทุกคนให้มีความสัมพันธ์กับจักรวาลตลอดเวลา หากไร้สนามแม่เหล็กโลกและไม่มีอำนาจแม่เหล็กโลก มนุษย์ทุกคนจะต้องตายหมดไม่อาจมีชีวิตรอดอยู่ได้



    พิบัติภัยที่เกิดขึ้นเลวร้ายทั่วโลกนี้ ไม่ได้ความแค่ภัยจากธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภัยจากจิตใจของมนุษย์ด้วยกันเอง เกิดขึ้นในทุก ๆวัน ตลอดทั้งหลายปีที่ผ่านถ้าใครได้ติดตามภัยธรรมชาติจะมีให้เห็นตลอดเวลาไม่เว้นแต่ละวันทั่วโลก ถ้าอยากจะถามว่าทุกข์ยากแสนสาหัสแสนเข็ญขนาดไหนต้องเจอกับภัยด้วยตนเอง ลองถามพี่น้องชาวหาดใหญ่ดูก็ได้ ประเทศไทยเจอหนัก ๆ ไม่กี่ครั้งไม่นานก็คงจะลืม ผู้นำประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกยังไม่เจอด้วยตนเอง ถึงแม้ว่าบางคนจะเจอด้วยตนเองไปแล้วบ้าง ก็ได้ลาลับจากโลกนี้ไปบ้างแล้ว

    ความจริงมนุษย์และโลก แก่นแท้คือพลังงาน

    วิวัฒนาการของมนุุษย์

    เริ่มแรกโลกของเรายุคแรก ๆ ไม่มีสิ่งมีชีวิต มีซึ่งองค์ประกอบพื้นฐานสารเคมี และพลังงาน ในยุคนั้นบรรยากาศโลกมีก๊าซต่าง ๆ ซึ่งแตกต่างจากปัจจุบันมาก ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีพลังงานมหาศาล ก๊าซเหล่านี้เกิดปฏิกิริยาเคมีรวมตัวกันเป็นสารอินทรีย์ ที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ เช่น กรดอะมิโน ซึ่งเป็นหน่วยย่อยของโปรตีน และ
    นิวคลิโอไทด์ ซึ่งเป็นหน่วยย่อยของกรดนิวคลีอิก

    สารอินทรีย์เหล่านี้ รวมตัวกันโปรโตเซลล์ ที่ยังไม่มีเยื่อหุ้มเซลล์ เซลล์ตั้งต้นที่สามารถเพิ่มจำนวนและมีปฏิกิริยาภายในตัวเองได้ เซลล์เหล่านี้พัฒนาจนมีเยื่อหุ้มเซลล์ ที่แยกสารภายในออกจากภายนอกอย่างขัดเจน มีกรดนิวคลีอิก(RNA/DNA)เป็นสารพันธุกรรมเก็บข้อมูลและถ่ายทอดไปยังรุ่นต่อไปได้ เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวแรกเริ่มขึ้นบนโลก

    เมื่อโลกกำเนิดจาก"พลังงาน" แก่นแท้คือ"พลังงาน" มนุษย์ก็เช่นกันแก่นแท้ก็เป็น"พลังงาน" กายภาพมนุษย์ก็มีกำเนิดวิวัฒนาการมาจากโลก มนุษย์และโลกจึงเป็นจึงมีสองมิติ ทุกสรรพสิ่งที่มองเห็น มันเป็นเพียงแค่เปลือกนอกของบางสิ่ง ซึ่งเป็นตัวตนที่แท้จริงนั้นอยู่ข้างในแก่นแท้คือ "พลังงาน"

    ยกตัวอย่างปรากฏการณ์ "ฟ้าแลบ" มันเป็นเพียงเปลือกนอกของบางสิ่งเท่านั้น ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงชั่วขณะหนึ่ง เป็นดั่งเปลือกนอกของตัวตนแก่นแท้ซึ่งตามนุษย์เองมองไม่เห็น ตัวตนที่แท้จริงของมัน"เร้นอยู่ภายใน" ปรากฏการณ์นั้นเช่นเดียวกัน มีความจริงแท้อยู่ประการหนึ่งไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ พืช วัตถุสิ่งของและเคหะวัตถุใดๆในฟากฟ้า ล้วนเกิดจากกระบวนการสั่นสะเทือนเคลื่อนไหลของตัวตนแก่นแท้ที่เร้นอยู่ภายในทั้งสิ้น ไม่ต่างไปจากการเคลื่อนไหลถ่ายเทของอิเล็กตรอนอิสระในก้อนเมฆของบรรยากาศจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งที่มีอานุภาคโปรตอนอิสระรออยู่นั่นเอง เพราะมีกระบวนการสั่นสะเทือนเคลื่อนไหลทางพลังงานของแก่นแท้ที่อยู่ภายในสรรพสิ่งที่เกิดขึ้น ดำรงอยู่ มีอยู่นี่เอง การแสดงผลลัพธ์ของกระบวนการของแก่นแท้ดังกล่าว จึงแสดงออกมาให้มนุษย์เห็นเป็นสรรพสิ่งหนึ่งที่มีตัวตนตั้งอยู่ดำรงอยู่มีอยู่ในมิติทางกายภาพได้


    จากข้อมูลการสื่อสาส์นของจักรวาลสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในมิติที่สูงกว่า ทุกครั้งที่ภัยพิบัติสั่นสะเทือนเขย่าโลกทั้งดิน ฟ้า อากาศ ล้วนเกิดจากพลังงานนอกระบบโลกถูกส่งเข้ามาเพื่อช่วยเพื่อย้ายแนวแกนแม่เหล็กโลกให้เบี่ยงเบนเพื่อเพิ่มพลังงานอำนาจแม่เหล็กโลกให้เพิ่มขึ้นที่เรียกกันว่า"ยุคมิติพลังงานใหม่"

    การชำระโลกในมิติพลังงาน

    ยุคพลังงานใหม่ หรือยุคแห่งการชำระขยะพลังงานที่รกโลก ในยุคพลังงานเก่าที่ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ นานนับหลายหมื่นปีมาแล้วภายในระบบโครงข่ายของสนามแม่เหล็กโลก มีปริมาณของอิเล็กตรอนอิสระในชั้นบรรยากาศ ที่มนุษย์โลกต่างผลิตสร้างมันขึ้นมา ด้วยการสั่นสะเทือนจิตสำนึกทางด้านลบต่อกันสั่งสมอยู่เป็นจำนวนมากมายมหาศาล

    ถ้าหากนำเอาอนุภาคอิเล็กตรอนอิสระทั้งหมด มาขึ้นตาชั่งได้อาจจะต้องตกใจอย่างแน่นอน พบว่า มันจะมีน้ำหนักมูลรวมกันมากกว่า 90 กิโลกรัมเลยทีเดียว

    อนุภาคอิเล็กตรอนอิสระในชั้นบรรยากาศอันเกิดจากจิตมนุษย์นี้ คือขยะพลังงานที่มนุษย์ผลิตสร้างมันขึ้นมาในทุกวินาที มันเป็นผลผลิตของที่มนุษย์ที่บกพร่องซึ่งดาวเคราะห์โลกไม่ต้องการ มันจึงเป็นขยะพลังงานที่ตกค้างสั่งสมอยู่ภายในระบบโครงข่ายสนามแม่เหล็กโลกตลอดมา และมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน

    มนุษย์จะต้องรู้ว่า อิเล็กตรอนอิสระในชั้นบรรยากาศโลก เกิดจากที่จิตมนุษย์ผลิตสร้างขึ้นความถี่ไฟฟ้าแม่เหล็กที่มีคุณสมบัติทางไฟฟ้าที่เป็นลบ เพราะมีอนุภาพประจุไฟฟ้าลบที่เรียกว่าอิเล็กตรอนเกาะติดอยู่กับอนุภาคของคลื่นด้วย แล้วเหวี่ยงมันออกมาจากภายนอกร่างกาย สู่สนามพลังงานภายนอกด้วยเหตุนี้เองในชั้นบรรยากาศของโลกจึงมีอิเล็กตรอนอิสระกระจายอยู่ทั่วไป จนทำให้ดาวเคราะห์ดวงนี้มีเมฆหมอกหนาและมีสีขุ่นมัว

    ในชั้นบรรยากาศโลกการขาดแคลนอนุภาคประจุไฟฟ้าบวกอิสระ ที่จะมาจับคู่หรือเข้าคู่กันกับอิเล็กตรอนอิสระ ซึ่งมีคุณสมบัติทางไฟฟ้าเป็นลบ เพื่อให้เกิดความเป็นกลางไฟฟ้าได้อย่างเพียงพอหรืออย่างลงตัวนั่นเอง ด้วยเหตุนี้เอง อนุภาคประจุบวกอิสระ ที่มนุษย์โลกผลิตสร้างขึ้นมาได้ จึงมีปริมาณไม่สมดุลอนุภาพประจุไฟฟ้าลบอิสระที่มนุษย์โลกส่วนใหญ่ตั้งหน้าตั้งตาผลิตสร้างเพิ่มขึ้นมาใหม่ให้เป็นขยะที่รกโลก


    มนุษย์ไม่รู้หรอกว่า ดาวเคราะห์โลกได้ใช้แก่นแท้ของตนในส่วนที่เป็น ก้อนธาตุออกซิเจนเหลวที่เข้มข้นและมีความใสบริสุทธิ์ 100% ในใจกลางโลก ให้อะตอมของธาตุออกซิเจนช่วยซึมซับรับเอาอิเล็กตรอนจากจิตมนุษย์ไว้ จนก้อนธาตุเดิมที่จะใส่แล้วโปร่งแสงได้กลายเป็นทึบแสงไปจนหมดสิ้นแล้วด้วยซ้ำไป

    ดั่งนั้น การชำระโลกในมิติกายภาพ จริงมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เนื่องจากโลกเสียสมดุลพลังงานไปจากเดิมอย่างมากมาย ถึงเวลาจะต้องแก้ไขและซ่อมสร้างขนานใหญ่กันแล้ว

    นั่นเป็นเหตุผลคร่าว ๆ ว่าทำไม!มนุษย์จึงพากันเผชิญชะตากรรมภัยพิบัติอันหนักหนากันอยู่ ณเวลานี้

    สงคราม คือ การซ้ำเติมพลังงานโลกให้ตกต่ำลงไปอีก ผลกระทบต่อมิติพลังงานของโลก ผลกระทบในเชิงวงกว้าง สงครามสร้างคลื่นของความกลัว
    ,ความเกลียดชัง,ความทุกข์ทรมาน,ความโศกเศร้า ซึ่งเป็นพลังงานเชิงลบ ที่มีความหนาแน่นมีระดับความถี่ต่ำ พลังงานเหล่านี้จะแผ่กระจายและสะสมอยู่ในสนามพนักงานของโลก ทำให้พลังงานโดยรวมของโลกตกต่ำและสั่นคลอน

    การระเบิดขนาดใหญ่จากการใช้อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง อาจปลดปล่อยพลังงานความร้อน,แรงสั่นสะเทือน,และอนุภาคที่มีประจุจำนวนมากในระดับที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจสร้างความปั่นป่วนให้กับชั้นบรรยากาศและสนามแม่เหล็กโลก แม้ว่าโดยปกติแล้วพายุแม่เหล็กโลก จะเกิดจากกิจกรรมบนดวงอาทิตย์เป็นหลัก แต่พลังงานเชิงลบจากสงคราม เป็นการ"รบกวนภายใน" ที่ทำให้สนามแม่เหล็กโลกอ่อนแอลงหรือแปรปรวนได้

    ถึงแม้ว่าสงครามใหญ่ระดับโลกเหมือน 2 ครั้ง ที่ผ่านมาจะไม่เกิด แต่จะเกิดแบบสงครามระหว่างประเทศไปทั่วภูมิภาคแทน เพราะเงื่อนไขการสู้รบแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงผู้นำระดับโลกทั้งหลายต่างก็รู้กันดีว่าเป็นเข่นไร

    IMG_20251218_083629.jpg
    IMG_20251218_083434.jpg
    IMG_20251218_083354.jpg


    และโลกของเรามีผู้ดูแลอยู่ หากมนุษยชาติต้องการหลีกเลี่ยงภัยรุนแรงอันใหญ่หลวงที่เกิดจากการเคลื่อนย้ายแนวแกนแม่เหล็กภัยสูงสุดที่อาจเกิดในอนาคตคือ "ภูเขาไฟระเบิด" ทั้งบนบกและทะเล อาทิเช่น


    IMG_20251218_083328.jpg

    ผู้นำมหาอำนาจโลก เป็นผู้กุมชะตาโลกอย่างแท้จริง ส่วนผู้เลือกก็มีส่วนรับผิดชอบ เพราะถือว่าได้มอบอำนาจให้ท่านเหล่านั้นเป็นผู้กำหนดชะตาโลกเอง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 ธันวาคม 2025
  16. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,455
    ค่าพลัง:
    +3,220
    โลกกำลังจะ "ไม่ไหวแล้ว"

    ถ้าโลกมันพูดออกมาได้ มันคงจะบอกมนุษย์ว่า"กำลังจะแบกภาระไว้ ไม่ไหวแล้ว"

    Jityim ไม่ได้อุปทาน เป็นแค่ความรู้สึกแรกหลังตื่น ลุกเข้าห้องน้ำ ณ.เวลานั้นประมาณ ตี 2 กว่า ๆ มีความรู้สึกแรกที่รับรู้หลังตื่นขึ้นมา จึงตัดสินใจที่จะโพสต์ทั้ง ๆ ที่ก็จะไม่รู้ว่าจะโพสต์อะไร แต่ความรู้สึกแรกที่ได้รับรู้พลังงานของโลกที่สัดส่ายหรือการเคลื่อนขยับเหมือนจะไม่ไหวแล้ว คือ ความรู้สึกที่รับรู้ได้เหมือนกับโลกกำลังจะ"พลิกคว่ำ" มันเอื่อย มันหมุนแบบเฉื่อย ๆ ถ้าเปรียบกับ"ลูกข่าง" ก็เหมือนการทอยลูกข่างไปสักระยะหนึ่ง ตอนแรกที่มันสมดุลหมุนเร็วแรง มันก็หมุนด้วยความเร็ว พอหมุนไปได้สักพักไม่นานมันก็ค่อย ๆ หมุนช้าลง น่าจะประมาณลักษณะแบบนี้ค่ะ

    การรับรู้มันเป็นพลังงาน มันเป็นนามธรรมที่ไม่อาจบอกถ่ายทอดให้เห็นได้ นอกจากสัมผัสด้วยตนเอง และตอนนี้คนส่วนมากก็อาจจะเริ่มรับรู้กันได้บ้างแล้ว

    และไม่รู้ว่าเป็นการบังเอิญหรือไม่ เข้าไปดูที่ยูทูปมีคลิปนี้ปรากฎขึ้นมา

    "จิตพลังมวลรวม เปลี่ยนอนาคตได้"
    "collective Superposition"



    ลองกดฟังเพียงแค่แป๊บเดียว ในคลิปว่า ที่สหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัย Princeton มีการทดลอง "เครื่องจักรพยากรณ์วันสิ้นโลก" โครงการ The Global Consciousness project" หรือ"โครงการจิตสำนึกโลก" ที่พวกเขา"ติดตั้งเครื่องกำเนิดตัวเลขสุ่ม" หรือ "ramdom number generator" กระจายไปทั่วโลก 65 จุด เป็นกล่องสีดำตัวเล็กที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องแลปมหาวิทยาลัย แต่ที่น่าขนลุก! คือ เครื่องนี้มันจะกรีดร้องขึ้นมาก่อนที่โศกนาฏกรรม(Tragedy)จะเกิดขึ้นจริง

    มันไม่น่าจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ...


    ความสมดุลด้านน้ำหนักมวลหรือจำนวนมวล

    ดาวเคราะห์โลกมีลักษณะรูปธรรมเป็นทรงกลม คล้ายผลส้ม ที่ล่องลอยอยู่ในสนามพลังงานที่มนุษย์เรียกว่า "ที่ว่างโล่ง" หรือ "อวกาศ" ดุจดั่งลูกบอลกลมๆที่กำลังล่องลอยอยู่ในน้ำ แต่ดาวเคราะห์โลกซึ่งกำลังล่องลอยอยู่ในอวกาศอยู่นี้แตกต่างจากลูกบอลที่กำลังล่องลอยอยู่ในน้ำก็ตรงที่มีเงื่อนไขการลอยตัวที่ต่างกัน นั่นคือ ดาวเคราะห์โลกดวงนี้มิได้ล่องลอยอยู่เฉยๆดั่งลูกบอลที่ลอยตามน้ำหรือลอยไปตามกระแสลม แต่ขณะที่ลอยอยู่ในอวกาศนั้นดาวเคราะห์โลกยังจะต้องรักษาคุณสมบัติและบุคลิกของตนเอาไว้ให้คงที่ดังเดิมด้วย คือ

    1 มีการเหวี่ยงหมุนรอบตัวเอง ด้วยอัตราคงที่

    2.มีการโคจรไปรอบๆจุดศูนย์กลางของจักรภพ คือ ดวงอาทิตย์ด้วยอัตราเร็วคงที่

    3.มีแกนหมุนที่เอียงทำมุมกับแนวดิ่ง ซึ่งตั้งฉากกับแนวระนาบระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์เป็นมุมองศาที่คงเดิมตลอดเวลา

    ในตอนปลายยุคพลังงานเก่าก่อนการชำระโลกนั้น อัตราการเหวี่ยงหมุนของดาวเคราะห์โลกมีค่าเท่ากับ 24 ชั่วโมงต่อรอบ ซึ่งเป็นอัตราเร็วของการเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองที่จัดว่า ช้าที่สุด ซึ่งมันจะเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองด้วยอัตราที่ช้าไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว มิเช่นนั้นดาวเคราะห์โลกดวงนี้จะเสียสมดุลไปทั้งระบบทันที เพราะแรงดึงดูด หรือแรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์โลก จะต่ำเกินกว่าระดับค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นก็คือดาวเคราะห์โลกจะไม่อาจยึดรั้งสรรพสิ่งต่างๆ ให้เป็นในหนึ่งเดียวกับตนเองเอาไว้ได้อีกต่อไป

    ดิน เห็น ทราย

    พืชพันธุ์ไม้ สายน้ำ สายลม แสงแดด คลื่นพลังงานต่างๆ สัตว์ประจำโลก สิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่ หลากหลายเผ่าพันธุ์

    มนุษย์โลกทุกคน

    ดาวเคราะห์โลกซึ่งเป็นตัวตนทางกายภาพเอง

    รูปธรรมจิตวิญญาณที่ดำรงตนเองซ้อนอยู่ในทางมิติโลกทางกายภาพ

    สรรพสิ่งทั้ง 6 จำพวกเหล่านี้ แต่เป็นสรรพสิ่งอยู่ในระบบเดียวกันทั้งสิ้น โดยต่างมีหน้าที่เป็นของตนเองที่ต้องทำร่วมกัน และมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันตลอด ขนาดที่ทุกสรรพสิ่งเหล่านั้นจะต้องเป็นเพื่อนร่วมงานกับดาวเคราะห์โลกและทั้งหมดก็จะต้องเป็นหนึ่งเดียวกันเอง และเป็นหนึ่งเดียวกันกับดาวเคราะห์โลกด้วย


    การเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองด้วยอัตราเร็วที่เหมาะสมและคงที่ของสรรพสิ่งใดๆในสนามพลังงานเอกภพนี้ ในอันที่สร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นภายในระบบของทุกสรรพสิ่งนั้นตั้งแต่ระดับอนุภาค จุลภาค ไปถึงระดับมหภาค

    ถ้าลูกข่างลูกหนึ่ง ถูกกำหนดให้มีแรงเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองคงที่หรือต่ำลงไปจากเดิม ในขณะที่ดาวเคราะห์โลกกำลังเหวี่ยงหมุนอยู่นั้น ถ้ามนุษย์เพิ่มน้ำหนักมวลใส่เข้าไปให้แก่ดาวเคราะห์โลกนั้นเรื่อยๆมันย่อมจะทำให้ลูกข่างมีน้ำหนักมวลเพิ่มขึ้นจากเดิมเรื่อยๆด้วยเช่นกัน ปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นก็คือ ลูกข่างจะหมุนช้าลงเรื่อยๆ ในที่สุดก็จะโคลงเคลงหรือแกว่งซึ่งเป็นอาการเสียสมดุล ซึ่งอีกไม่นานต่อมามันก็จะล้มลงหรือหยุดหมุน

    มนุษย์ได้รับรู้กันมาแล้วว่า

    ดาวเคราะห์โลก เป็นจุดกึ่งกลางหรือจุดศูนย์กลางของทรงกลมที่เรียกว่า ระบบเอกภพ ซึ่งเป็นระบบใหญ่

    ความจริงที่แท้จริงที่กำลังเกิดขึ้นกับดาวเคราะห์โลกอยู่ณขณะนี้ ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบต่อพิกัดของแนวระนาบที่สมดุลของเอกภพต้องเบี่ยงเบนไปจากเดิม จนเสียสมดุลแล้วก็คือ

    แนวแกนหมุนรอบตัวเองของดาวเคราะห์โลก ได้เกิดการเบี่ยงเบนไปจากพิกัดตำแหน่งเดิมมากขึ้น เหตุเพราะเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองช้าลง จึงยังผลให้แนวระนาบของระบบเอกภพเบี่ยงเบนไปทางซ้ายโดยเพิ่มขึ้นจากตำแหน่งเดิมที่สมดุลอยู่ 0.2 องศา

    หากมนุษย์จะเรียนรู้เอาจากลูกข่างที่กำลังหมุนรอบตัวเองอยู่ ก็จะพบว่าลูกข่างเริ่มหมุนรอบตัวเองด้วยอาการที่ช้าลง ลูกข่างนั้นก็จะเกิดอาการหมุนไปส่ายไปแล้วจะยิ่งใส่มากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าแรงที่จะเหวี่ยงหมุนต่อไปนั้นยิ่งลดน้อยลงตามลำดับ อาการแกว่งสายที่เห็นนั้นเกิดจากการที่แนวการหมุนรอบตัวเองของเอียงทำมุมกับแนวดิ่งมากขึ้น หรือเอียงทำกับแนวระนาบน้อยลงนั่นเอง

    การเปิดเผยให้มนุษย์ทั้งหลายปลายพลังงานเก่าได้รับรู้กันมาแล้วว่า เนื่องจากดาวเคราะห์โลกเป็นเสมือนจุดกึ่งกลางที่อยู่ภายในทรงกลมของเอกภพ ซึ่งถูกกำหนดพิกัดตำแหน่งดำรงอยู่ ถ้ามีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมันจะส่งผลให้ดาวเคราะห์โลกทั้งระบบเกิดการเสียสมดุลขึ้นทันที และเมื่อระบบโลกเกิดการเสียสมดุลขึ้นด้วยย่อมส่งผลให้เอกภพซึ่งเป็นระบบใหญ่ทั้งระบบเกิดการเสียสมดุลขึ้นทันทีด้วยเช่นกัน

    เมื่อเป็นดังนั้น การปะทะ หรือการชนกันระหว่างสรรพสิ่ง และการแตกระเบิดของสรรพสิ่งภายในระบบย่อย ในอันที่นำไปสู่เหตุการณ์ทำลายของระบบใหญ่ทั้งระบบ คือ เอกภพ ให้พินาศย่อยยับดั่งทฤษฎี domino จะเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในมิติทางกายภาพโดยไม่อาจเลี่ยงได้

    ถ้ามนุษย์มิได้ตระหนักถึงเคราะห์ภัยอันใหญ่หลวงที่จะเกิดขึ้นในภายหน้า ก็อาจเป็นสิ่งที่มิได้หลีกเลี่ยงมิให้เกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 มกราคม 2026 at 07:07

แชร์หน้านี้

Loading...